ตลาดออนไลน์
CP Seeding x Amaze Super App เปิดโครงการ ‘Grow Together สนับสนุนพื้นที่ขายสำหรับผู้ประกอบการ’ ปั้น SMEs ไทย สู่ตลาดออนไลน์ พร้อมสิทธิพิเศษฟรี GP 3 เดือน ความตั้งใจที่จะสร้าง “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ให้ผู้ประกอบการไทย สามารถขยายตลาดและเติบโตในโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน จึงเกิดเป็นโครงการ “Grow Together : สนับสนุนพื้นที่ขายออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี” ด้วยความร่วมมือระหว่าง Amaze Super App และ บริษัท CP Seeding Social Impact เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้ทดลองขายจริงบน Marketplace ของคนไทยเพื่อคนไทย พร้อมสิทธิพิเศษ! กว่าใคร ฟรีค่าธรรมเนียม GP นานถึง 3 เดือน พร้อมเปิดโอกาสในการเรียนรู้และขยายช่องทางการขายใหม่ๆ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โครงการ “Grow Together : สนับสนุนพื้นที่ขายออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี” ได้จัดอบรมออนไลน์ครั้งที่ 1 “Online Introduction : เปิดประตูสู่โลกการขายออนไลน์กับ Amaze Super App” ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานความเข้าใจเรื่องการขายของออนไลน์ อัปเดตเทรนด์ E-Commerce ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้และการทำงานของแพลตฟอร์ม Amaze โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 5
บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) การสานต่อความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 2 ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Shopee International Platform (SIP) เพื่อสะท้อนถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเติบโตและแข่งขันในตลาดออนไลน์ต่างประเทศอย่างมั่นใจ จุดเริ่มต้น Acaseyshop คุณเบนและคุณออย จาก Acaseyshop ผู้ประกอบการวัยสามสิบต้นๆ ที่เริ่มจากการขายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นในตลาดออฟไลน์ จนทั้งคู่ได้มองเห็นโอกาส ในการขยายธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ผ่าน Shopee ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบันร่วมกว่า 10 ปี แบรนด์ Acaseyshop ของพวกเขาเติบโตต่อเนื่องและมั่นคงพร้อมๆ ไปกับ Shopee จนปัจจุบันร้านมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน และโอกาสล่าสุด ที่ทั้งคู่พาแบรนด์ ขยายตลาดและสร้างฐานลูกค้าเพิ่มเติมไปยังป
รมต.พิมพ์ภัทรา เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หนุนเอสเอ็มอีทั่วไทยบุกตลาดออนไลน์ ปลื้ม SME D Bank ผนึก TikTok ลุยสอนไลฟ์สดขายสินค้า ติดปีกธุรกิจโตก้าวกระโดด นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Live commerce กับ TikToker ของแทร่” Get Started With TikTok จัดโดย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กับ TikTok Thailand ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า หนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมคือ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด “รื้อ ลด ปลด สร้าง” หมายถึง รื้อ ลด ปลด สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการให้มากที่สุด และ “สร้าง” สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งการเติมความรู้ด้านทำตลาดที่ทันสมัยผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะใช้การไลฟ์ขายสินค้า หรือ Live commerce ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ของการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะรายย่อยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ให้สามารถคว้าโอกาส ผลักดันธุรกิจให้เติบโตก้าวกระโดด จากกำลังซื้อมหาศาลของลูกค้าทั่วโลก
ทำไมต้องทำ Personal Branding? ต้นทุนน้อย ก็สร้างแบรนด์ได้ เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตัวเอง การแข่งขันในตลาดออนไลน์ เรียกได้ว่าดุเดือดมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือรายย่อย ต่างหาทางรอดกันทั้งนั้น อย่างผู้ประกอบการ SMEs ที่เปรียบเสมือนปลาตัวเล็กที่ว่ายอยู่ในมหาสมุทร มีต้นทุนน้อย แต่จะทำอย่างไรให้สู้กับคู่แข่งได้ เพราะฉะนั้น การทำการตลาดที่ต้นทุนน้อยในยุคนี้ ต้องยกให้กับการทำ Personal Branding ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญในการแข่งขันกับคู่ต่อสู้ได้ แต่ก่อนที่จะไปดูถึงเรื่อง Personal Branding ทางคุณแอ๊ม-ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต Influencer ชื่อดังจากช่อง TikTok การตลาดการเตลิด ได้เคยกล่าวถึงความสำคัญของแบรนด์บนเวที “SME x Influencer” SME New Gen ต้องลองเป็นอินฟลู! ไว้ว่า ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ยังไม่เห็นถึงความสำคัญของการสร้างแบรนด์ จึงมุ่งทำแต่โปรโมชันเพื่อสร้างยอดขายเป็นหลัก เพราะคิดว่าการสร้างแบรนด์ใช้เงินลงทุนสูง แต่ไม่ค่อยเห็นผล ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การสร้างแบรนด์ คือการลงทุนกับอนาคตที่ผู้ประกอบการจะสามารถเก็บเกี่ยวดอกผลได้ในระยะยาว การสร้างแบรนด์ที่ดี คือ การทำให้ลูกค้าจดจำได้ หากผู้ประกอบการ
Grow Engagement กระตุกจิต กระชากใจ เพิ่มการมีส่วนร่วม บนโลกโซเชียล หลายคนอาจเคยทำหรือกำลังทำอยู่ นั่นก็คือ การตลาดบนโลกโซเชียล ซึ่งต้องบอกว่ามันมีข้อดีที่หลากหลายเรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็น การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือแม้แต่เป็นการลดต้นทุน โดยผู้ประกอบการอาจจะมีวิธีการทำที่เหมือนหรือแตกต่างกันออกไป แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า มีคนเห็นหรือสนใจในเนื้อหาที่เราต้องการจะสื่อออกไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกถึงตัวชี้วัดที่จะช่วยให้เรารับรู้เรื่องนี้ได้และจะเห็นว่าธุรกิจของเราเติบโตขึ้นหรือไม่ วันนี้จะมาพูดถึง Grow Engagement คือ การเพิ่มการมีส่วนร่วม ซึ่งหมายถึงการกระตุ้นให้ผู้คนโต้ตอบกับเนื้อหาหรือกิจกรรมต่างๆ บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยเราสามารถดูถึงผู้คนมีส่วนร่วมบนโซเชียลได้จาก 4 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ 1. การโต้ตอบโดยตรง การโต้ตอบโดยตรง จะเป็นตัวชี้ให้เห็นว่า มีคนสนใจในเนื้อหาของเรา โดยดูถึงจำนวนแล้วนำมาดูว่ามีพัฒนาการที่เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ โดยจะดูได้จากสิ่งเหล่านี้ Comments ดูจำนวนครั้งที่ผู้คนแสดงความคิดเห็นใ
‘ฟองฟอง น้ำเต้าหู้’ คู่จิ้นความอร่อย ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพ จาก ‘น้ำเต้าหู้’ ที่เรารู้จักคุ้นชินในรสชาติกันดี คุณศิริชัย เบ็ญจพรเลิศ กรรมการผู้จัดการ บจก. โง้วเจงง้วน ได้ต่อยอดแนวคิดในการทำธุรกิจของครอบครัวซึ่งผลิตฟองเต้าหู้และเต้าหู้ยี้ มายาวนานกว่า 80 ปี ก่อเกิดแบรนด์ใหม่ ‘ฟองฟอง’ น้ำเต้าหู้ผสมฟองเต้าหู้เจ้าแรกของเมืองไทย สินค้าเพื่อคนรักสุขภาพซึ่งมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในบ้านเรา ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme มรดกรุ่นคุณปู่ สู่ ‘ฟองฟอง’ ในวันนี้ คุณศิริชัย เล่าว่า บจก. โง้วเจงง้วน เริ่มก่อตั้งปี 2480 (84 ปี) เป็นบริษัทตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อ ปัจจุบันตนเองเป็นรุ่นที่ 3 โดยในอดีตเป็นธุรกิจที่ผลิตฟองเต้าหู้ เต้าหู้ยี้ และจำหน่ายเกลือป่น จากนั้นเมื่อคุณพ่อรับช่วงธุรกิจต่อจากคุณปู่ ได้มีการเริ่มทำแฟรนไชส์ ‘น้ำเต้าหู้ไฮโซ’ ซึ่งมีเครื่องให้เลือกมากมาย อาทิ ฟองเต้าหู้, ถั่วเขียว, ลูกเดือย, ถั่วแดง ในแบรนด์ ‘ฮองเฮา’ รวมถึง ‘น้ำเต้าหู้ใส่ฟองเต้าหู้สด’ ซึ่งผลิตสดใหม่จากเตา นำมาบรรจุขวดพลาสติกขายในชื่อแบรนด์ ‘เบญจพร’ ต่อมาปี 25
สสว.ติดอาวุธวิสาหกิจชุมชน ยกระดับสินค้าสู่ตลาดออนไลน์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากยุค 4.0 โดยเป็นโครงการที่จัดขึ้นต่อเนื่องในปีที่ 4 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจฐานราก วันที่ 23 มิ.ย. 2564 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว. ได้ริเริ่มดำเนินโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากยุค 4.0 ปีงบประมาณ 2564 เพื่อยกระดับกลุ่มวิสาหกิจฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มสหกรณ์การเกษตร และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นและสามารถดำเนินธุรกิจไปได้ในยุคที่มีความผันผวนทางเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตแบบใหม่ (New Normal) พร้อมนำความรู้ใหม่ การตลาดออนไลน์ การวางกลยุทธ์การขายสู่การเติบโตที่ยั่งยืน โดยการดำเนินงานในปีปัจจุบัน คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับวิสาหกิจฐานรากที่เข้าร่วมโครงการเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 35 ล้านบาท โดยมีเป้าห
โรงงานคัดส้ม ปรับกลยุทธ์ ชูจุดแข็ง สดใหม่เหมือนเพิ่งเก็บจากสวน รุกตลาดออนไลน์ สู้โควิด ส้ม นอกจากชื่อที่มีความหมายและคุณลักษณะเป็นมงคลที่นิยมมอบให้กันและกันในช่วงเทศกาลต่างๆ แล้ว ยังเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ มากมาย อาทิ วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี ตลอดจนแคลเซียม และธาตุเหล็ก ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบภายในร่างกาย ปัจจุบันประเทศไทยมีส้มหลากหลายสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงในท้องตลาด หนึ่งในนั้นคือ ส้มสายน้ำผึ้ง หรือ ส้มโชกุน จากอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยสภาพดินและอากาศที่เหมาะแก่การปลูกส้ม ทำให้ได้ส้มที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ถูกปากผู้บริโภค ตลาดมีความต้องการสูง เกษตรกรหลายรายจึงหันมาปลูกส้มมากขึ้น แม้จะเป็นเรื่องดีแต่เกษตรกรบางรายก็ไม่สามารถเข้าถึงการแข่งขันทางการตลาดได้ จากจุดนี้เอง ที่ทำให้เกิดโรงงานคัดส้ม ส้มพลอย ส้มสายน้ำผึ้งฝาง ของ คุณพลอย-พัชรพรรณ กาศวิบูลย์ เจ้าของกิจการ วัย 31 ปี ผู้ก้าวเข้ามาสานต่อธุรกิจทางการเกษตรของครอบครัว และเข้ามาช่วยรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรชุมชนฝางโดยตรง คุณพลอย เล่าว่า เดิมเธอเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรม แต่เพราะคลุกคลีอยู่ในวงการส้มมาตั้งแต่เด็กๆ เ
เปิด 5 กลยุทธ์ รุกตลาดออนไลน์อย่างไรให้อยู่หมัด ในยุคโควิด กระแสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด กลับส่งผลให้กระแสอีคอมเมิร์ซมาแรงสวนทาง และมีแนวโน้มเติบโตไม่หยุดหย่อน นั่นหมายความว่าผู้ประกอบการต่างๆ จะหันมาสนใจช่องทางการค้าขายออนไลน์กันมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว สิ่งที่ผู้ประกอบการควรรับมือกับกระแสอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้คงอยู่ในกระแสและมีศักยภาพในการแข่งขันได้เท่าเทียมคู่แข่งในทุกตลาด เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ ได้เผย 5 กลยุทธ์ที่ใช้รุกตลาดออนไลน์ได้อย่างอยู่หมัด ไว้ดังนี้ ระบบเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซต้องดี มีหน้าตาสวยงาม ใช้งานง่าย แบ่งหมวดหมู่สินค้าได้อย่างชัดเจน สามารถควบคุมการจัดการระบบหลังบ้านได้ง่าย ลงรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน ทั้งในส่วนของภาพถ่ายที่สวยงามและรายละเอียดการใช้งานที่ชัดเจน บนขั้นตอนการสั่งซื้อที่ไม่ยุ่งยากและมีระบบการจ่ายเงินที่ปลอดภัย รองรับการทำ SEO และติดตามสถานการณ์จัดส่งสินค้าได้ ตลอดจนฟีเจอร์อำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้เกิดการใช้งานง่าย ชัดเจนทั้งในฝั่งของผู้ขายสินค้าและผู้ที่เข้ามาซื้อสินค้า Google Ads (Google AdWords) การพึ่งพาการโฆษณาผ่าน Google Ads
เปิดสินค้าไทย 9 ประเภท ยังไปต่อได้สวย ในตลาดออนไลน์ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หากพูดถึงตลาดส่งออกในภูมิภาคโอเชียเนีย หนึ่งในประเทศที่นึกถึงคงไม่พ้นออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งมีความน่าสนใจในด้านกำลังซื้อสูงกว่าไทย 5-7 เท่าตัว ในปัจจุบัน แม้ว่าทั้งสองประเทศค่อนข้างห่างไกลกับไทย แต่สินค้าของไทยก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยในภาพรวมออสเตรเลียนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นอันดับที่ 4 รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ส่วนนิวซีแลนด์ นำเข้าสินค้าจากไทยเป็นอันดับที่ 6 รองจากจีน ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนี ซึ่งตลาดค้าออนไลน์ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นตลาดที่ SMEs ไทย ยังพอมีโอกาสแทรกตัวเข้าไปได้ ทั้งในเมืองใหญ่และในเมืองรองที่มีการเติบโตสูง โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นที่ต้องการในทั้งสองประเทศและสินค้าไทยก็พอจะทำตลาดได้ เว็บไซต์ ธนาคารกสิกรไทย เผยบทวิเคราะห์ โอกาส SMEs ไทยบุกตลาดออนไลน์ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ โดย 9 ประเภทสินค้าไทย ที่ยังไปต่อได้สวย มีดังนี้ 1.อาหารพร้อมรับประทาน 2.อาหารทะเลแปรรูป 3.ผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลี 4.ขนมทำจากข้าว 5.ผลิตภัณฑ์จากพลาสติก 6.ของแต่งบ้าน 7.เครื่องสำอาง 8.ผลิตภัณ
