ต้นทุนชีวิต
“ไม่เรียนแล้วทำไร” “ใช้ชีวิต” “ใช้ชีวิตทำไร” “แค่ใช้ชีวิตก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว จะให้ไปทำไรอีก” คำพูดจากภาพยนตร์ที่เมื่อฟังตอนมัธยมเราแทบไม่เข้าใจเลยว่าตัวละครชายคนนี้ต้องการจะสื่ออะไร. แต่เมื่อใช้ชีวิตผ่านช่วงระยะเวลาหนึ่งมาได้คุณจะเข้าใจคำว่า “ใช้ชีวิต” ที่ตัวละครพิสิทธิ์พูดได้อย่างลึกซึ้ง “ใช้ชีวิต” คำนี้แปลว่าอะไร ออกผจญภัย กระโดดร่ม ขับรถออกเดินทาง แบกเป้เที่ยวไปไกลสุดขอบฟ้า คำว่า “ใช้ชีวิต” มันอาจคือการเอาผ้ากองพะเนินเดินไปใส่เครื่องซัก จับเครื่องดูดฝุ่นถูไถห้องรกรุงรัง รดน้ำต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาเพราะถูกละเลยจากวันทำงาน แค่นี้แหละ สิ่งที่เรียกว่า…ใช้ชีวิต และเพียงแค่เท่านี้ ก็ยุ่งจนไม่มีเวลาให้ไปทำอย่างอื่นแล้ว วันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาดูโลก ก็คือวันแรกที่เราต้องเรียนรู้แล้วว่าฉันจะใช้ชีวิตที่ได้มานี้อย่างไร? ยุติธรรม งดงาม เรียบง่าย หรือเละเทะ โหลยโท่ย ห่วยแตก ก็ล้วนได้ใช้สิ่งที่เรียกว่าชีวิตไปแล้ว ความหมายของคำว่า “ชีวิต” คือ กระบวนการทางชีวภาพและทางกายภาพที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวเจริญเติบโต และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในระหว่างทาง แต่ละคนก็จะใช้ชีวิตไปเพื่อ ค้นหาเป้าหมา
ต้นทุนชีวิต ไม่เท่ากัน “ความพยายาม” และ “ปัญญา” คือ ทางรอด อีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจของคนขับแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจแกร่ง “กันตา อกนิษฐ์อปราชัย” หรือ คุณเปิ้ล วัย 51 ปี อดีตพนักงานต้อนรับภาคพื้นดินของสายการบิน ที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลาเพื่อดูแลลูกสาว 2 คน จนเมื่อปี 2015 ธุรกิจของสามีเธอประสบปัญหา นำมาสู่ความเครียดที่ทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว จนทำให้เธอต้องยืนหยัดเพียงลำพังเพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คนด้วยตนเอง “วันแรกที่มาขับ GrabCar เปิ้ลมีเงินอยู่ในกระเป๋าแค่ 200 บาท จำได้ว่าวันแรกได้เงินกลับหลักพัน รู้สึกดีใจมาก และจุดไฟแห่งความหวังให้กับเรา จนขับมาได้ประมาณ 4 ปี สามารถผ่อนรถจนหมด มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และที่สำคัญคือ สามารถจัดสรรเวลาทำงานได้ด้วยตัวเอง ทำให้ดูแลลูกๆ ได้อย่างเต็มที่” ด้วยความที่มีใจรักในงานบริการและมีความสามารถด้านภาษา คุณเปิ้ลจึงมีความมั่นใจที่จะให้บริการผ่านแกร็บอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแกร็บเปิดให้บริการ GrabCar Luxe คุณเปิ้ลจึงได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการขายรถคันเดิม พร้อมนำ
