ทอผ้า
วงการผ้าอาลัย บ้านคำปุน แบ่งปันภูมิปัญญา ทำสัมมาอาชีพ ด้วยจิตอันเป็นกุศล จากความสูญเสียครั้งใหญ่ ตามที่ นายประสพ เรียงเงิน อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ออกมาเปิดเผยว่า นางคำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) พ.ศ. 2561 ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2567 สิริอายุ 91 ปี โดยทายาท แจ้งกำหนดการบำเพ็ญกุศล พิธีสวดพระอภิธรรมระหว่างวันที่ 14-23 กรกฎาคม 2567 ถวายภัตตาหารเพล เวลา 19.00 น. สวดพระอภิธรรม เวลา 19.00 น. ณ บ้านคำปุน อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และกำหนดพิธีพระราชทานเพลิง ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 เวลา 16.00 น. ณ เมรุชั่วคราว วัดศรีอุบลรัตนาราม จังหวัดอุบลราชธานี นั้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอร่วมแสดงความไว้อาลัย ศิลปินแห่งชาติ ผู้สืบสานผ้าทออีสานฝีมือสุดประณีต ด้วยการย้อนดูเรื่องราวของ “บ้านคำปุน” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น “แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ฝีมือทอผ้าไหมสุดเลื่องลือ” “บ้านคำปุน” คือ แหล่งผลิตและจำหน่ายผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งอยู่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สถานที่แห่งนี้ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางวั
ซัน ไกรลาส ศิลปินเด็กพิเศษ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนผ้าทอ งานแฮนด์เมดที่มีชิ้นเดียวในโลก ดาวน์ซินโดรม โรคทางพันธุกรรมที่มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก โครโมโซมคู่ที่ 21 เกิดความผิดปกติ เด็กที่เกิดมาจะมีรูปร่างลักษณะและพัฒนาการบางอย่าง แตกต่างไปจากเด็กปกติ ซึ่งแพทย์-พยาบาลสามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่แรกเกิด รวมถึงมีภาวะบกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาร่วมด้วย ทำให้สังคมไทย มีการเข้าใจผิดว่า ผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม จะไม่มีพัฒนาการด้านสติปัญญา ไปจนถึงหางานทำเลี้ยงตัวเองไม่ได้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้คุยกับ คุณเกด – เกษณี สกุลดิษฐ์ วัย 60 ปี คุณแม่ของ ซัน – ไกรลาส สกุลดิษฐ์ วัย 24 ปี เจ้าของสตูดิโอผ้าทอสีสวย บ้านซันทอสนุก ‘Sunfun Weaving’ ผู้ซึ่งป่วยเป็นโรคดาวน์ซินโดรม คุณเกด เล่าให้ฟังว่า สตูดิโอบ้านซันทอสนุก เปิดมาได้กว่า 5 ปีแล้ว ความตั้งใจเดิมที่เปิดสตูดิโอขึ้น เธอเพียงอยากหากิจกรรมทำร่วมกับซัน เมื่อลูกเรียนจบชั้นมัธยมปลายเพียงเท่านั้น เธอขยายความต่อว่า โรงเรียนที่ซันเรียน เป็นโรงเรียนที่รับเด็กพิเศษเข้าเรียนผสมกับเด็กปกติ มีกิจกรรมสันทนาการ อย่าง ชมรม ให้เด็กเข้าร่วมสัปดาห์ละค
พาแอ่วเมืองเหนือ เยือนถิ่นผ้างาม ไหว้พระขอพร ริมแม่น้ำสะแกกรัง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้รับเชิญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ร่วมเดินทางไปยังจังหวัดอุทัยธานี ในโครงการกิจกรรม “ผ้างามเล่าเมืองเหนือ” จึงถือโอกาส พาลูกเพจไปแอ่วเมืองเหนือด้วยกันเสียเลย เริ่มต้นออกเดินทาง โดยรถตู้ปรับอากาศในเวลาเช้าตรู่ ใช้เวลาเดินทาง จากกรุงเทพฯ ถึงอุทัยธานี ประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อถึงที่หมาย ได้เจอกับอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ อดีตคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี รวมถึงเป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ออกมาต้อนรับและจะมาเป็นวิทยากรให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์กับคณะตลอดการเดินทาง ภารกิจแรกที่อุทัยธานี อาจารย์เผ่าทองได้พาคณะไปสักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ รัชกาลที่ 1 อาจารย์เผ่าทอง เล่าถึงประวัติความเป็นมาให้ฟังว่า พระราชหัตถเลขานี้ เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า พระราชบิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาาช ซึ่งเป็นพระปฐมบรมมหาชนกแห่งราชวงศ์จักรีนั้น ได้ประสูติที่หมู่บ้านสะแกกรัง เมืองอุทัยธานี และสืบเชื้อสายมาจาก
งดงามไม่ซ้ำใคร “ผ้าขาวม้าดารา” หมักโคลนนาคี ย้อมสีธรรมชาติ ขายดีสวนกระแสเศรษฐกิจ ไป บึงกาฬ ครั้งนี้ ไม่พลาดแวะ กลุ่มทอผ้าฝ้ายพื้นเมืองบ้านสะง้อ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 2 บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง เมื่อไปถึง คุณสมพร แสงกองมี อายุ 60 ปี ทายาทรุ่น 2 ออกมาต้อนรับอย่างดี พร้อมเริ่มบทสนทนาถึงที่มาของผ้าขาวม้าดารานาคีให้ฟังว่า ผ้าขาวม้าเป็นกิจการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดย คุณพ่อไล และ คุณแม่แว่น คำพุทธา เริ่มทำตั้งแต่ปี 2542 ล้มลุกคลุกคลานกับเพื่อนจัดตั้งกลุ่ม 12 คน ผลิตผ้าขาวม้าลายตารางดั้งเดิม กระทั่งปี 2560 คุณพ่อไลและคุณแม่แว่นวางมือ เธอกับสามี (คุณดารา แสงกองมี และลูกสาว คุณแยม-สุพัตรา แสงกองมี อายุ 23 ปี ทายาทรุ่น 3) เข้ามาสานต่อกิจการ ยกระดับและพัฒนาเป็นผ้าขาวม้าหมักโคลนธรรมชาติที่รู้จักในนาม “ผ้าขาวม้าดารานาคี” จากเคมีสู่ธรรมชาติ “หลังรับมรดก แม่นำผ้าขาวม้าไปขายตามงานแสดงสินค้า มองไปทางไหนเหมือนกันหมด เลยคิดว่าต้องเปลี่ยน ต้องฉีกแนวหาเอกลักษณ์ให้ตัวเอง หาสิ่งที่ชุมชนมีซึ่งก็คือธรรมชาติ” คุณสมพรในวัย 60 ปี เริ่มศึกษาวิชาจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านที่มีภูมิปัญญาชาวบ้านดั้ง
กลุ่มทอผ้าเทศบาลตำบลบ้านเชียง จ.อุดรธานี หรือที่ผู้คนรู้จักกันในชื่อ กลุ่มทอผ้าบ้านเชียง เริ่มต้นมาจากชาวบ้านที่ทอผ้า ย้อมคราม เพื่อสวมใส่กันเองภายในหมู่บ้าน ก่อนจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นเอกลักษณ์ของชาวบ้านเชียง จนได้กลายมาเป็นสินค้าโอท็อปของหมู่บ้าน และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน คุณสมบัติ มัญญะหงษ์ ที่ปรึกษากลุ่มทอผ้าบ้านเชียง วัย 65 ปี เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของผ้าทอบ้านเชียงว่า “เดิมชาวบ้านทอผ้าฝ้ายย้อมครามสีพื้น และต่อมาก็มัดหมี่เป็นลายต่างๆ ตามที่จินตนาการได้ หรือดูลายจากหนังสือ ภายหลังได้ลอกลายเขียนสีจากหม้อดินเผาบ้านเชียง ซึ่งเป็นเครื่องใช้ของมนุษย์ในสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ที่ขุดค้นได้ในแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียงมาประยุกต์เป็นลายผ้า ปรากฏว่าความสวยงามและเอกลักษณ์ของลายนี้ ทำให้ผ้าฝ้ายย้อมครามลายบ้านเชียงเป็นที่นิยมขึ้นอย่างกว้างขวาง” ผ้าทอบ้านเชียง เป็นผ้าทอพื้นเมืองที่เป็นมรดกตกทอดกันมา ทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องของเสื้อผ้าและเครื่องแต่งตัวตามอารยะธรรม ชุมชนไทพวนที่ถักทอเองและตัดเย็บสวมใส่เอง สิ่งสำคัญที่เด่นอยู่จนถึงปัจจุ
