ดราม่าทศกัณฐ์
หลังจากเป็นประเด็นร้อนให้ถกเถียงกันมาหลายวันกับเพลง ‘เที่ยวไทยมีเฮ’ เนื่องจากนางสาวลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร เข้าร้องเรียนต่อกระทรวงวัฒนธรรมว่ามิวสิควีดีโอเพลงนี้ ซึ่งมีฉากทศกัณฐ์หยอดขนมครก เซลฟี่ และขับโกคาร์ทนั้นไม่เหมาะสม เพราะทศกัณฐ์เป็นราชาแห่งยักษ์ ต้องสง่างาม น่าเกรงขาม โดยภายหลังอ๊อด – บัณฑิต ทองดี ผู้กำกับก็ได้จัดการปรับแก้ และล่าสุดวันนี้ (23 กันยายน) เวลา 16.00 น. อ๊อด บัณฑิต ก็ได้เผยแพร่มิวสิควิดีโอ ‘เที่ยวไทยมีเฮ’ ที่ปรับแก้เรียบร้อยแล้วให้ชมผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว บัณฑิต ทองดี เป็นครั้งแรก ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีฉากเจ้าปัญหาทั้งทศกัณฐ์หยอดขนมครก, ยักษ์ปั่นสามล้อ, ขับโกคาร์ท อย่างที่มีผู้กังวล นั่นทำให้หลายคนที่ดูเอ็มวีนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นการเน้นที่สถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า ส่วนจริงตามนั้นหรือไม่ รับชมได้ดังนี้… ที่มา มติชนออนไลน์
จากกระแสดราม่าทศกัณฐ์ เที่ยวไทยมีเฮ ลองพักมาดูภาพสวยๆ ที่ได้รับการแชร์อย่างล้นหลาม โดยเพจ “เอพี โฟโตมิวสิค โฟโตมิวสิก” ได้นำภาพหนุมานในมุมต่างๆ ของจังหวัดลพบุรีมาเผยแพร่ไว้ ซึ่งมีคนเข้าไปชื่นชมและแชร์ต่อกันจำนวนมาก โดยเจ้าของภาพถ่าย คุณประชิตชัย เปิดเผยว่า แนวคิดการถ่ายภาพเริ่มจากต้องการถ่ายภาพเพื่อใช้จำหน่ายในเว็บไซต์ จึงให้รุ่นน้องที่เรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ลพบุรี ที่แสดงเป็นหนุมาน ช่วยสวมชุดเป็นแบบให้ แต่เมื่อถ่ายไปแล้ว อยากถ่ายหนุมานกับมุมต่างๆ ใน จ.ลพบุรี ด้วย จึงได้เป็นภาพเซ็ตนี้ออกมา ส่วนกระแสดราม่าจากเอ็มวีเที่ยวไทยมีเฮนั้น ตอนถ่ายภาพนี้ยังไม่ได้เกิดกระแสดราม่าอะไร ซึ่งตอนแรกก็กังวลว่าจะถูกมองในแง่ลบ แต่ก็อยากให้มองว่าเป็นการเผยแพร่ให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักตัวละครในวรรณคดี และตนมีเจตนาอยากจะเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม และอยากเชิญชวนคนมาเที่ยวลพบุรีเท่านั้น ที่มา ข่าวสดออนไลน์
จากกระแสดราม่า มิวสิกวิดีโอ เที่ยวไทยมีเฮ ที่ใช้ทศกัณฐ์ มาเป็นตัวละครหลักดำเนินเรื่อง ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ออกมาให้เหตุผลว่า ไม่ได้ติดใจการพาทศกัณฐ์หรือนางในวรรณคดีไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ แต่ติดใจที่ ทศกัณฐ์ ซึ่งถือว่าเป็นราชาแห่งยักษ์ทั้งปวง รวมถึงยังเป็นตัวละครในวรรณคดีที่สง่างาม น่าเกรงขาม ทำกิจกรรมไม่เหมาะ เช่น หยอดขนมครก, ขับโกคาร์ท, ถ่ายเซลฟี่, ขี่บั้งไฟ เป็นต้น จนเป็นเหตุให้มีการร้องเรียนให้ระงับการฉายเอ็มวีดังกล่าวนั้น โดยมีทั้งความคิดเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เมื่อวันที่ 22 ก.ย. กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด วธ. ทั้ง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.) และผู้บริหาร วธ.เข้าร่วม หารือถึงกรณีดังกล่าว โดยมี นายอภินันท์ โปษยานนท์ ปลัด วธ. เป็นประธาน โดยใช้เวลาหารือ ร่วม 2 ชั่วโมง จากนั้น นายอภินันท์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกระแสที่หลายคนกำลังติดตาม ซึ่งจากการประชุมได้ข้อสรุปว่า ให้พบกันครึ่งทาง และเห็นควรให้ปรับปรุงแก้ไขภาพ และเนื้อหาบางส่วนให้เหมาะสมมากขึ้น เพร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดร่องขุน ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาว ไทยและต่างประเทศจำนวนมากเดินทางไปเที่ยวชมศิลปะที่งดงามภายในวัดซึ่ง รังสรรค์ผลงานโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชื่อดังเช่นเดิม หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสเรื่องการนำยักษ์ทศกัณฐ์ไปเป็นตัวละครในวิดีโอ หรือเอ็มวี “เที่ยวไทยมีเฮ” จนมีบางกลุ่มออกมาต่อต้านว่าไม่เหมาะสมโดยเผยแพร่ภาพและข้อความไปต่างๆ นานาในสื่อสาธารณะหรือโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งทางอาจารย์เฉลิมชัยยังคงเห็นว่าเอ็มวีดังกล่าวเป็นเรื่องของศิลปะและ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยได้เป็นอย่างดี อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ปัญหาเรื่องของเก่าและใหม่หรือนักอนุรักษ์กับนักสร้างสรรค์เป็นปัญหาใหญ่ของ โลกไม่เฉพาะประเทศไทย สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะการจะเปลี่ยนแปลงจากโบราณที่ดีไปสู่สิ่งใหม่ที่ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ ดี อย่างกรณีครูบาอาจารย์โขนแสดงนั้นยิ่งจะถือว่าตัวเองมีครูบาอาจารย์ มีความขลัง มีอุดมคติ มีจิตนาการที่ยิ่งใหญ่ ต้องอยู่ในโรงละคร อยู่ในที่อันเหมาะสมและมีความอลัง
จากกระแสดราม่า มิวสิกวิดีโอ เที่ยวไทยมีเฮ ที่ใช้ทศกัณฐ์ มาเป็นตัวละครหลักดำเนินเรื่อง ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ให้เหตุผลว่า ไม่ได้ติดใจการพาทศกัณฐ์หรือนางในวรรณคดีไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ แต่ติดใจที่ ทศกัณฐ์ ซึ่งถือว่าเป็นราชาแห่งยักษ์ทั้งปวง รวมถึงยังเป็นตัวละครในวรรณคดีที่สง่างาม น่าเกรงขาม ทำกิจกรรมไม่เหมาะ เช่น หยอดขนมครก, ขับโกคาร์ท, ถ่ายเซลฟี่, ขี่บั้งไฟ เป็นต้น จนเป็นเหตุให้มีการร้องเรียนให้ระงับการฉายเอ็มวีดังกล่าวนั้น กรณีดังกล่าวทำให้มีการถกเถียงเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างยิ่ง จนมีชาย ที่ประกาศตัวว่าเป็นคนที่เรียนและทำงานสายนาฏศิลป์ไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ประกาศท้ารบทีมงานที่ทำโฆษณา ยักษ์เที่ยวไทย ด้วยเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท ซึ่งพบว่า มีการโต้ตอบกรณีที่ใช้ตัวละครอย่างไม่เหมาะสม จึงท้าว่า หากทำงานออกมาใหม่ให้สังคมตัดสิน ถ้าสังคมชอบงานของใครมากกว่ากันก็จะได้เงิน 1 ล้านบาท โดยระบุว่า หากชนะจะเอาเงินไปทะนุบำรุงวงการนาฏศิลป์ต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้ศิลปวัฒนธรรมไปหากิน โดยพบว่า ต่อมามีการลบโพสต์ดังกล่าวทิ้งไป ทั้งนี้ สมาชิกเฟ
