ทำเกษตรอินทรีย์
หอมแดง…เป็นอาหารสมุนไพรคู่ครัวไทย การกินหอมแดงบ่อยๆ จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดี และยังมีสารช่วยป้องกันการติดเชื้อในทางเดินหายใจ บำรุงหัวใจ หรือเสริมสมรรถภาพทางเพศ หอมแดง เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ เกษตรกรที่ตำบลดอนกาม อำเภอยางชุมน้อย ได้รวมกลุ่มปลูกหอมแดงอินทรีย์ ในโครงการแปลงใหญ่ ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน ทำให้ทุกคนได้ร่วมคิดร่วมทำ มีการจัดหาปัจจัยราคาถูกมาใช้ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง แล้วช่วยให้เกษตรกรสามารถยกระดับรายได้เพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่วิถีที่มั่นคง โครงการปลูกหอมแดงอินทรีย์แปลงใหญ่ พื้นที่ 10,168 ไร่ คุณศราวุธ ชนะชัย เกษตรอำเภอยางชุมน้อย เล่าให้ฟังว่า หอมแดง เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ปลูกกันแพร่หลายในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อย ปี 2561/62 มีเกษตรกรปลูกหอมแดงอินทรีย์ 5,717 ราย มีพื้นที่ปลูก 10,168 ไร่ เกษตรกรที่นี่เลือกปลูกหอมแดงพันธุ์พื้นเมืองศรีสะเกษหรือพันธุ์ลับแล พื้นที่ 1 ไร่ จะใช้พันธุ์หอมแดงปลูก 200-300 กิโลกรัม การพัฒนาคุณภาพหอมแดง ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มปลูกหอมแดงอินทรีย์ในโครงการแปลงใหญ่ ได้สนับสนุนให้ทำสารสมุนไพรหรือสารอินทรีย์ใช้เป็นปุ๋ยและเป็นสารคว
เกษตรอินทรีย์ เป็นการทำการเกษตรด้วยหลักธรรมชาติ บนพื้นที่การเกษตร ที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง และหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสารเคมีทั้งทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของดินและความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ รวมถึงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี สารสังเคราะห์ หรือสิ่งที่ได้จากการตัดต่อพันธุกรรม แนวทางของเกษตรอินทรีย์ เป็นการอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการปลูกพืชจะใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ๋ยเคมี กำจัดวัชพืชโดยใช้แรงงานคน ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อให้เกิดความหลากหลาย มีการเลี้ยงไส้เดือนดิน ใช้เศษพืชทำเป็นปุ๋ยหมัก ทำให้ดินได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และลดต้นทุนการผลิตด้วย มีการใช้น้ำส้มควันไม้เพื่อไล่แมลงศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมี เป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เกษตรกรมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค คุณภัทรภร แสงบุญ คุณภัทรภร แสงบุญ บ้านเลขที่ 43/2 หมู่ที่ 4 ตำบลชมพู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ดำเนินงานปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์
วันที่ 20 ธันวาคม หญิงสาว อ.จุน จ.พะเยา ตัดสินใจลาออกจากงานออฟฟิศในกรุงเทพมหานคร กลับบ้านมาอยู่ที่ อ.จุน จ.พะเยา บ้านเกิดเมื่อปี 2558 เพื่อดูแลพ่อแม่และทำเกษตรอินทรีย์ในครัวเรือนเพื่อสุขภาพ ทำชาเก็กฮวยและแปลงสาธิตสตรอเบอรี่อินทรีย์ในครัวเรือนให้ประชาชนได้ศึกษา เป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก เนื่องจากปลูกง่ายไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ที่สำคัญไม่ต้องใช้สารเคมีให้มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม น.ส.ชนม์นิภา ไข่ทา หรือจ๋า อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า ตนจบการศึกษาสาขาการบัญชี มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กรุงเทพมหานคร และเริ่มทำงานออฟฟิศเมื่อปี 2549 รับเงินเดือนๆ ละ 25,000 บาท จนกระทั่งปี 2558 ตัดสินใจลาออกจากงานเพราะรู้ว่างานไม่เหมาะสมกับตนเอง แม้ว่าจะมีเงินเดือนสูง แต่ไม่ใช่ตัวตนของเรา ประกอบกับแม่ต้องการให้กลับมาอยู่ที่บ้าน อ.จุน เพราะอยากให้กลับบ้าน จึงไม่ลังเล ตัดสินใจลาออกจากงานสำนักงานแล้วกลับมาอยู่บ้าน ขณะเดียวกันก็สนใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากที่บ้านมีพื้นที่ว่างเหมาะที่จะปลูกผักสวนครัวไว้ทานในครอบครัวได้ด้วย น.ส.ชนม์นิภากล่าวต่อว่า ปัจจุบันทุกคนใส่ใจเรื่องสุขภาพกันอย่างมาก ประกอบกับตนส
