ธุรกิจขนมไทย
“ทองย้อยคาเฟ่” ร้านขายขนมไทยสุดชิก ชนิดว่าบรรดาเซเลบยังต้องมาปักหมุด บรรยากาศอบอวลด้วยหมู่มวลดอกไม้หลากสีสัน ขนมไทยเสิร์ฟมาพร้อมทองคำเปลว ยังมีขนมฝรั่งประยุกต์หาทานที่ไหนไม่ได้ อาทิ เค้กรวมมิตร เค้กลอดช่องแตงไทย เค้กทับทิมกรอบ เค้กทุเรียน เค้กเงาะ ภาชนะใส่ขนมลงทุนสูงใช้ทองเหลือง ชูเอกลักษณ์ไทย สวยจนลืมกลืนเลยทีเดียว คุณบีม – ทองย้อย แผ่สุวรรณ์ วัย 32 ปี ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เดิมขายเสื้อผ้าแบรนด์ทองย้อย มานานกว่า 10 ปี กระทั่งปี 61 เกิดความรู้สึกอยากทำอะไรใหม่ๆ จึงวางแผนทำคาเฟ่ขนมไทย วัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นโชว์รูมเสื้อผ้า เผื่อว่าลูกค้าที่มาจะได้ทานขนมไทยอร่อยๆ แต่หลังจากเปิดตัวไม่นาน กระแสการตอบรับดีเกินคาด ลูกค้ามาทานขนมเป็นหลัก หนที่สุดเลือกขายขนม คุณบีม บอกว่า สาเหตุที่เลือกขนมไทย เพราะรู้สึกคุ้นเคยมากกว่าขนมฝรั่ง ตอนเด็กๆ ชอบทานมาก หลังกลับจากโรงเรียน มักจะซื้อขนมไทยจากตลาดมาทานทุกวัน “ทองย้อยคาเฟ่” เป็นคาเฟ่สไตล์ไทยแบบชิกๆ เจ้าของร้าน บอกว่า เปิดเมื่อปี 61 โดดเด่นที่การตกแต่ง ผนังทาด้วยสีชมพูโอลด์โรส ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตก
ขนมไทย รสชาติดั้งเดิมแบบไทยแท้ ฝีมือคนไทยทำ ไม่ได้เพียงโด่งดังในประเทศอีกต่อไปแล้ว เพราะสามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดัง ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ด้วยการนำนวัตกรรมมาช่วยปรับปรุงให้ขนมไทยโกอินเตอร์ไปไกลได้ไม่ยาก จนสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศและโกยรายได้ต่อปีไปไม่น้อย ด้วยต้องการขายนวัตกรรมเชิงวัฒนธรรมให้กับขนมไทย แบรนด์แม่เอย จึงพัฒนาขนมไทยให้เจริญก้าวหน้าแบบไม่หยุดยั้ง ออกผลิตภัณฑ์ขนมไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับตลาด จนสามารถครองแชมป์โอท็อประดับ 5 ดาว มาตลอดระยะเวลา 10 ปี ยุคขนมเปี๊ยะเจ้าแรก ไอเดียหลากไส้ สู่อุตสาหกรรมขนมไทย คุณดิศรณ์ มาริษชัย กรรมการผู้จัดการ เจ้าของบริษัท ขนมแม่เอย เปี๊ยะ แอนด์ พาย (2003) จำกัด เล่าว่า “ก่อตั้งบริษัทมาร่วม 12 ปีแล้ว ตอนนั้นเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ช่วงปี 2546-2547 นั้นเศรษฐกิจย่ำแย่มาก กำเงิน 7 บาท มาลงทุนเปิดท้ายขายของ ขายพวกตุ้มหู ขายไปวันๆ ก็ได้เพียงแค่เงินกินข้าว ไม่ได้มีกำไรอะไรเท่าไหร่ จึงกลับมาคิดว่า ทำแบบนี้มันไม่ยั่งยืน ประจวบกับช่วงนั้นสนใจการทำขนมเปี๊ยะพอดี จึงทดลองทำ ดูสูตรจากหนังสือ หาข้อมูล ถามผู้รู้ สูตรที่ได้ก็มีถูกบ้า
