นักกายภาพ
อาชีพแห่งยุค “นักกายภาพ สายสปา” ตลาดต้องการ ค่าตอบแทนไม่ธรรมดา ลูกสาวคนเดียวของบ้าน พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ เรียนจบ ม.6 สายวิทย์ และอาจมีประสบการณ์เหมือนคนวัยเดียวกันอีกจำนวนมาก ที่ช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ไม่รู้ว่าจะไประดับอุดมศึกษาในสาขาวิชาอะไร “คนสมัยก่อน ถ้ายังไม่รู้ว่ามีความชอบอะไรชัดเจน มักมีความคิดให้ลูก-หลาน เรียนสายวิทย์ แล้วไปเลือกเอาข้างหน้า สำหรับตัวเองก็เหมือนกัน พอจบ ม.6 สายวิทย์ แล้ว ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรต่อดี เรียนหมอคงไม่ไหว พยาบาลก็กลัวผี เลยเลือกเรียนคณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ที่มหาวิทยาลัยรังสิต แต่ถามว่า ตอนนั้นรู้ไหมว่าเป็นวิชาอะไร บอกตรงๆ ไม่รู้” คุณปุย-กาญจนรัตน์ วัฒนบวรวงค์ ศิษย์เก่าคณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต เจ้าของเรื่องราว เริ่มต้นอย่างนั้น พร้อมหัวเราะอารมณ์ดี ก่อนคุยให้ฟังต่อ แต่พอได้เข้าไปเรียนแล้ว รู้สึกชอบในศาสตร์นี้ เพราะมีความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเธอใช้เวลาเรียน 4 ปี จึงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี “คนเรียนสายนี้ จะส่งต่อความเชื่อกันมารุ่นต่อรุ่น ถ้าเรียนจบจากสาขานี้จะทำอาชีพได้ 2 อาชีพ คือ เป็นนักกายภาพบำบัดประจำโรงพยาบาล หร
ความฝันของด้อน! อยากเป็นนักกายภาพฯ ส่งต่อความรู้ ผู้ป่วย-ผู้สูงอายุ ดูแลตัวเองได้ ด้อน-รอมมาฎอน สองเมือง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะกายภาพบําบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะเป็นผู้ได้รับทุนพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประจําปีการศึกษา 2562 และได้รับรางวัลด้านคุณธรรมจริยธรรมดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2562 จากสภาสถาบันการศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย เผยว่า ตัวเขาเองมักช่วยงานอาจารย์ที่โรงเรียนทำงานในสภานักเรียน และช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้เข้าเป็นแกนนำเยาวชน To Be Number 1 ของจังหวัดภูเก็ต “การทำกิจกรรมจิตอาสา เปลี่ยนทัศนคติและบุคลิกของผมไปในทางที่ดี จากเมื่อก่อนที่เป็นคนเก็บตัว ขี้อาย เข้าสังคมไม่เก่ง งานจิตอาสาทำให้ได้เปิดพื้นที่ใหม่ และกล้าที่จะเข้าสังคมมากขึ้น เพราะการทำงานจิตอาสานั้นต้องเจอผู้คนมากมาย จึงทำให้ต้องกล้าแสดงออก ไม่ปิดกั้นตัวเองอยู่ในกรอบ พอเข้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยรังสิต ผมยังคงสานต่อการทำกิจกรรมจิตอาสา พร้อมกับการทำกิจกรรมทั้งของคณะและมหาวิทยาลัย เช่น ผู้นำเชียร์ลีดเดอร์ ผู้รับผิดชอ
