จีเอ็ม
“จีเอ็ม” แจง! จำเป็นต้องปลดพนง. 300 กว่าคน เพราะสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน จากกรณีข่าว บริษัท GM General Motors Thailand (เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย) หรือ เชฟโรเลต ซึ่งตั้งอยู่นิคมอุตสาหกรรม อิสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง สั่งปลดพนักงานกว่า 300 ชีวิตแบบฟ้าผ่า ข่าวก่อนหน้า : ตกงานกันเป็นแถว! จีเอ็มประกาศ ปลดพนักงานฟ้าผ่า 300 กว่าคน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ดังนี้
ตกงานกันเป็นแถว! จีเอ็มประกาศ ปลดพนักงานฟ้าผ่า 300 กว่าคน ในระยะหลังมานี้ ไม่ว่าจะในวงการอุตสาหกรรมไหน ก็มีข่าวการเลิกจ้าง หรือ ปลดพนักงาน มีออกมาให้เห็นกันเป็นระยะๆ ทำเอาเหล่าพนักงานร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน ล่าสุด เพจ ข่าวสารชลบุรี-ระยอง ได้โพสต์ข้อมูลการเลิกจ้างพนักงานประจำและพนักงานชั่วคราว ของ บริษัท GM General Motors thailand หรือ เชฟโรเลต ซึ่งตั้งอยู่นิคมอุตสาหกรรม อิสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นการเลิกจ้างแบบฟ้าผ่าประมาณ 300 กว่าคน สร้างความตกใจให้แก่ผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก ( คืบหน้าล่าสุดได้รับรายงานมาว่า ปลดมากกว่า 300 คน) ที่มา : ข่าวสารชลบุรี-ระยอง
เอเอฟพีรายงานว่า เจเนอรัล มอเตอร์ส หรือ จีเอ็ม บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกันเตรียมปลดพนักงาน 4,000 คน โดยข่าวดังกล่าวมาจากแหล่งข่าวใกล้ชิด การปลดพนักงานในครั้งนี้ เป็นไปตามแผนการปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมาเพื่อลดต้นทุน โดยเป็นการปลดพนักงาน 15 เปอร์เซ็นต์ในอเมริกาเหนือ ทั้งพนักงานออฟฟิศ พนักงานสัญญาจ้าง แหล่งข่าวยังระบุว่าในจำนวนพนักงานที่จะถูกปลดออกนั้นเป็นพนักงานประจำ 2,300 คนที่ลาออกโดยสมัครใจ ส่วนอีก 1,500 คน เป็นพนักงานสัญญาจ้างที่ไม่ได้ถูกจ้างงานต่อ ขณะที่ด้านของโฆษกเจเนอรัล มอเตอร์ส ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการเลิกจ้าง หลังจากที่สำนักข่าวซีเอ็นบีซี และเดอะดีทรอยต์นิวส์ลงข่าวระบุว่า บริษัทจะเริ่มปลดพนักงานในวันจันทร์นี้ โดยโฆษกฯ ระบุเพียงว่า จะขอสื่อสารกับพนักงานในบริษัทก่อน
บริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ส(จีเอ็ม) ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา อาทิ รถยนต์เชฟโรเล็ต รถยนต์คาดิแลค และรถบิ๊กอัพจีเอ็มซี ประกาศปลดพนักงานกว่า 14,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด และจะระงับการผลิตในโรงงาน 5 แห่งทวีปอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ยังจะปิดโรงงานผลิตรถนอกทวีปอเมริกาเหนืออีก 3 แห่งภายในสิ้นปี 2562 ด้วย หันให้ความสำคัญผลิตรถบรรทุก รถไฟฟ้า รถยนต์ไร้คนขับ การตัดสินใจปรับลดพนักงานและปิดโรงงานครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นหลังจากยอดขายรถยนต์ที่ชะลอตัวลง เนื่องจากผู้ซื้อไม่สนใจที่จะซื้อรถยนต์ขนาดเล็ก แต่หันไปซื้อรถใหญ่อย่างรถเอสยูวีหรือรถบรรทุกแทน โดยคิดเป็นสัดส่วนถึงเกือบ 70% ของการซื้อรถในอเมริกาเหนือทั้งหมด บวกกับปัญหารายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากกำแพงภาษีใหม่ที่มีการประกาศใช้โดยเฉพาะภาษีนำเข้าเหล็ก บริษัทระบุว่าจะหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตรถบรรทุก รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งน่าจะเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์ยุคต่อไปแทน การตัดสินใจปรับโครงสร้างองค์กรดังกล่าวของจีเอ็มทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักการเมืองจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
