ชาวเวียดนาม
ภูมิปัญญาคนเวียดนาม สานเรือไซซ์ยักษ์ ขนาด 2 เมตร ใช้ในธุรกิจท่องเที่ยว “เครื่องจักสาน” นั้นถือเป็นวัฒนธรรมร่วมของชาวอุษาคเนย์ ชาวไทยซึ่งมีภูมิปัญญาในการประดิษฐ์เครื่องจักสานมากมายหลายชนิด โดยประดิษฐ์แตกต่างกันไป ทั้งรูปแบบ และขนาด เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่แตกต่างกันไป อ.ดร.ดินาร์ บุญธรรม ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าถึงรากของเครื่องจักสานในภูมิภาคนี้ไว้ว่า คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มประดิษฐ์เครื่องจักสานมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อเริ่มหยุดการเร่ร่อน และตั้งหลักแหล่งที่อยู่อาศัย จึงเริ่มคิดประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องจักสานที่สามารถใช้เป็นภาชนะใส่ของต่างๆ และเครื่องมือทุ่นแรง ที่ทำให้ชีวิตมนุษย์มีความสะดวกสบายขึ้น แม้เราจะไม่พบเครื่องจักสาน ที่เป็นหลักฐานจากแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีในประเทศไทย เนื่องจากเครื่องจักสาน ผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย แต่ด้วยสภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า คนในดินแดนที่เป็นประเทศไทย รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน รู้จักประดิษฐ์เค
ชาวไทยนั้นคุ้นเคยกับอาหารเวียดนามเป็นอย่างดี บางอย่างเรากินกันจนลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเป็นของต่างชาติ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงนี้คือ หมูยอ ย้อนหลังไปสมัยเป็นเด็กนักเรียนจำได้ว่าเวลาใครไปใครมาเชียงใหม่จะต้องหอบหิ้วหมูยอกลับมาเป็นของฝากจนคิดว่าหมูยอนั้นเป็นอาหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยี่ห้อที่ฉันรู้จักตอนเด็กนั้นคือ ตราดาวที่อยู่บนถนนช้างม่อย ตอนหลังมียี่ห้อป้าย่นที่ยังโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยได้เดินทางมากขึ้นก็พบว่าหมูยอในภาคอีสานนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเวียดนามเพราะติดชายแดนลาว ถัดไปอีกหน่อยก็ถึงเวียดนามแล้ว ก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศลาวนั้นจะได้กินอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารลาวเสียอีก พวกเขานิยมกินกันจริงๆ เหมือนคนไทยชอบกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่าหมูยอมีต้นกำเนิดจากไหน จนมีอันต้องระเห็จไปอยู่ที่เวียดนามเสียนานหลายปี จึงเอะใจว่าหมูยอนี้น่าจะมีต้นตอมาจากที่นี่ อย่างแรกเลยก็คือชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นน่าจะมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) หรือ “หย่อหลั่วะ” (Giò lụa) ที่ใช้เรียกหมูยอข
