ต้มยำกุ้ง
รับรองแล้ว! ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน “ต้มยำกุ้ง” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ วันที่ 4 ธ.ค. 2567 (ตามเวลาประเทศไทย) ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 19 (The 19th Session of the Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ณ กรุงอะซุนซิออง สาธารณรัฐปารากวัย โดยที่ประชุมได้ประกาศรับรอง “ต้มยำกุ้ง” Tomyum Kung ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ตามที่ประเทศไทยเสนอ จากนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีผ่านระบบวีดิทัศน์ในการประกาศขึ้นทะเบียน “ต้มยำกุ้ง” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (The Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) ว่าต้มยำกุ้งเป็นอาหารของภาคกลาง สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ขอเชิญชวนให้รับประทานต้มยำกุ้งที่ร้านอาหารไทยทั่วโลก หรือหาวิธีทำทางออนไลน์ เพื่อทำต้มยำกุ้งรับประทานที่บ้
FLYNOW เคยใหญ่ ตอนนี้เล็ก ไม่เห็นเป็นไร เชื่อ ความล้มเหลวกลัวคนจริง พื้นเพเป็นคนอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ครอบครัวทำการเกษตร แต่ตัวเขาไม่ชอบการเกษตรเท่าไหร่ เพราะชอบอะไรสวยๆ งามๆ ชอบความคิดสร้างสรรค์ และอยากทำงานด้านศิลปะ คือคำแนะนำตัวจาก คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้ง FLYNOW เสื้อผ้าแบรนด์ดังในตำนาน ที่ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมาต่อเนื่องได้ 40 ปีแล้ว “สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เรียนปุ๊บ มีเมียปั๊บ มีลูกปุ๊บ แล้วก็ถูกไล่ออกตอนเรียนครบ 8 ปีพอดี คือเหลืออีกไม่กี่หน่วยกิตจะจบ แต่ในเมื่อไม่ให้เรียนต่อ เราก็เลิกเรียน” คุณลิ้ม ย้อนอดีต น้ำเสียงเรียบๆ ก่อนเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังต่อ เขาเป็นลูกชายซึ่งคุณพ่อห่วงมากที่สุด เพราะมีพฤติกรรมส่อเสี่ยงว่าน่าจะทำทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับคำสอน เช่น ตอนเล็กให้เรียนหนังสือให้ดี ตอนโตหามหาวิทยาลัยดีๆ แล้วหางานดีๆ จบออกมาให้หาเมียดีๆ ขณะที่ตัวเขาเป็นคนชอบคิดนอกกรอบ และมักมีการตั้งคำถามกับหลายเรื่องในชีวิต อย่างไรก็ตาม เขาได้ตั้งประเด็นไว้น่าคิดตรงที่ว่า ถ้า กล้าคิด กล้าทำ แล้ว ต้องกล้าพิสูจน์ด้วยว่า สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราทำนั้น ต้องไม่ทำ
กูรูอาหาร เซ็ง เชฟฝรั่ง ไม่ศึกษารากเหง้าอาหารให้ถ่องแท้ ก่อนสอนออกสื่อ จากกรณีเชฟฝรั่งสอนทำ “ต้มยำกุ้ง” แบบไทย ใส่ซอสพริก-ขิง-ถั่วงอก ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ ณ ขณะนี้ อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ ผจก.สถาบันโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย เผยว่า กรณีเชฟต่างชาติ หรือเชฟดัง นำอาหารไทยไปสอนออกสื่อ สลับกัน เชฟไทยนำอาหารต่างชาติมาสอนออกสื่อ เช่น ทำอาหารญี่ปุ่น ทำอาหารรัสเซีย ในแง่ของความเป็นเชฟหรืออาจารย์ที่สอนทำอาหาร สิ่งที่ต้องสำนึกไว้อันดับแรกคือ ต้องศึกษารากเหง้า หรือตำรับของอาหารชนิดนั้นให้ถ่องแท้ ก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ต่อได้ “เห็นเชฟดังๆ เมืองนอกทำอาหารไทยหลายคนแล้วอยากฆ่าตัวตาย เขาคิดว่าศึกษาดีแล้ว เคยมาเมืองไทย เห็นคนไทยทำแล้วจำไปทำ โอเค มันมีอาหารฟิวชั่น เป็นการผสมผสาน บางอันพอยอมรับได้ แต่ใส่ซอสพริกแบบนี้ยอมรับไม่ได้ แต่ถ้าตำเครื่องแกงไม่แหลกแล้วเอาไปละลายกับกะทิยังพอหยวนๆ ไป เพราะเราเองยังนำอาหารชาติอื่นมาปู้ยี่ปู้ยำ ทั้งญี่ปุ่น เวียดนาม หรือจีน เช่น ราเมงมาจากจีน พอไปญี่ปุุ่นก็กลายเป็นสูตรต้นตำรับของญี่ปุ่น หรือสุกี้ คนจีนยังบินมาเรียนในไทย เพราะอร่อยกว่าสุกี้ญี่ปุ่น เราปรั
เข้าตา มิชลิน! “พระราม 9 ไก่ย่าง” ของเสี่ยบ้านจัดสรรที่เคยหมดตัวเพราะ “ต้มยำกุ้ง” มิชลิน บิบ กูร์มองด์ (Michelin Bib Gourmand) คือ รางวัลที่ “ผู้ตรวจมิชลิน” จะมอบให้กับร้านที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี ในราคาย่อมเยาและคุ้มค่า ซึ่งในปีนี้ มีร้านที่ได้รางวัล มิชลิน บิบ กูร์มองด์ ทั้งหมด 94 ร้าน แบ่งเป็นร้านใหม่ 27 ร้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านที่มาจาก “มิชลินไกด์” เล่มใหม่ ซึ่งกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ อย่าง เชียงใหม่ ภูเก็ต และ กรุงเทพฯ เมืองหลวงของเรา ว่ากันว่า เกิดกระแสฮือฮาไม่น้อยในหมู่ “สายชิม” ที่มีชื่อของร้าน “พระราม 9 ไก่ย่าง” ติดโผในปีนี้ด้วย “พระราม 9 ไก่ย่าง” เจ้าของสโลแกน “สะอาดทั้งต่อหน้า และ ลับหลัง” ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขา สร้างยอดขายรวมปีหนึ่งๆ น่าจะถึงหลักหลายร้อยล้านบาท และกำลังจะเปิดสาขาที่ 5 ช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้ ให้ห้างดังย่านเลียบด่วนรามอินทรา แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ วันที่กิจการมั่นคง ผู้คนชื่นชมจำนวนมาก แถมยังมีรางวัล “ระดับโลก” มาการันตี บอกเลย “ดราม่า” หนักมาก ……….. “พื้นเพเป็นคนอุดรธานี ครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับซุปเปอร์มาร์เก็ต ผมเรียนหนังสือมาทางด้า
หลายปีก่อน อาหารของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลกก็คือ ต้มยำกุ้ง คนต่างชาติที่มาเมืองไทยจะต้องพากันลิ้มรส ต้มยำกุ้ง ให้ได้ ทั้งๆ ที่เมืองนอกก็มีขาย นอกจากนี้ ที่คนต่างชาตินิยมกินอาหารไทยก็มีผัดไทย ผัดกะเพราไก่ไข่ดาว ทว่าในปัจจุบันอาหารที่ขึ้นนำแซงโค้งอาหารชนิดอื่นก็คือ แกงมัสมั่น แกงมัสมั่นมีดีหลายอย่าง นอกจากถูกลิ้นคนที่ไม่ชอบเผ็ดแล้ว ยังกินกับข้าวสวยหรือขนมปังก็ได้ การกินแกงมัสมั่นให้อร่อยมีเคล็ดลับอยู่ว่า ต้องกินกับข้าวสวยร้อนๆ มัสมั่นก็ต้องร้อน น้ำแกงจะได้ไม่จับเป็นก้อน มัสมั่นโดยทั่วไปจะมีทั้งมัสมั่นไก่ เนื้อวัว และหมู นิยมหั่นเนื้อทุกชนิดเป็นชิ้นใหญ่ๆ ที่มาของแกงมัสมั่นจริงๆ มาจากฝรั่งเศสและมาเลเซีย แต่คนไทยมาคิดดัดแปลงจนกระทั่งกลายเป็นมัสมั่นแบบไทยๆ ที่ทั่วโลกกินแล้วติดใจ ไม่น่าเชื่อว่า สำหรับเมืองไทย แกงมัสมั่นไปดังที่จังหวัดน่าน ปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่า ถ้าใครไปเที่ยวเมืองน่าน ก็จะถือโอกาสไปกินแกงมัสมั่นที่ ร้านปุ้ม 3 ตั้งอยู่กลางเมือง เยื้องธนาคารกรุงศรีอยุธยา เมื่อหลายปีก่อน ถ้าใครจะซื้อแกงมัสมั่นจากร้านนี้กลับบ้าน ทางร้านก็จะบรรจุใส่หีบห่อแบบร้านอาหารทั่วไป ทว่าปัจจุบัน ผู้ซ
คุณวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 5/2562 ว่า ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการเตรียมเสนอ “ต้มยำกุ้ง” เพื่อขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติต่อยูเนสโกให้ทันภายในเดือนมีนาคม 2563 ด้านกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) รายงานว่า ได้ดำเนินการจัดประชุมคณะทำงานด้านการจัดทำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารไทย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 โดยสาระของ ต้มยำกุ้ง จะเกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ใน 3 สาขา คือ สาขาภาษาและมุขปาฐะ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล สาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล คำว่า ต้มยำกุ้ง เป็นคำโดดในภาษาไทย มาจากคำว่า ต้ม และ ยำ ซึ่งมีความหมายที่แสดงกระบวนการทำอาหาร แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทย เป็นอาหารของคนภาคกลาง ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำ มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหาร ด้วยการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้ในการประกอบอาหาร เช่น กุ้งในแม่น้ำ ต้มลงในน้ำเดือด ปรุงรสด้วยสมุนไพรต่างๆ รับประทานกับข้าวสวยร
พท.เปิดแคมเปญโค้งสุดท้าย “เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา” “หญิงหน่อย” สับ “ลุงตู่” ผลาญงบมหาศาลแต่ ปชช.หนี้ท่วมหัว ลั่นขอ 6 เดือนพลิกฟื้น ศก. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง คณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 22 เขต ร่วมแถลงนโยบายช่วง 2 อาทิตย์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ภายใต้แคมเปญ “เอาลุง*คืนไป เอาเงินในประเป๋าคืนมา” โดยคำว่า “ลุง” หมายถึงความคิดและสิ่งเก่าที่สิ้นหวัง โดยพรรคได้เปลี่ยนแบนเนอร์เวทีของพรรคด้วยข้อความดังกล่าวทั้งในห้องแถลงข่าว และจุดอื่นๆ ให้สอดคล้องกับแคมเปญโค้งสุดท้ายนี้ด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เกือบ 5 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในสภาพลำบาก เศรษฐกิจแย่มาก ค้าขายลำบาก หนี้สินท่วมหัว ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้งบประมาณสูงถึง 11.43 ล้านล้านบาท และถ้ารวมงบประมาณปี 2562 ไปด้วยก็
