ทีมซีล
วันนี้ (7 ก.ค.) นาวาเอก อนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ เป็นหัวหน้าทีมซีลในปฎิบัติการช่วยเหลือ กล่าวเปิดใจเล่าเรื่องปฎิบัติการช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มจนจบปฎิบัติการ โดยระบุว่า “พวกเราเป็นชาวทะเล เมื่อฟังบรรยายสรุป ก็คือว่าถ้ำน่าจะมีแสงสว่างบ้าง ภารกิจไม่น่ายาก แต่ก้าวแรกที่ก้าวไปในถ้ำก็รู้เลยว่าไม่ใช่งานง่าย ในถ้ำมืดสนิท เส้นทางจากปากถ้ำถึง 3 แยก ประมาณ 3 กิโลเมตร ต้องปืนโขดหิน วันแรกไปถึง 05.30 น. พยายามตามรอยเด็กเข้าไป โดยตลอดเส้นทางแคบๆ ผนังถ้ำเป็นโคลนหนา แสดงให้เห็นว่า ที่นี่เคยมีน้ำท่วมสูง เราทำงานตั้งแต่ ตีห้า จนถึงเย็น” เล่าต่อว่า “ต่อมาประมาณ 16.30 น. จึงรีบถอนตัว เพราะน้ำสูงขึ้น จึงเสนอแนะผู้ว่าฯว่าหากจะทำงานได้ต้องสูบน้ำ ต่อมามีการระดมกำลังจำนวนมากในการสูบ แต่ทีมช่วยก็รอไม่ได้ เพราะน้ำลดช้า ทีมช่วยจึงวางเส้นนำไปเรื่อยๆ จนถึงโถง3 และ สามแยก โดยนักดำน้ำประเทศอังกฤษ ก็ดำไปจนพบเด็ก ไป-กลับโถงสาม ใช้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง หน่วยซีลจึงเตรียมเสบียง ขนม แผ่นฟอยล์ที่ทำร่างกายอบอุ่น และส่งทีมซีลไปใหม่ โดยการทำงานทุกคนดูตามเวลา เพราะไม่มีแสง เช้าต่
วันที่ 7 ก.ค. วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ว่า ส่งกำลังใจและภาวนา “หน่วย Seal -นรข.-นักดำน้ำหลายชาติ” วางแผนและซักซ้อมแผนพา “ทีมหมูป่าฯ” ออกจากถ้ำแล้ว รอประเมินสถานการณ์น้ำ เผยเด็กๆ ฝึกดำน้ำได้ในระดับหนึ่งแล้ว คาดอาจปฏิบัติการพรุ่งนี้หรือเร็วๆนี้ มีรายงานข่าวจากกองทัพเรือ ว่า การปฏิบัติของหน่วยงานต่างๆเร่งดำเนินการพร่องน้ำจากถ้ำหลวง ชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชปพ.นสร.) หรือหน่วย Seal และ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ร่วมกับนักดำน้ำต่างชาติ อยู่ระหว่างวางแผนและเตรียมการ เข้าช่วยเหลือ “ทีมหมูป่าฯ” ที่จุดเนินนมสาว เพื่อนำออกจากถ้ำหลวง โดยรอประเมินสถานการณ์น้ำในวันนี้และพรุ่งนี้ ขณะที่เด็กๆแข็งแรงดีและได้รับการฝึกสอนทักษะในการดำน้ำได้ในระดับหนึ่งแล้ว หากทุกอย่างพร้อมอาจปฏิบัติการได้ในวันพรุ่งนี้ หรือ 1-2 วันนี้ นอกจากนี้ หน่วยซีลยังจัดชุดสำรวจหาโพรงจากบนเขาอยู่ระหว่างปฏิบัติงานและจะลงมาบก.หน้าถ้ำ เพื่อรายงานผลช่วงค่ำ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ้อมแผนการเคลื่อนย้าย ผู้ประสบภัยกรณีช่วยเหลือออกจากถ้ำ
