นักศึกษาจบใหม่
สายงานท็อป 5 ที่องค์กรเปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุด มีอะไรบ้างนะ เป็นที่ทราบกันดีว่า สภาพเศรษฐกิจในปี 2563 นี้ผันผวนเป็นอย่างมาก ผนวกกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้อัตราการจ้างงานในธุรกิจต่างๆ มีเปอร์เซ็นต์ลดน้อยลงไปอีก ยิ่งกับนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ในปีนี้ด้วยแล้ว ก็ต้องเผชิญหน้ากับภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีสายงานองค์กรอีกไม่น้อย ที่ยินดีจะจ้างและเปิดรับนักศึกษาจบใหม่ ให้เข้าทำงาน โดย จ๊อบไทย ได้เผย 5 อันดับ สายงานที่องค์กรเปิดรับนักศึกษาจบใหม่ปริญญาตรีมากที่สุด ได้แก่ อันดับ 1 งานการขาย คิดเป็น 23.3% อันดับ 2 งานบริการ คิดเป็น 11.8% อันดับ 3 ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น 9.0% อันดับ 4 วิศวกร คิดเป็น 7.2% อันดับ 5 ช่างเทคนิค คิดเป็น 7.1%
นักศึกษาจบใหม่เฮ! รัฐช่วยออกเงินเดือนสูงสุด 7,500 บาท จ้างงาน 2.6 แสนตำแหน่ง เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่โดยภาครัฐและเอกชน ของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กรอบวงเงินไม่เกิน 19,462.0017 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ช่วยเหลือการจ้างงานให้ผู้จบการศึกษาใหม่ได้มีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพิ่มทักษะและประสบการณ์ในการทำงาน รวมทั้งยังเป็นการช่วยเหลือสถานประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนและผู้จบการศึกษาใหม่ 260,000 คน ซึ่งแผนการใช้จ่าย รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานจะจ่ายเงินอุดหนุนเงินเดือนร้อยละ 50 ให้กับผู้จบการศึกษาใหม่ตามอัตราเงินเดือนแยกตามวุฒิไม่เกิน 7,500 บาท/เดือน/คน ในระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2563-30 ก.ย. 2564 โดยมีเงื่อนไขว่านายจ้างต้องอยู่ในระบบประกันสังคมและไม่เลิกจ้างลูกจ้างเดิมเกินร้อยละ 15 ภายใน 1 ปี ทั้งนี้ ประโยชน์ที่จะได้รับทั้งผู้จบการศึกษาใหม่ได้รับการส่งเสริมและส
กลุ่ม ปตท. สนับสนุนนโยบายภาครัฐ ภายใต้โครงการ “Restart Thailand” เตรียมจ้างแรงงานสำหรับการขยายธุรกิจและโครงการก่อสร้างต่างๆ ในปี 2564 กว่า 22,000 อัตรา พร้อมจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ระดับ ปวช.-ปริญญาตรี กว่า 2,630 อัตรา เป็นระยะเวลา 12 เดือน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. พร้อมเร่งเดินหน้าการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ทุกโครงการตามแผนงาน เพื่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศอย่างต่อเนื่อง และเตรียมจ้างแรงงานและนักศึกษาจบใหม่รวมกว่า 25,000 อัตรา ระหว่างปี 2563-2564 ภายใต้ โครงการ “Restart Thailand” ประกอบด้วย การจ้างแรงงานผ่านเครือข่ายกลุ่ม ปตท. เพื่อการขยายธุรกิจและโครงการก่อสร้างต่างๆ กว่า 22,000 อัตรา จากปัจจุบันที่มีการจ้างแรงงานผ่านผู้รับเหมาในโครงการก่อสร้างอยู่แล้ว 30,000 อัตรา การจัดจ้างนักศึกษาจบใหม่ ระดับ ปวช. ปวส. อาชีวศึกษา และปริญญาตรี ที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกและมีภูมิลำเนาในพื้นที่ปฏิบัติงาน จำนวน 2,630 อัตรา ให้มีรายได้และโอกาสในการฝึกฝนทักษะอาชีพ ภายใต้สัญญาจ้างระยะเวลา 12 เดือน การเปิดรับพนักงานเพิ่มเ
แอพพลิเคชั่น “Democrat เรียนจบ พบงาน” หวังแก้ปัญหา เรียนจบไม่ตกงาน ทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ หวังแก้ปัญหานักศึกษาจบใหม่และคนตกงานกว่า 4 แสนราย และมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกปี ด้วยแอพพลิเคชั่น “Democrat เรียนจบ พบงาน” ‘@DemTum’ ช่วยค้นหางานตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ยกระดับเศรษฐกิจไทย สร้างรายได้ สร้างอาชีพ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่มีจำนวนผู้ว่างงานในไทยมากกว่า 4 แสนราย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปีนั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาของตลาดงานยุคเก่าที่ประสบผลกระทบจากยุคของ Digital Transformation ที่ทำให้ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ต่างมองหาแนวทางในการทำให้ธุรกิจเติบโตและขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ และเริ่มนำนวัตกรรมการเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ สร้างผลกระทบต่อแรงงานเดิมที่ปรับตัวไม่ทัน ต้องตกงานกันอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีแรงงานที่ประสบปัญหาว่างงานอยู่มาก รวมถึงนักศึกษาใหม่ที่จะจบออกมาแล้วจะพบปัญหาเดียวกัน ซึ่งถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ควรหาทางแก้ไข ดังนั้น ทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดตั้งโครงการ ‘เรียนจบ พบงาน’ เพื่อเสริมสร้าง
ตลาดแรงงานส่งสัญญาณลอยแพเกลื่อน-นักศึกษาจบใหม่ก็หางานทำยากเซ่นพิษสงครามการค้า แรงงานจ่อโดนลอยแพเกลื่อน – นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า ผลพวงจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ที่ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยปี 2562 มีโอกาสติดลบ 1.5-2% สะท้อนถึงการจ้างแรงงานของไทยที่เริ่มชะลอลงตามไปด้วย โดยเฉพาะตลาดแรงงานในภาคการผลิต การผลิตเพื่อส่งออก โลจิสติกส์ ค้าปลีกและค้าส่งที่ช่วงนี้ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอมรับว่าขณะนี้เริ่มมีสัญญาณการจ้างงานลดลง ประกอบกับบางส่วนปรับมาใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้นทั้งหุ่นยนต์และเทคโนโลยีต่างๆ เป็นความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานโดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระบบช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 2563 อีกประมาณ 5.24 แสนคน อาจต้องประสบปัญหาภาวะว่างงานสูงขึ้น ดังนั้นรัฐบาลคงต้องประคับประคองด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการบริโภคภายในแทน “สัญญาณการเลิกจ้างจะเริ่มจากมาตรการเบาไป เช่น การเริ่มไม่รับพนักงานคนใหม่ แทนตําแหน่งที่ว่างลง, การใช้หุ่นยนต์ และเครื่องจักรอัตโนมัติ, และหนักขึ
