ซีไอเอ็มบี
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) คว้า 3 รางวัลสำคัญระดับภูมิภาค จากเวที 19th Annual Deal & Solution and ESG Awards 2025 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Alpha Southeast Asia สื่อการเงินชั้นนำที่มุ่งยกระดับบทบาทของธนาคารและสถาบันการเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ EQ Hotel กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย รางวัลที่ธนาคารได้รับประกอบด้วย กนต์ธีร์ ประเสริฐวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ วาณิชธนกิจ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นตัวแทนธนาคารเข้ารับรางวัลพร้อมเปิดเผยว่า “ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ในด้าน วาณิชธนกิจและตลาดตราสารหนี้ ครอบคลุมทั้งการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การจัดจำหน่ายตราสาร การสร้างสภาพคล่องในตลาดทุน รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน รางวัลที่ได้รับยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึง ความไว้วางใจจากลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มีต่อธนาคาร ในการร่วมขับเคลื่อนดีลทางการเงินที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าให้กับตลาดทุนไทยและภูมิภาค”
นายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head, Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า “ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านการบริหารความมั่งคั่ง โดยมีธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างคุณค่าให้ลูกค้า เพราะประกันชีวิตเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนความมั่งคั่งในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความต้องการด้านความมั่นคงทางการเงินและการส่งต่อความมั่งคั่งอย่างมีประสิทธิภาพจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ทั้งการออม การคุ้มครอง และการส่งต่อมรดก เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถวางแผนชีวิตและอนาคตได้อย่างมั่นคง นางสิตางค์ ประดิษฐพงษ์ Head, Bancassurance Products ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ซึ่งเคยได้รับความนิยม ต้องปรับอัตราผลตอบแทนให้สอดคล้องกับภาวะตลาด ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับ ‘ความคุ้มครองชีวิต’ มากขึ้น เพื่อรองรับความไ
สินค้าจีนทะลัก กระทบ SMEs หนัก ถึงขั้นปิดโรงงาน หวัง “เศรษฐา” เร่งแก้ปัญหา ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 มี 4 ปัจจัยเสี่ยงหลัก เรียกย่อๆ ว่า GERM G – Geo-politics – ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังป่วนโลก กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ต้นทุนขนส่งสินค้าทางเรือจะสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่เป็นต้นทุนสำคัญในภาคการผลิตและขนส่ง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่เคยคาดการณ์ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอาจปรับขึ้นไปทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ หากสถานการณ์เลวร้ายและกระทบผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ อย่าง ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน รวมทั้งความขัดแย้งในยูเครนที่อาจยืดเยื้อและรุนแรงจนกระทบอุปทานน้ำมันของรัสเซีย ตลอดจนความขัดแย้งระหว่างจีนและไต้หวัน หรือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่อาจกระทบห่วงโซ่อุปทานภาคการผลิตจนทำให้ราคาสินค้าบางประเภทโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับพุ่งขึ้นได้ E – Elections – การเลือกตั้งในหลายประเทศที่อาจเปลี่ยนขั้วการเมือง การเลือกตั้งแม้เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนไปบริ
ห่วง นโยบายลดดอกเบี้ยของไทย เป็นชนวน สงครามค่าเงิน กับเพื่อนบ้าน ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า นับเป็นประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจที่น่าติดตาม ระหว่างรัฐบาลที่คาดหวังการลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจกับแบงก์ชาติที่ยังตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ความขัดแย้งด้านทิศทางดอกเบี้ยมีส่วนกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยในช่วงสัปดาห์การประชุม กนง. เงินบาทอ่อนค่าที่สุดในภูมิภาค และโดยเฉพาะหลังตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2566 ขยายตัวต่ำจากปีก่อนหน้า และหดตัวเทียบไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งย้ำถึงแรงกดดันในการลดดอกเบี้ยในวันที่ 10 เมษายนนี้ มากขึ้น อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ยไม่ใช่ยารักษาทุกโรค หากหวังพึ่งพาดอกเบี้ยนโยบาย การลดดอกเบี้ยเพียง 0.25 หรือ 0.50% ไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องลดลงถึง 1.25% จึงจะมากพอ ซึ่งเป็นการปรับลดในระดับวิกฤตการเงิน และเป็นระดับเดียวกับก่อนเกิดวิกฤตโควิด ผลข้างเคียงของการลดดอกเบี้ยเช่นนี้ จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า และอาจเป็นการประกาศสงครามค่าเงินกับเพื่อนบ้าน เพราะบาทที่อ่อน จะแย่ง
ไตรมาส 3 แม้ไทยฟื้นตัว แต่ต้องตั้งรับ “พายุ 6 ลูก” เตรียมกระหน่ำเศรษฐกิจ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ครึ่งหลังปี 2565 เศรษฐกิจไทยต้องรับมือกับความท้าทายหลักๆ ได้แก่ 1. เงินเฟ้อพุ่งทะลุ 10% กดดันการบริโภค 2. เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 36.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หากเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยแรงต่อเนื่อง 3. การเมืองไทยขาดเสถียรภาพ ส่งผลให้นักลงทุนชะลอโครงการใหม่ 4. ปัญหาความขัดแย้งในยุโรปรุนแรงขึ้น หนุนราคาน้ำมันพุ่งสูง 5. สหรัฐ เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยเร็ว แต่เงินเฟ้อยังสูง เฟดจำต้องขึ้นดอกเบี้ยแม้การว่างงานพุ่ง 6. จีนต้องล็อกดาวน์อีกรอบ หลังมีการระบาดของโควิดในหลายเมือง ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอหนักกระทบการส่งออกของไทย การเร่งตัวของราคาสินค้ากลุ่มอุปโภคและบริโภคที่มีต้นทุนจากน้ำมัน อาหารสัตว์ และการขนส่ง เงินเฟ้อสูงกดดันการบริโภคให้ชะลอหรือโตช้ากว่าที่น่าจะเป็น แม้ได้อานิสงส์จากการเปิดเมือง อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อไตรมาส 3 น่าจะอยู่ในระดับสูงสุดของปี และมีโอกาสแตะระดับ 10% ได้ จากราคาน้ำมันที่ยังสูง รวมทั้งราคาอาหารสด แ
เศรษฐกิจไทย ไตรมาสสอง สารพัดปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า สร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา เศรษฐกิจไทยเผชิญความผันผวนจากความไม่แน่นอน ทั้งจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่ทำให้ราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่แพง ตามมาด้วยสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่นำไปสู่ปัญหาราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และสร้างความกังวลต่อการเร่งขึ้นของเงินเฟ้อทั่วโลกไม่แค่เฉพาะไทย นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมทั้งฟากเอเชีย เผชิญความเสี่ยงของการออกมาตรการควบคุมกฎระเบียบต่อบริษัทจีนและการกลับมาออกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของโควิดอีกครั้งในประเทศจีน โดยรวมปัจจัยเหล่านี้น่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด รวมทั้งการลดงบดุลเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่จะยิ่งทำให้การใช้จ่ายและการลงทุนภาคเอกชนชะลอต่อเนื่องได้ในปีนี้ ด้วยปัจจัยเสี่ยงที่รุม
ชี้ ไทยไม่ใช่ คนป่วยแห่งเอเชีย เผย 3 ปัจจัยทำเศรษฐกิจฟื้นตัวและเสี่ยงสะดุด ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2564 จาก 0.4% เป็น 1.1% และปี 2565 จาก 3.2% เป็น 3.8% รับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยไตรมาสสามที่ดีกว่าคาด จากปัญหาอุปทานชะงักงันในโรงงานที่ไม่รุนแรงและกำลังคลี่คลาย และการควบคุมการระบาดโควิดในประเทศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมรับโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นหลังการเปิดเมืองและเปิดรับการท่องเที่ยว ทั้งนี้ นับจากปี 2563 เป็นต้นมา ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก เศรษฐกิจไทยเผชิญภาวะถดถอย โตช้า ซึมยาว โดยในปี 2564 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า GDP ไทยจะเติบโตต่ำสุดในอาเซียน เหนือเพียงประเทศเมียนมาที่มีปัญหาการเมืองที่รุนแรง ขณะที่ต่างประเทศเริ่มมองประเทศไทย เป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” ที่ต่างชาติเมินการลงทุน ทั้งการลงทุนทางตรง (FDI) พิจารณาได้จากยอดการออกบัตรส่งเสริมฯ ที่มีเงินลงทุน 227,720 ล้านบาท จำนวน 936 โครงการในช่วง 9 เด
“ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้” ดอกเบี้ยถูก อนุมัติไว 4 ช.ม. สมัครเช้า บ่ายออกรถได้เลย นายวิสิทธิ์ พึ่งพรสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด (CIMB THAI AUTO) ผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ในกลุ่มธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เผยว่า จากการให้บริการสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถตลอดทั้งปี ผลการดำเนินงานของบริษัทปี 2561 ออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก ยอดสินเชื่อในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็นอัตราเติบโตถึง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดว่าสิ้นปีจะทำยอดสินเชื่อทะลุเป้าที่บริษัทวางไว้ คือ 13,000 ล้านบาท และพอร์ตสินเชื่อคงค้าง 11 เดือนแรก อยู่ที่ 28,000 ล้านบาท และคาดว่าจะปิดสิ้นปีที่ 29,000 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญที่บริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ ทำผลกำไรออกมาได้ดี มาจากการวางแผนกลยุทธ์ และบริหารการดำเนินงานได้ดี ตั้งแต่หน้าบ้าน ที่มีเจ้าหน้าที่การตลาด ที่มีประสบการณ์ด้านสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว และความความสัมพันธ์ที่ดีกับดีลเลอร์ จึงสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย ไปจนถึงหลังบ้าน คือ ทีมบริหารหนี้ ซึ่งเป็นทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจตลาด ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ มีการส่งเสร
