นครนายก
“หอยหอม บ้านวังรี 1 ปีมีครั้ง” วัตถุดิบในท้องถิ่น สร้างรายได้ให้คนในชุมชน หนึ่งเสน่ห์ที่อาจจะถูกซ่อนเร้นอยู่ในหุบเขา โอบล้อมไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ หนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ ไปสัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายที่ต่างจังหวัด เพราะฉะนั้น การท่องเที่ยวเมืองรอง จึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะแต่ละพื้นที่ ต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสแวะเวียนไปสัมผัสวิถีชีวิตแสนเรียบง่ายที่เมืองรอง จังหวัดนครนายก โดยทาง เคทีซี และ OR หนุนการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ซึ่งชุมชนที่เราได้ไปเยือนคือ หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชน บ้านวังรี นครนายก โดยมีคุณวันดี เผื่ออุดม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครนายก ได้มาต้อนรับและดูแลกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางผู้นำตัวอย่าง คือ ผู้ใหญ่ถวัลย์ จำใจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังรี นครนายก ได้มาต้อนรับพร้อมเล่าที่มาของหมู่บ้านท่องเที่ยวนี้ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งทางผู้ใหญ่ถวัลย์ เล่าว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำชุมชน และสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเส้นหลักของการท่องเที่ยว จึงรวมกลุ่มและมองหาหลักดูว่า คนในชุ
“พยาบาล” นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของเด็กผู้หญิงหลายคนในวัยเยาว์ เพราะมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี คนยกย่อง อยู่ในสถานที่สะอาดสะอ้าน ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สำหรับ “ดุสิตา ธรรมสถิตพร” หรือ ไหม หญิงสาวในวัยเพียง 27 ปี เลือกที่จะปฏิเสธตำแหน่งพยาบาลดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งโรงพยาบาลกรุงเทพฯ เงินเดือนหลายหมื่นบาท มาสวมบทบาทเกษตรกรปลูกเมล่อนในพื้นที่ 8 ไร่ ที่ ต.เขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก โดยเธอตั้งปณิธานไว้ว่า การเป็นเกษตรกรจะต้องไม่ “ยากจน” เสมอไป และเชื่อไหมว่าอดีตนางพยาบาลคนนี้ ภายหลังเป็นเกษตรกรเพียงปีเดียว ปัจจุบันเธอมีรายได้สัปดาห์ละ 60,000 บาท มากกว่าที่เป็นพยาบาลซะอีก คุณไหม เล่าว่า หลังจากเรียนจบพยาบาลเฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปี 54 ก็ทำงานตามที่เรียนมา ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แผนกผู้ป่วยมะเร็งนาน 4 ปี ทำงานวันละ 12 – 13 ชั่วโมงทุกวัน สุขภาพเริ่มแย่ ค่าเม็ดเลือดทุกตัวตกลงทุกปี ประกอบกับสามีเป็นหมอ แนะนำว่าให้ลาออกจากงาน เพื่อไปรักษาตัวเอง แต่เนื่องจากไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น ไปได้ลองทานเมล่อน รสชาติดีมาก หวาน กรอบ อร่อย เลยเกิดไอเดียกลับมาปลูกเมล่อนที่เมืองไทย ตอนที่ค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครนายก เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้แวะเก็บบรรยากาศทุ่งบัวแดง ที่ ต.อาษา อ.บ้านนา จ.นครนายก ได้เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากจอดรถตามไหล่ทางอย่างเนืองแน่น ที่พากันแห่ชมทุ่งบัวแดง จึงแวะลงไปสอบถาม ด.ญ.นภัสสร เทียนงาม อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดนครนายก 1 ในนักท่องเที่ยวที่พาเพื่อนๆ มาเซลฟี่ถ่ายรูปในสถานที่ดังกล่าว เล่าว่า เห็นในเฟซบุ๊กถึงแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีดอกบัวแดงที่สวยมาก รู้สึกแปลกตาและตื่นเต้นกับดอกบัวที่บานสะพรั่งเต็มท้องนา จึงชวนเพื่อนๆ เดินทางมาชมทุ่งบัวแดงดังกล่าว ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นางพัฒานา วงษ์ดี หรือป้าสำเภา อายุ 59 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่ 8 ต.อาษา อ.บ้านนา จ.นครนายก เจ้าของที่ที่มีทุ่งบัวแดงอยู่เต็มไปหมด เล่าว่า ประกอบอาชีพทำนามากว่า 30 ปี มีเนื้อทำนาอยู่ 17 ไร่ และได้เห็นบัวเเดงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทุกครั้งหลังทำการเก็บเกี่ยวข้าว เจ้าดอกบัวแดงนั้นก็จะผุดขึ้นเองตามธรรมชาติแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ถอนทิ้งบ้างเก็บไปทำอาหารบ้าง จนมาปีนี้จึงลองปล่อยให้ดอกบัวแดงขึ้นอย่างเต็มที่และดอกบัวแดงนั้นได้ขึ้นเองกินพื้นที่ทำ
