ธกส.
ธอส. ขยายเวลา ให้ลูกค้าที่รายได้ยังไม่กลับเข้าสู่ปกติ พักชำระหนี้ถึง 31 ต.ค. 63 เว็บไซต์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เผย ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ลงทะเบียนเข้า “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ” ผ่าน 8 มาตรการ รวมจำนวน 475,800 บัญชี วงเงินกู้ 473,951 ล้านบาท โดยมาตรการที่ 5 พักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 4 เดือน มีลูกค้าลงทะเบียนมากที่สุดถึง 174,598 บัญชี วงเงินกู้ 151,527 ล้านบาท เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบให้กับลูกค้าที่เข้ามาตรการที่ 5 ซึ่งจะสิ้นสุดระยะเวลาพักชำระหนี้ 31 กรกฎาคม 2563 นี้ แต่ยังไม่มีความสามารถที่จะผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ จึงขยายความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยจัดทำมาตรการ 8.5 แบ่งเป็น 1.กรณีลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติให้แจ้งความประสงค์เข้ามาตรการที่ 8.5 พักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ย ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 และ 2.กรณีลูกค้าที่มีสถานะเป็น NPL จะต้องเข้ามาตรการประนอมหนี้พิเศษ หากปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์มาตรการที่ 8.5 ได้ด้วย โดยแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการ 8.5 ผ่าน Application : GHB ALL ได้ตั้งแต่ 13 กรกฎาคม – 29 สิงหาค
มอเตอร์ไซค์รับจ้างเฮ ธกส. ปล่อยกู้ ช่วยเสริมสภาพคล่อง สูงสุด 8 หมื่น วันที่ 22 ส.ค. นายสมภพ รอดกลาง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้จัดทำโครงการ “สินเชื่อรถจักรยานยนต์สร้างรายได้” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เกษตรกรหรือบุคคลทั่วไป ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม เสริมสภาพคล่องป้องกันและแก้ไขปัญหาการกู้เงินนอกระบบ สนับสนุนการสร้างอาชีพและรายได้ รวมถึงช่วยให้บุคคลในครัวเรือนมีอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม เพื่อยกระดับรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้การค้ำประกันเงินกู้แก่ผู้ที่ขอสินเชื่อดังกล่าวภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ Micro Entrepreneurs ระยะที่ 3 ผ่านโครงการ “บสย.รักพี่วิน” สำหรับผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อต้องเป็นผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เกษตรกรหรือบุคคลทั่วไปและเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างถูกต้องตามกฎหมาย ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ และชลบุรี รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ที่มีผู้ขึ้น
“มัลลิกา” จี้ “บิ๊กตู่” ยกระดับราคากระเทียมด่วน เกษตรกรเดือดร้อนหนัก กระทบส่งธกส.แน่ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 30 กล่าวว่า ระหว่างการลงพื้นที่พบปะประชาชนขณะนี้เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวกระเทียมในพื้นที่ตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา และตำบลใกล้เคียงโดยเฉพาะ 12 หมู่บ้านของตำบลบ้านถ้ำ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกพืช 3 ชนิดคือ ข้าว-ข้าวโพด-กระเทียม เป็นวงจรการทำการเกษตรในที่ดินทำกินทุกปี แต่ในฤดูกาลนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากที่กระเทียมราคาลดลงโดยพ่อค้าคนกลางรับซื้อเพียงแค่ราคากิโลกรัมละ 8-9 บาทเท่านั้น แถมยังขาดแคลนพ่อค้าคนกลางมารับซื้ออีกด้วย คุณมัลลิกา กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรทำได้เพียงแค่นำเอากระเทียมขึ้นแขวนไว้ก่อน เพื่อรอให้ราคาขึ้นแต่ถ้าแขวนนานเกินไปกระเทียมก็จะมีน้ำหนักเบาลงและแห้งในที่สุดเช่นกัน ขณะนี้พื้นที่กว่า 1,000 ไร่ใน 12 หมู่บ้าน ตำบลบ้านถ้ำในเขตพื้นที่นี้ส่วนใหญ่ใช้ทุนจากผลผลิตข้าวโพดซึ่งเก็บเกี่ยวก่อนหน้ามาเป็นต้นทุนในการปลูกกระเทียม แต่
ธ.ก.ส.โชว์ผลประกอบการครึ่งปีฟันกำไรเกือบ 6 พันล้าน คาดทั้งปีอาจได้ 9 พันล้าน ครึ่งปีหลังจ่อปล่อยสินเชื่อช่วยมัน ข้าว ข้าวโพด คาดทั้งปีปล่อยสินเชื่อใหม่ไม่ต่ำกว่า 8.6 หมื่นล้าน เร่งแก้หนี้นอกระบบ นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2560 (1 เมษายน-30 กันยายน 2560) ธ.ก.ส. มีกำไร 5.84 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อนที่มีกำไร 5.23 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชี และคาดว่าในปีบัญชีนี้มีกำไรตามเป้าหมายที่ประมาณ 9 พันล้านบาท นอกจากนี้ สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ 17,843 ล้านบาท ส่งผลยอดรวมของสินเชื่อคงค้างเป็น 1.29 ล้านล้านบาท หรือขยายตัวจากบัญชีผ่านมา 1.40% คาดว่า สินเชื่อครึ่งปีบัญชีหลังจากปล่อยได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่ตรงกับฤดูกาลเพาะปลูก โดยได้เตรียมสินเชื่อสินค้ามันสำปะหลังวงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท สินเชื่อบริหารจัดการข้าว 1.25 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อผู้ปลูกข้าวโพดอีก 7.5 พันล้านบาท โดยมั่นใจว่าตลอดทั้งปีบัญชี ธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อตามเป้าหมาย 86,000 ล้านบา
เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. เผยแพร่เอกสารเรื่อง ผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ 2559 ซึ่งมีหน่วยงานที่ได้รับการประเมินจากสำนักงานป.ป.ช.ทั้งสิ้น 115 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการทำงานทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ 1.ความโปร่งใส 2.ความรับผิดชอบ 3.การปลอดทุจริต 4.วัฒนธรรมองค์กร และ5.คุณธรรมในการมอบหมายงาน โดย 10 อันดับหน่วยงานที่ได้คะแนนการประเมินมากที่สุดได้แก่ 1.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ 96.02 คะแนน 2.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ 94.50 คะแนน 3.บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ 91.41 คะแนน 4.องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ได้ 90.79 คะแนน 5.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ 90.39 คะแนน 6.การไฟฟ้านครหลวง ได้ 90.30 คะแนน 7.สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ 90.23 คะแนน 8.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้ 89.98 คะแนน 9.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ 89.86 คะแนน และ10.โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ได้ 89.78 คะแนน อย่างไร
