ดีเปรสชั่น
อุตุฯ ประกาศฉ.25 ปาบึกลดกำลังเหลือแค่ดีเปรสชั่นแล้ว เตือนใต้ตอนบนและตะวันออกรับมือฝนตกหนัก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น.นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 25 ลงวันที่ 05 มกราคม 2562 เรื่อง “พายุ “ปาบึก” (PABUK)” โดยระบุว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 5 ม.ค. 62 พายุดีเปรสชัน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลอันดามัน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 55 กิโลเมตร จากชายฝั่งทางทิศตะวันตก ของอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา หรือที่ละติจูด 9.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 97.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้ได้มีการเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนทางตะวันตกเล็กน้อย ความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดนค
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน พายุดีเปรสชั่นขึ้นไหหลำ ทำไทยฝนถล่มหนักอีกรอบ ช่วงวันที่ 4-7 มิถุนายน 2561 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ พายุดีเปรสชั่น บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 03 มิถุนายน 2561 ระบุว่า เมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้ พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 465 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 13.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 30 นอต หรือ 55 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 8 นอต หรือ 15 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะมีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนตัวขึ้นสู่เกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 5-7 มิถุนายน 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณประเทศเวียดนาม และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย ซึ่งพายุนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด อนึ่ง ในช่วงวันที่ 4-7 มิถุนายน 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ท
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ “ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2560)” ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 09 ตุลาคม 2560 ระบุว่าในช่วงวันที่ 9-11 ต.ค.60 ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ราบลุ่มไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้พัฒนาเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้วปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนกลางในวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.60) หลังจากนั้นจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือในช่วงวันที่ 10-11 ต.ค.60 ตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร ในวันที่ 10 ตุลาค
น.ส.พเยาว์ เมืองงาม ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ ฝั่งตะวันออก จ.สงขลาเปิดเผยว่าบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนหนักบางแห่ง บริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยของ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และ จ.สงขลา ระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากฝนตกหนัก ฝนสะสม น้้าท่วมฉับพลัน และน้้าป่าไหลหลากได้ในวันที่ 5-6 พ.ย. น.ส.พเยาว์เปิดเผยว่าลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญคือ ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคใต้ เข้าสู่พายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ตอนล่าง ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนืออย่างช้าๆ มีแนวโน้มจะเคลื่อนที่มาทางชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ในช่วงวันที่ 5-6 พ.ย.59 ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนต่อเนื่องและ มีฝนหนักบางแห่ง ส่วนทะเลอ่าวไทย มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการ จ.สงขลาเปิดเผยว่า จ.สงขลากำลังย่างเข้าสู่มรสุม ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกค
