ธุรกิจอาหารสัตว์
หมาแมวครองพื้นที่! ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยโตไม่หยุด โดยเฉพาะ ‘ธุรกิจอาหารสัตว์’ ที่แข่งขันกันดุเดือด มีทาสแมวเพิ่มขึ้น 28% นิยมเลี้ยงเพื่อฮีลใจ ดูแลเหมือนสมาชิกในครอบครัว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ปี 2568 ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ประมาณ 3.98 แสนตัน ขยายตัว 6% จากปีก่อน ตามจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น จำนวนสัตว์เลี้ยงของไทยยังมีแนวโน้มเติบโต โดยในปี 2568 คาดว่า สัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของมีอยู่ราว 5.38 ล้านตัว เพิ่มขึ้นราว 6% แบ่งเป็นสุนัข 3.45 ล้านตัว แมว 1.94 ล้านตัว ส่งผลให้ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงกว่า 76% จะอยู่ในกลุ่มอาหารสุนัข แต่ในอนาคต คาดว่า สัดส่วนยอดขายอาหารแมวน่าจะเพิ่มขึ้น จากความนิยมเลี้ยงแมวที่มีมากขึ้น สะท้อนได้จาก ในช่วงปี 2564-2567 จำนวนแมวที่เลี้ยงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 28% ต่อปี เทียบกับอัตราการเติบโตของสุนัขเลี้ยงที่ 19% ต่อปี โดย กรุงเทพฯ และปริมณฑล นับเป็นพื้นที่ศักยภาพของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากมีจำนวนสัตว์เลี้ยงมากที่สุดและผู้เลี้ยงมีกำลังซื้อ ซึ่งมีสัตว์เลี้ยงอยู่ราว 3.1 แสนตัว คิดเป็น 6% ของจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมด และมีรายได้เฉลี่ยที่ 35,901 บาท/เดือน ซึ่งสูงกว่
ไทยส่งออกอาหารสัตว์เป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ในตลาดจีน ส่วนแบ่งในตลาดจีนมีโอกาสการค้าสูง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อํานวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การค้าและแนวโน้มของสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งไทยเป็นประเทศผู้นำด้านการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของโลก โดยในปี 2566 ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 4 ของโลก มีส่วนแบ่ง 8.39% ของมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงโลก รองจากเยอรมนี 13.07% สหรัฐอเมริกา 9.81% และฝรั่งเศส 9.77% ทั้งนี้ อาหารสัตว์เลี้ยงในจีนเป็นตลาดศักยภาพที่ไทยน่าจะมีโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเติม โดยในปี 2566 จีนนำเข้าสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากไทย เป็นอันดับที่ 3 ส่วนแบ่ง 8.02% รองจากสหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนแบ่งสูงถึง 65.66% และนิวซีแลนด์ 13.34% สนค. ได้ศึกษาข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ที่เผยแพร่รายงาน เรื่อง ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ระบุว่า ในปี 2566 สุนัขและแมวในเขตเมืองทั่วประเทศจีน มีจำนวนมากกว่า 120 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2565 โดยแมวมีถึง 70 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 7% สุนัข
ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงโตขึ้นอย่างมาก! คนส่วนใหญ่มักนิยมเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว และพร้อมที่จะจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยง ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามความนิยมเลี้ยงสัตว์ในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีปัจจัยสำคัญจากพฤติกรรมนิยมเลี้ยงสัตว์เสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมที่จะจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ทั้งจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี รวมถึงสภาพสังคมที่มีขนาดครอบครัวเล็กลง ไม่แต่งงานหรือมีบุตรลดลง เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ส่งผลให้ความนิยมเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยไปตลาดโลกปี 2024 อาจอยู่ที่ 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 19.5% เทียบกับปีก่อนที่หดตัวถึง 15.0% โดยเป็นการเติบโตทั้งในฝั่งของปริมาณความต้องการ ที่ทยอยฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ ประกอบกับความนิยมเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย เนื่องจากไทยเป็นผู้ส่ง
‘กรุ๊ฟเน็ต เม็ทดิชิน’ มุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ธุรกิจอาหารสัตว์ เคล็ดลับ SMEs รายเล็ก ที่แข่งขันกับรายใหญ่ได้ เคล็ดลับการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการ SMEs มักนำมาใช้เพื่อเป้าหมายสร้างการเติบโตแก่ธุรกิจ และจากแนวคิดธุรกิจว่า ตลาดอาหารสัตว์ค่อนข้างใหญ่มาก และมีช่องว่างอยู่มาก เหตุนี้ ในปี 2541 คุณเจริญชัย สวัสดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุ๊ฟเน็ต เม็ทดิชิน จำกัด จึงก้าวออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนสู่เส้นทางผู้ประกอบการ คุณเจริญชัย กล่าวว่า เรียนจบด้านปศุสัตว์ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ จึงมีความรู้ในด้านยาและการรักษาสัตว์ ตลอดจนการบริหารจัดการฟาร์ม ภายหลังได้ทำงานกับบริษัทธุรกิจด้านสัตว์น้ำ ทำให้มีความรู้ด้านการผลิตสินค้าและการจำหน่ายสินค้า ซึ่งได้จุดประกายแนวคิดก่อตั้งโรงงานอาหารสัตว์สำเร็จรูป โดยมองว่า ตลาดกุ้งของไทยยังคงเติบโตได้ดี เป็นโอกาสที่ธุรกิจอาหารกุ้ง รวมถึงเคมีและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์น้ำน่าจะเติบโตได้ดีเช่นกัน จึงพยายามศึกษาเรื่องการตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป โดยเริ่มต้นจากธุรกิจจำหน่ายเคมีและเวชภ
