ทำงานหนัก
Work ไร้ Balance : ฮาวทู ที่ทำได้แค่บรรเทาสภาพบอบช้ำทางจิตใจจาก การทำงาน ลองนึกภาพตาม หากเป็นตัวเราเองที่ต้องอยู่ในสถานการณ์การทำงานโดยไม่ได้หยุดพัก ไม่ได้มีวันหยุด เอาแต่คิดถึงเนื้องานสร้างยอดเอนเกจเมนต์เพื่อตอบโจทย์นายจ้าง สร้างคอนเทนต์ให้มีไวรัล นั่งทำงานติดต่อกันนานหลายสิบชั่วโมง หรืออาจจะตื่นเช้าทุกวันก้มหน้าก้มตาหาเงินนอนดึกร่างกายไม่ได้พัก แต่ก็เผลอแอบงีบหลับช่วงหนึ่งเพื่อจะมาทำงานต่อ กลับพบว่าไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้ว เราจะทำอะไรเป็นอันดับแรก คงปฏิเสธความจริงอันโหดร้ายนี้ไม่ได้ ว่าโรคระบาดทำให้ทุกคนเริ่มใช้ห้องนอนเป็นที่ทำงาน ใช้ห้องทำงานเป็นที่นอน ถูกไหลรวมเข้าหากันอย่างแยกลำบาก และไหนจะเรื่องของค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายยิบย่อยรายทาง สิ่งที่สะท้อนอย่างแจ่มชัดคือ โครงสร้างทางสังคมที่ไม่อาจแก้ขาด กับเศรษฐกิจในประเทศอย่างลุ่มๆ ดอนๆ และไหนจะระดับโลกที่คาดการณ์ไว้ว่าปี 2566 นี้คือยุคเศรษฐกิจถดถอย จำให้กลุ่มทำงานที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ลูกจ้างรายวันต้องตรากตรำคลำหาหนทางสร้างรายได้ของตัวเองมากขึ้น ถึงแม้จะมีฮาวทูมากมายเกี่ยวกับ Work-life Balance ว่าต้องทำงานอย่างไรให้มีเวลาพัก เ
ทำงานหนัก + มีวินัย! เคล็ดไม่ลับสำหรับ “สตาร์” วงการธุรกิจรุ่นใหม่ ตลอดระยะเวลาผ่านมาหลายปีเรามักจะเห็น “ไม้ต่อธุรกิจ” เข้ารับการอบรมสัมมนาในหัวข้อ “Family Business” กันค่อนข้างมาก ทั้งนั้นเพราะพวกเขาและเธอ เพิ่งจะเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศเพิ่งจะเริ่มทำงาน และเพิ่งจะก้าวเท้าเข้ามาในธุรกิจครอบครัว แต่กระนั้น การเดินตามรอยบุพการีเพื่อเรียนรู้งานภายในครอบครัวเห็นทีจะช้าเกินไป พวกเขาและเธอจึงเลือกที่จะเข้าคลาสอบรมการบริหารธุรกิจครอบครัวของสำนักอบรมต่างๆ เพื่อกรูมตัวเอง และเพื่อเชื่อมโยงคอนเน็กชั่นกับเหล่าบรรดาเจเนอเรชั่น 2 และ 3 ด้วยกัน ทางหนึ่งเพื่อต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจต่อไปในอนาคต ขณะที่อีกทางหนึ่งเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมองต่อการบริหารธุรกิจครอบครัว ที่มีอุปสรรคสำคัญคือ “ลูกน้องเก่า” ของผู้บริหารยุคก่อตั้ง เพราะเขามักจะมองว่า “ไม้ต่อธุรกิจ” ทำงานไม่เป็น บริหารไม่เก่ง และมักจะใช้เงินลงทุนมากกว่าการให้โอกาสและการรักษาน้ำใจ ทั้งๆ ที่พนักงานรุ่นเก่าทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่มากับผู้บริหารยุคก่อตั้ง สมัยตั้งแต่พวกคุณยังเด็กๆ แต่เมื่อวันหนึ่ง “คุณ” มีโอกาสเข้ามาบริหาร “คุณ” กลับไม
งานหนักบีบฆ่าตัวตาย ผลสรุปหนุ่มบริษัทคู่สัญญาองค์การอวกาศจบชีวิตตนเอง งานหนักบีบฆ่าตัวตาย – อาซาฮี รายงานว่า ทางการญี่ปุ่นแจ้งผลการสอบสวนกรณี นายโยกิโนบุ ซาโตะ วัย 31 ปี ที่ปรึกษาด้านซอฟต์แวร์ SCC คู่สัญญากับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ฆ่าตัวตายเมื่อปี 2559 ว่า มีสาเหตุมาจากการทำงานหนักเกินไป หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า คาโรชิ ทนายความของครอบครัวผู้ตาย จัดแถลงข่าวถึงผลสอบสวนนี้ที่กระทรวงแรงงานในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 3 เม.ย. โดยมีแม่ของผู้ตายร่วมแถลงด้วย ว่า นายซาโตะทำงานกับ SCC ตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 กระทั่งปี 2558 ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจฝ่ายปฏิบัติการควบคุมอิบูกิ ให้กับ JAXA ภารกิจดังกล่าวบีบให้นายซาโตะทำงานล่วงเวลา โดยไม่ได้รับค่าจ้างมากถึง 70 ชั่วโมง ระยะเวลา 1 เดือน ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่แรงงาน สังเกตว่า ชายหนุ่มถูกใช้งานที่เกินตัว อีกทั้งยังถูกขอให้ทำงานพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในตารางงานของดาวเทียม นอกจากนี้ยังทำงานกับหัวหน้างานได้ยากลำบาก แม่และทนายของผู้ตาย แถลงข่าว Asahi Shimbun แรงกดดันทั้งหมดส่งผลต่อสภาพจิตใจและความเครียด จนทำให้ไม่สามารถจัดการกับสภาพผิดปกตินี
