ชาหมัก
คอมบูชา เครื่องดื่มชาหมัก 2,000 ปี อร่อย ดี มีประโยชน์คาดไม่ถึง พท.ป.ปรางทิพย์ เทียนทอง หรือ หมอปุ๊ก แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล่าให้ฟังว่า คอมบูชา (Kombucha) มีต้นกำเนิดมาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เมื่อราว 220 ปีก่อนคริสตกาล และบริโภคอย่างกว้างขวางในสมัยราชวงศ์ฉิน ต่อมาเครื่องดื่มชาหมักที่คล้ายกัน ก็ได้รับความนิยมในรัสเซีย ยุโรปตะวันออก และแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในกระบวนการหมักจะไม่เกิดสารพิษใดๆ อีกทั้งจุลชีพที่ใช้ในกระบวนการหมักเป็นเชื้อกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นยีสต์และแบคทีเรีย ล้วนแล้วแต่เป็นจุลชีพที่ดี ซึ่งในการหมักคอมบูชาแบบดั้งเดิม เตรียมโดยการหมักชาดำหรือชาเขียวรสหวาน และจุลินทรีย์ โดยใช้อากาศในการเพาะเลี้ยง ส่งผลให้ได้เครื่องดื่มที่มีสีเหมือนชามะนาว มีความเป็นกรด รสหวานอมเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชู ดื่มแล้วสดชื่นเหมือนน้ำอัดลม จึงได้รับความสนใจจากผู้คนค่อนข้างมาก หมอปุ๊ก ยังบอกด้วยว่า จากการศึกษาพบว่า ในเครื่องดื่มคอมบูชา มีปริมาณแร่ธาตุ เช่น เหล็ก สังกะสี แมงกานีส ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และปริมาณโพลีฟีนอล
“ชาหมัก” เครื่องดื่มมาแรง ยอดขายพุ่งในอเมริกา เชื่อกันว่า มีประโยชน์กว่าดื่มน้ำอัดลม สมัยนี้นอกจาก “ของอร่อย” ของดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพก็เป็นของ “ขึ้นหม้อ” ขึ้นห้าง เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพกัน ล่าสุดก็มีข่าวว่าเครื่องดื่มที่เรียกกันว่า คอมบูชา (kombucha) หรือ “ชาหมัก” กำลังเป็นเครื่องดื่มมาแรง มียอดขายพุ่งในสหรัฐอเมริกา โดยจากข้อมูลของบริษัท นีลเซ็น บริษัทวิจัยทางการตลาดพบว่า เมื่อปี 2561 ชาหมักมียอดขายในสหรัฐอเมริกาเป็นเงินถึง 412 ล้านดอลลาร์ หรือราว 12,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 42% จากปี 2560 ในรายงานของเอเอฟพี เล่าว่า ชาหมักที่แม้ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่รู้ถึงส่วนผสมอย่างแน่ชัด อีกทั้งยังไม่มีผลการศึกษาอย่างเป็นทางการว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงหรือไม่ แต่เชื่อกันว่า เป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลต่ำ และมีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ และเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร ทุกวันนี้มีวางขายอยู่ในห้างวอลมาร์ตและร้านค้าทั่วสหรัฐอเมริกา ที่มีชาหมักวางขายอยู่เกือบ 10 ยี่ห้อ อเล็กซ์ อินกอลส์ เจ้าของชาหมักยี่ห้อไพลอต คอมบูชา (Pilot
