ธุรกิจประกันชีวิต
ธุรกิจประกันชีวิต ยึดมั่นคำสัญญา ไม่ยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2564 นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ขอชี้แจงว่า บริษัทประกันชีวิตทุกบริษัทได้ดำเนินธุรกิจด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งก่อนและหลังการรับประกันภัย และไม่มีเงื่อนไขให้บริษัทประกันชีวิตสามารถยกเลิกสัญญาระหว่างทางได้ ยกเว้นแต่มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้เอาประกันภัยปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญต่อการรับประกันภัย หรือมีเจตนาทุจริตต่อบริษัท ขณะเดียวกันธุรกิจประกันชีวิต มีความมั่นคงและมีระดับความเพียงพอของเงินกองทุนสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด และเพียงพอต่อการปฏิบัติตามภาระผูกพันของกรมธรรม์ประกันภัยทุกกรมธรรม์ที่ออกให้แก่ผู้เอาประกันภัย ดังนั้น ธุรกิจประกันชีวิตพร้อมที่จะดูแลและให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยจนกว่าจะครบกำหนดสัญญา จึงขอให้ผู้เอาประกันภัยที่ทำประกันชีวิตในทุกแบบผลิตภัณฑ์ กับทุกบริษัทประกันชีวิต เชื่อมั่นว่าธุรกิจประกันชีวิตมีความมั่นคงและพร้อมยึดมั่นคำสัญญาที่ระบุไว้ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์ “ธุรกิจประกันชีวิตพร้อมอยู่เคียงข้างผู้เอาประกันภัย และคนไทยในทุกสถานการณ์ และปฏิบัติตามพันธสัญญาในกรมธ
ธุรกิจประกันชีวิต ครึ่งแรกปี 64 เบี้ยรับรวมเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.13 วันที่ 3 ส.ค. 2564 นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2564 (มกราคม-มิถุนายน) ว่า ธุรกิจประกันชีวิตมีผลงานเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 294,896.57 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.13 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา จำแนกเป็นเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ จำนวน 83,745.52 ล้านบาท ด้วยอัตราเติบโต เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.88 และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปจำนวน 211,151.05 ล้านบาท ด้วยอัตราเติบโต เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.68 และมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตร้อยละ 81 สำหรับเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ ประกอบด้วย เบี้ยประกันภัยรับปีแรก จำนวน 45,851.44 ล้านบาท อัตราการเติบโตลดลง ร้อยละ 7.52 และเบี้ยประกันภัยรับชำระครั้งเดียว จำนวน 37,894.08 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 42.26 โดยจำแนกเป็นเบี้ยประกันภัยรับรวมตามช่องทางการจำหน่าย ดังนี้ อันดับ 1 การขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต จำนวน 142,804.21 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.39 มีสัดส่วนร้อยละ 48.43 อันดับ 2 การขายผ่านธนาคาร จำนวน 124,101
