ตลาดมหาศาล
อาหารโปรไบโอติกส์ บรรเทาโรคทางเดินอาหาร ตลาดมหาศาล 2.3 พันล้านเหรียญ ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า อาหารที่มีโปรไบโอติกส์ กำลังเป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 ตลาดผลิตภัณฑ์มีมูลค่า 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ ถูกใช้เพื่อการบรรเทาอาการ หรือรักษาโรค หรืออาการในระบบทางเดินอาหาร แต่ในอนาคตคาดการณ์ว่า ตลาดจะใหญ่มากขึ้น เพราะเริ่มมีการศึกษาวิจัยประโยชน์ของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อย่างกว้างขวาง เช่น การเสริมภูมิคุ้มกัน ควบคุมน้ำหนัก เสริมสมรรถนะหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงปรับอารมณ์ ลดซึมเศร้า แต่อย่างไรก็ตาม โดยในปัจจุบันมีงานวิจัยที่ออกมาว่า โปรไบโอติกส์ที่มีส่วนผสมของ Lactobacillus Rhamnosus GG (LGG) มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดอาการหลังโควิด หรือ Post COVID Syndrome อย่างไรก็ตาม ดร.ภญ.ผกากรอง ย้ำว่า การกินโปรไบโอติกส์อาจไม่ได้ผลทุกราย โดยเฉพาะถ้าคนที่กินมีสุขภาพร่างกายที่ดีอยู่แล้ว อีกทั้งการรักษาหรือป้องกันโรคยังมีจำเพาะกับชนิดของเชื้อด้วย เช่น Lactobacillus Pantalum ใช้รักษาโรคลำไส้แปรปรวน ดังนั้
“ปลวก” คือ แมลงตัวร้าย มีประสิทธิภาพฉกาจ สามารถทำลายบ้านเรือนให้เสียหายโดยสิ้นเชิงในระยะเวลาเพียง 3-5 ปี จากข้อเท็จจริงดังกล่าว หลายท่านวิเคราะห์ ถึงขั้นกล้า “ฟันธง” ว่า ธุรกิจกำจัดปลวกในเมืองไทย เป็นธุรกิจที่มีตลาดขนาดใหญ่ ถึงขั้น “มหาศาล” เพราะบ้านน้อย-ใหญ่ แทบทุกหลัง มีอันต้องประสบกับปัญหาปลวกกินบ้านด้วยกันทั้งนั้น บริษัท บี เอ็ม แลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด เป็น กิจการรับกำจัดปลวก มด แมลงสาบ เจ้าของแบรนด์ “ดร.ปลวก” ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 20 ปี โดยในช่วงเวลานั้น มีแนวทางในการทำงานเหมือนกับหลายๆบริษัท คือ ใช้สารเคมี เป็นตัวป้องกันและกำจัดแมลงชนิดดังว่า แต่ต่อมาไม่นาน เจ้าของกิจการเริ่มตระหนักถึงผลกระทบจากการใช้สารเคมี จึงเบนเข็มหันมาศึกษาสารกำจัดแมลงสกัดจากสมุนไพร ซึ่งไม่เป็นอันตรายทั้งกับคนและสัตว์เลี้ยง แต่สามารถกำจัดปลวกและแมลงอื่นๆได้ไม่ต่างจากการใช้สารเคมี “สารเคมี ซึ่งเคยเป็นทางเลือกอันดับต้นๆในการกำจัดปลวกนั้น มันออกฤทธิ์ไม่ต่างอะไรกับสารพิษ ส่งผลกระทบทั้งต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทุกประเภท และยังตกค้างทั้งในดินและสิ่งแวดล้อมอื่น เป็นภัยมืดที่มองไม่เห็น” คุณอรวรรณ แสงวัฒนจินดา
