ช่วยเอสเอ็มอี
มีผลวันนี้! ธ.กรุงเทพลดดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยเอสเอ็มอีลดต้นทุน สู้โควิด-19 ธนาคารกรุงเทพ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท เอ็มแอลอาร์ เอ็มโออาร์ และเอ็มอาร์อาร์ ลง 0.40% เพื่อช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการและประชาชนลดต้นทุนทางการเงินรับมือโรคโควิด-19 และหวังช่วยกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563 นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ 3 ประเภท ลง 0.40% ทั้ง เอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) เอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) และเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563 สำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นการให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการและประชาชนในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งใน
ผู้ประกอบการเตรียมเฮ! บอร์ด สสว.ไฟเขียว อัดฉีดงบหมื่นล้านช่วย SME ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมอนุมัติและเห็นชอบในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็ง เพื่อช่วยเหลือ SME ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณปี 2562-2563 ดังนี้ 1.การจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย กรอบวงเงินงบประมาณ 10,000 ล้านบาท ภายใต้มาตรการเพื่อการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วนดังนี้ 1.1. โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย ผ่านกองทุน สสว. วงเงิน 5,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการที่จะได้รับการสนับสนุน ไม่น้อยกว่า 4,890 ราย แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ บุคคลธรรมดา วงเงินกู้ไม่เกิน 500
กูรูม.นานาชาติแสตมฟอร์ดแนะSMEsเสริมทัพตลาดออนไลน์เชื่อมตลาดโลก ไทยส่งออกเพียง5% ติดปัญหาอ่อนภาษา ปัญหาของผู้ประกอบการรายย่อย (SME) หรือ วิสาหกิจชุมชนส่วนใหญ่คือเน้นขายสินค้าที่เป็นกระแสเป็นหลัก ส่งผลให้อุปทานมักสูงกว่าอุปสงค์อยู่เสมอและส่งผลให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคาเป็นหลัก ทว่า หากมองที่มูลค่าของสินค้าด้านความสร้างสรรค์ถือเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรส่งเสริมเพิ่มเพื่อให้สร้างเอกลักษณ์และความโดดเด่นให้กับตัวสินค้า รวมถึงใช้การตลาดออนไลน์ เพราะถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับสินค้าหรือธุรกิจของ SME ให้มีโอกาสด้านการค้าขายทั้งในและต่างประเทศยิ่งขึ้น ดร.สุทธิภัทร อัศววิชัยโรจน์ อาจารย์คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด กล่าวว่า “หากมองในเชิงศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศไทยหากเทียบกับใน CLMV ถือว่าประเทศไทยยังมีจุดแข็งอยู่มาก เพราะไทยมีสินค้าที่หลากหลายมีผู้ประกอบการที่กล้าลงทุนค่อนข้างเยอะ อีกทั้งทางรัฐบาลมีการส่งเสริมการผู้ประกอบการรายย่อยอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจของเราเข้าสู่ขั้นผลิตเพื่อส่งออก ขณะที่ในประเทศ CLMV ยังเน้นการผลิตเพื
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานการประชุมร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือเอสเอ็มอีแบงก์) สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และหน่วยงานเศรษฐกิจ ที่เอสเอ็มอีแบงก์ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการพิเศษเพื่อขับเคลื่อนเอสเอ็มอีสู่ยุค 4.0 จำนวน 9 โครงการ 1 มาตรการทางการเงิน วงเงินรวม 200,000 ล้านบาท คาดจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้งภายในเดือนธ.ค.นี้ เพื่อเป็นของขวัญให้แก่เอสเอ็มอีปีใหม่ 2561 นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า มาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี แบ่งเป็นการดำเนินงานผ่านกองทุนฟื้นฟู MSME คนตัวเล็ก วงเงิน 20,000 ล้านบาท สำหรับปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอีที่มีรายได้น้อยแบบไม่ได้มีหลักประกัน สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% คงที่ 7 ปี โครงการสินเชื่อเพี่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน วงเงิน 50,000 ล้านบาท ปล่อยกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 5 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี โครงการสินเชื่อดอก
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ผ่านโครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Loan ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) วงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ และกระตุ้นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยให้กู้รายละไม่เกิน 15 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปีในช่วง 3 ปีแรก และปีที่ 4-7 คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ตามที่ธพว.กำหนด โดยรัฐบาลชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ 2% ใน 3 ปีแรก สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการแยกเป็นดังนี้คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคล ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและมีปัญหาด้านสภาพคล่อง, ผู้ประกอบการใหม่ (สตาร์ตอัพ) หรือผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรม และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ หรือมีแนวโน้มเติบโตเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และเอสเอ็มอี 4.0 เช่น เอสเอ็มอีในกลุ่มธุรก
