ดื่มน้ำ
เปิดเทคนิค ดื่มน้ำ ชะลอวัย แถมช่วยลดน้ำหนัก ดีต่อสุขภาพผิวอีกด้วย เว็บไซต์ สสส เผยข่าว กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ 5 เทคนิคในการดื่มน้ำ ช่วยลดน้ำหนัก ดีต่อสุขภาพผิวพรรณ และช่วยชะลอวัย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า น้ำเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องดื่มเป็นประจำทุกวัน หากขาดน้ำจะเสียชีวิตภายใน 2-3 วัน ใน 1 วันจึงควรดื่มน้ำเปล่าสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน โดยดื่มทีละน้อย ไม่ดื่มเร็วหรือมากเกินไป การดื่มน้ำให้เพียงพอ จึงนับเป็นปัจจัยสำคัญต่อร่างกายและช่วยชะลอความอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย สำหรับเทคนิคการดื่มน้ำช่วยลดน้ำหนัก สามารถปฏิบัติได้ในช่วงเวลา ดังนี้ 1) ดื่มน้ำ 1 แก้ว หลังตื่นนอน ในเวลา 06.00-07.00 น. เพื่อช่วยลดภาวะขาดน้ำจากการนอนหลับ อีกทั้งช่วยลดความข้นหนืดของเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และกระตุ้นการขับถ่ายได้อีกด้วย 2) ดื่มน้ำ 1 แก้ว ช่วงเช้า ในเวลา 08.00-09.00 น. โดยดื่มน้ำก่อนมื้อเช้า 15-20 นาที แล้วค่อยกินมื้อเช้าเพราะถ้ากินอาหารตามทันที น้ำที่ไปเจือจางน้ำย่อย จะส่งผลให้การย่อยอาหารไม่ดี และหลั
กรมอนามัย แนะ ผู้สูงอายุ ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ป้องกันภาวะขาดน้ำ เว็บไซต์ กรมอนามัย เผยข่าว นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมดื่มน้ำสะอาดน้อยกว่า 8 แก้วต่อวัน อาจส่งผลต่อสุขภาพ นำมาสู่ภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาการที่แสดงออกถึงภาวะขาดน้ำในผู้สูงอายุคือ ชีพจรเร็วกว่า 120 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าทำให้วิงเวียนศีรษะ เป็นลมง่าย หมดสติ มีภาวะสับสน เยื่อบุปากแห้ง ความยืดหยุ่นของผิวหนังลดลงมาก แต่มีปริมาณปัสสาวะปกติ เพราะไตไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ในภาวะขาดน้ำ ทำให้ปริมาณปัสสาวะในระยะแรกของภาวะขาดน้ำไม่ลดลง จนกระทั่งเข้าสู่ระยะสุดท้าย ทำให้หัวใจล้มเหลวและไตวาย ทั้งนี้ ภาวะขาดน้ำในผู้สูงอายุมักพบได้ง่าย เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อที่ลดลงทำให้น้ำในร่างกายผู้สูงอายุลดลง การตอบสนองต่อความกระหายน้ำลดลง ทำให้ดื่มน้ำน้อยลง ร่างกายจึงไม่ได้น้ำชดเชย ประกอบกับความเสื่อมของร่างกาย เช่น กลั้นปัสสาวะไม่ได้ สมองเสื่อม ทำให้ดื่มน้ำน้อยลงและไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย “ผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 40 เป็นโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
เปิด 5 วิธี “ดื่มน้ำ” อย่างไรให้ปลอดภัย ห่างไกลโควิด ดื่มน้ำ – ปัจจุบัน ไม่ว่าจะทำอะไร ขยับตัวไปทางไหน ล้วนต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะกลัวติดโควิด-19 โดยไม่รู้ตัว แม้แต่การ “ดื่มน้ำ” เอง ก็ยังต้องระวังด้วยเช่นกัน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย ได้แนะ 5 วิธี ดื่มน้ำให้ปลอดภัย ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่รู้ตัว อาศัยหลัก 5 ล. ดังนี้ 1) ล. เลือก ให้เลือกน้ำดื่มที่สะอาด ได้แก่ น้ำดื่มบรรจุขวดที่มีเครื่องหมาย อย. น้ำประปาใส มีกลิ่นคลอรีนอ่อนๆ และน้ำจากตู้น้ำหยอดเหรียญที่มีสภาพตู้สะอาด มีการเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดเวลา 2) ล. ล้าง ต้องล้างภาชนะที่ใช้บรรจุหรือใช้ดื่มน้ำให้สะอาดทุกครั้งทั้งภายนอกและภายใน และหลังจากการล้างควรทำการฆ่าเชื้อโรคด้วยการต้มในน้ำเดือด หรือแช่ในน้ำคลอรีน 100 มิลลิกรัมต่อลิตร นาน 2 นาที หรือ 200 มิลลิกรัมต่อลิตร นาน 1 นาที 3) ล. ลด ให้ลดการสัมผัสจุดที่สัมผัสน้ำ เช่น ก๊อกน้ำดื่ม พื้นผิวภายในภาชนะ แต่หากจำเป็นต้องสัมผัสในกรณีของการเปลี่ยนถังน้ำ เปลี่ยนไส้กรอง ควรล้างมือให้สะอาดหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ และ
เปิด 7 โรคต้องระวัง ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน เสี่ยงติดเชื้อโรคติดต่อได้ ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน – รู้หรือไม่! การดื่มน้ำแก้วเดียวกัน สามารถแพร่เชื้อหรือติดโรคติดต่อได้มากถึง 7 โรคเลยทีเดียว!! The Thai Red Cross Society ได้เผยแพร่อินโฟกราฟิกให้ความรู้ เกี่ยวกับโรคที่สามารถติดต่อกันได้ จากการดื่มน้ำแก้วเดียวกัน โดย 7 โรคที่ว่า มีดังนี้ โรคโมโนนิวคลิโอซิส (โรคจากเชื้อ EBV หรือ CMV) 2. โรคเริมที่ริมฝีปาก 3. โรคมือเท้าปาก รวมถึงโรค เฮอแปงไจนา 4. โรคไวรัสตับอักเสบ A และ E 5. โรคหัด 6. โรคคางทูม 7. โรคไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดจากเชื้ออื่นๆ ดังนั้นแล้ว การดื่มน้ำ จึงไม่ควรใช้แก้วหรือหลอดเดียวกัน ถือเป็นเรื่องที่ดีทั้งตัวเราเองและคนอื่นนะคะ
