ธุรกิจชาไข่มุก
แม้จะเปิดตัวได้เพียง 8 เดือน แต่กระแสดีเกินคาด กับ “ชาไข่มุกลองดิ” ชาไข่มุกเจ้าดังในจังหวัดน่าน เพราะมีเงินเพียง 10 บาทก็ดื่มชาไข่มุกเย็นๆ รสชาติกลมกล่อมได้ เจ้าของกิจการ คือ คุณออย – ทิพวรรณ เสนา อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน เล่าอย่างเป็นกันเองว่า เดิมทำแฟรนไชส์กาแฟถังและกาแฟสองใจ แต่เห็นว่าระยะหลัง คู่แข่งเริ่มเยอะขึ้น จึงคิดค้นสูตรชาไข่มุกพร้อมกับทำขาย ใช้ชื่อร้านว่า “ลองดิ” เปิดตัวไปเมื่อประมาณปลายปี 61 ราคาขายแก้วใหญ่ขนาด 16-18 ออนซ์ 25 บาท แต่จากการสังเกตเห็นลูกค้าเด็กมักทานน้ำไม่หมด จึงลดปริมาณลง ทำชาไข่มุกแก้วเล็ก ขนาด 12 ออนซ์ จำหน่ายในราคาย่อมเยา เพียงแก้วละ 10 บาทเท่านั้น “เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ลองขายชาไข่มุกแก้วละ 10 บาท ปรากฏผลตอบรับดีมากจนน่าตกใจ ดีขนาดที่ว่าขายได้วันละ 300 – 400 แก้วเลยทีเดียว ลูกค้าทั่วประเทศให้ความสนใจกันมาก ทั้งลูกค้าทั่วไปและกลุ่มใหม่ๆ ล่าสุด มีแฟรนไชส์ 100 กว่าสาขาแล้ว” คุณออยให้เหตุผลความนิยมของชาไข่มุกราคาประหยัดว่า “คงเพราะราคาถูก อร่อย คุ้มค่า มีเงิน 10 บาทก็สามารถดื่มชาไข่มุกได้ ยิ่งช่วงนี้สภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ค่อยดี หลายคงคงไม่อยา
เป็นหนึ่งในธุรกิจฮอตส่งท้ายปี สำหรับ “ชานมไข่มุก” เครื่องดื่มสัญชาติไต้หวันกระแสดีมีคนรู้จักเยอะ ลองสังเกตใกล้ตัวมีร้านชานมไข่มุกหน้าใหม่เปิดขึ้นมากมาย แถม “ไข่มุก” ที่เป็นท็อปปิ้งทรงกลมสีดำทำจากแป้งมันสำปะหลังยังฮิตถูกดัดแปลงจากเมนูของหวานไปสู่เมนูของคาว เช่น พิซซ่าไข่มุก ราเมนไข่มุก คั่วไก่ไข่มุก นอกจากนั้นยังนำ “ไข่มุก” ไปใช้เป็นลวดลายบนเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อีกด้วย มีข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจกสิกรไทย เผยผลสำรวจตลาดชานมไข่มุกเมื่อปี 2017 มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท ขณะที่ผลวิจัยของบริษัท Allied Analytics (บริษัทที่ปรึกษาวิจัยด้านการตลาด) เผยมูลค่าตลาดชานมไข่มุกทั่วโลกอยู่ที่ 1,954 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 65,000 ล้านบาท และคาดว่าภายในปี 2023 จะมีมูลค่า 3,214 ล้านเหรียญ หรือราว 100,000 ล้านบาท แน่นอนว่าวัตถุดิบหลักอย่างชาและไข่มุก ต้นตำหรับอยู่ที่ประเทศไต้หวัน ฉะนั้นเครื่องดื่มประเภทนี้จะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้กับประเทศไต้หวัน สำหรับตลาดชานมไข่มุกในประเทศไทย หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นเครื่องดื่มรสชาติแปลกใหม่มาในแก้วพลาสติกทรงกระบอกยาว คนไทยให้การตอบรั
