ชาวจีน
วันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจ อ้ายจง รายงานเรื่องราวที่เผยแพร่กันในโลกโซเชียลของจีน ถึงเหตุการณ์ช่วงเช้าของวันที่ 25 ก.ย. นักธุรกิจจีนและชาวจีนที่ทำงานในประเทศไทย รวมตัวกันจัดกิจกรรมเก็บขยะบริเวณหาดพัทยาและหาดจอมเทียน เพื่อแก้ไขและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของนักท่องเที่ยวจีนให้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวจีนให้ช่วยกันรักษาความสะอาดแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของไทยด้วย ที่มา ข่าวสด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลกโซเชียลของจีนกำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการซ่อมกำแพงเมืองจีนที่มีอายุเก่าแก่ถึง 700 ปี ของทางการจีน ที่ทำอย่างลวกๆด้วยการเทปูนทับลงไป ทำให้พื้นของกำแพงกลายเป็นพื้นเรียบ ไม่หลงเหลือความเก่าแก่ของกำแพงเอาไว้ ข่าวระบุว่า บริเวณกำแพงเมืองจีนที่กลายเป็นปัญหานี้ เป็นบริเวณที่เรียกว่า “เสี่ยวเหอโข่ว” ที่มีความยาว 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขายานซัน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเหลียวหนิง สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1381 ในช่วงราชวงศ์หมิง และเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นส่วนที่สวยที่สุดส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองจีน ข่าวระบุว่า เมื่อปี 2012 ได้มีการประชุมฉุกเฉิน ว่าด้วยกำแพงเมืองจีน “เสี่ยวเหอโข่ว” เพื่อหาวิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้กำแพงส่วนนี้ได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้ เนื่องจากกำแพงเมืองจีนบริเวณดังกล่าวเริ่มมีปัญหาด้านโครงสร้างหนักมากขึ้น จึงเริ่มมีการสำรวจและอนุมัติการซ่อมแซมเพื่อบูรณะกำแพงเมืองจีนที่ถือเป็นสมบัติสำคัญของประเทศจีน ทั้งนี้ องค์การยูเนสโก ส่วนมรดกโลก เปิดเผยเมื่อปีที่ผ่านมาว่า กำแพงเมืองจีนได้หายไปตามกาลเวลาราว 30 เปอร์เซ็นต์แล้ว เนื่องจากสภาพภูมิ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลกโซเชียลของจีนกำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการซ่อมกำแพงเมืองจีนที่มีอายุเก่าแก่ถึง 700 ปี ของทางการจีน ที่ทำอย่างลวกๆด้วยการเทปูนทับลงไป ทำให้พื้นของกำแพงกลายเป็นพื้นเรียบ ไม่หลงเหลือความเก่าแก่ของกำแพงเอาไว้ ข่าวระบุว่า บริเวณกำแพงเมืองจีนที่กลายเป็นปัญหานี้ เป็นบริเวณที่เรียกว่า “เสี่ยวเหอโข่ว” ที่มีความยาว 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขายานซัน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเหลียวหนิง สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1381 ในช่วงราชวงศ์หมิง และเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นส่วนที่สวยที่สุดส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองจีน แต่หลังจากได้รับการซ่อมแซม และมีการเผยแพร่ภาพออกไป ก็ถูกโลกโซเชียลวิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากมีการเทปูนทับไปบนพื้นทำให้พื้นที่เคยขรุขระตามธรรมชาติ กลายเป็นพื้นปูนเรียบสีขาวไปทั้งทาง ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการทำลายความสวยงามของกำแพงเมืองจีนที่มีอยู่เดิมไปหมดสิ้น และเป็นสิ่งที่น่าเกลียดอย่างยิ่ง โดยมีการส่งต่อภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการซ่อมแซมออกไปอย่างกว้างขวาง ข่าวระบุว่า เมื่อปี 2012 ได้มีการประชุมฉุกเฉิน ว่าด้วยกำแพงเมืองจีน “เสี่ยวเหอโข่ว” เพื่อหาวิธีกา
