ดาวเทียม
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ‘แพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อย’ อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีอวกาศและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจจับและวิเคราะห์จุดความร้อน หวังต่อยอดสู่ภาคการเกษตรอื่นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 พร้อมทั้งสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการเกษตรของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวภายในงานว่า ที่ผ่านมา สำนักงานฯ มุ่งดำเนินการตามนโยบาย ‘Mind ใช้หัว และ ใจ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน’ ของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล โดยมุ่งให้ภาคอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเติบโตควบคู่กับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เลขาธิการ สอน. เผยอีกด้วยว่า ปีการผลิต 2567/2568 ประเทศไทยมีชาวไร่อ้อยขึ้นทะเบียนจำนวน 430,357 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูกกว่า 11.13 ล้านไร่ ปริมาณอ้อยเข้าหีบ 92.04 ล้านตัน โดยผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 109.19 กิโลกรัมต่อตันอ้อย ทำรายได้
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ Gistda เปิดเผยว่า จิสด้าได้ติดตามสถานการณ์น้ำด้วยภาพถ่ายดาวเทียมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ซึ่งมีฝนตกในปริมาณมาก พบว่าขณะนี้มีน้ำท่วมทุ่งประมาณ 1 ล้านไร่ ซึ่งถือว่ายังน้อยหากเทียบกับเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อนที่จะมีน้ำท่วมเฉลี่ย 2 ล้านไร่ ดังนั้น แนวโน้มน่าจะเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าอีก 7 วัน จะถึง 2 ล้านไร่ ทั้งนี้ ใน 1 ล้านไร่ ที่ท่วมในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีการเก็บเกี่ยวพืชผลเกษตรแล้ว และใกล้จะเก็บเกี่ยว แต่ยังมีพื้นที่ปลูกใหม่ประมาณ 1 แสนไร่ หรือประมาณ ร้อยละ 10 เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในแถบ จ.พิจิตร จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก “วันนี้เรื่องน้ำในทุ่งถือว่าบริหารจัดการได้ดีมากกว่าเมื่อเดือนกันยายน 2554 ที่มีน้ำท่วมทุ่งมากถึง 18 ล้านไร่ ดังนั้น ประชาชนอย่าเพิ่งหวั่นวิตก อย่างไรก็ตาม จิสด้าจะเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ขณะนี้หากดูจากสถานการณ์ร่องฝนจะพบว่า ฝนทางภาคเหนือลดลง แต่ที่ยังมีร่องฝนคือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่ยังต้องเฝ้าระวัง แต่ไม
