นางงาม
สาวใต้ใจสู้ ใฝ่รู้ มีความมานะพยายาม จากเวทีนางงาม สู่ พิธีกรมืออาชีพ หากพูดถึงวงการนางงาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าสาวงามที่แจ้งเกิดบนเวทีนี้ล้วนแล้วแต่มีความสามารถรอบด้าน หลายคนเจิดจรัสในวงการบันเทิง และอีกหลายคนโดดเด่นอยู่ในวงการพิธีกร เช่นเดียวกับ “แอมเวย์-จิดาภา อารีย์ทาน” เธอคือสาวงามดีกรีรองนางสาวไทย ปี 2556 ที่พ่วงตำแหน่งนางงามงามอย่างไทย ซึ่งปัจจุบันมีผลงานพิธีกรให้ติดตาม ทั้งรายการ AutoLikeTV ออกอากาศทางช่อง 5 เป็นรายการเกี่ยวกับวงการยานยนต์ และรายการครัวคุณต๋อยยกทัพ ที่จะพาเหล่านักกินไปพบกับเมนูสุดฟินทั่วประเทศ และวันนี้จะพาไปรู้จักกับสาวเก่งมากความสามารถคนนี้ ว่ากว่ามงจะลงบนเส้นทางนี้ เธอต้องฝึกฝนและเรียนรู้อะไรมาบ้าง แอมเวย์-จิดาภา อารีย์ทาน กล่าวว่า บนเส้นทางความสำเร็จเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ ฝึกฝน และความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า แอม เป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งที่มีความฝันเหมือนเด็กสาวทั่วไป ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนางงาม ตลอดเวลาเราก็พยายามเรียนรู้และพัฒนาบุคลิกภาพ ซึ่งหลังจบมัธยมศึกษาตอนปลายได้ตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เพ
เปิดใจ “ใบบัว” ตั้งใจเข้าประกวดนางงาม เพราะอยากฟื้นเศรษฐกิจบ้านเกิด “ใบบัว” สวิตตา คำฝอย มีดีกรีเป็นนางสาวไทยกระบี่ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเทศบาล 2 จังหวัดกระบี่ และตัดสินใจเข้าเรียนคณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต ด้วยเหตุผลที่ว่าได้เห็นการทำงานหลายรูปแบบเหมือนคุณแม่ของเธอ ซึ่งทำงานในโรงพยาบาล และรักษาผู้ป่วยในคลินิกกายภาพบำบัด สามารถช่วยผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตปกติหรือเกือบปกติที่สุด และเมื่อเห็นคนไข้ ทำกายภาพแล้วกลับมาเดินได้ รู้สึกมีความสุขมาก จนรู้ว่าตนเองมีความชอบทางด้านกายภาพบำบัด หลังจากนั้น “ใบบัว” ได้เข้าสู่วงการประกวดนางงาม ซึ่งมีรางวัลการันตีความงามโดยติด Top 10 จากการประกวดมิสแกรนด์ภูเก็ต โดยล่าสุดคว้ารางวัล นางสาวไทยกระบี่ และกำลังเข้าสู่การประกวดในเวทีนางสาวไทย ประจำปี 2566 ปัจจุบัน “ใบบัว” กำลังศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต เธอเล่าว่า มีความตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะเข้ามาเรียนที่นี่ ด้วยนวัตกรรมและการเรียนการสอนที่ทันสมัย และสามารถปั้นนักกายภาพบำบัดที่ดีหลายคน นอกจากนี้ ทั้งเรื่องเรียนและประกวดนางงาม ใบบัวจะคุยกับ
ลงทุนหลักล้าน แต่ขาย 10 บาท! เปิดแล้ว ร้านข้าวแกงนางงาม ของ “บุ๋ม ปนัดดา” พิกัด รังสิต คลอง 4 ก่อนหน้านี้ คุณบุ๋ม ปนัดดา เคยแย้มว่า เธอจะเปิดร้านข้าวแกงนางงาม ขายอาหารราคาถูก เพียง 10 บาท ล่าสุด วันนี้ (15 ธันวาคม) ร้านข้าวแกงนางงามได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยคุณบุ๋มได้ให้สัมภาษณ์ว่า ร้านข้าวแกงนางงาม ใช้เงินลงทุนหลักล้านบาท เกิดขึ้นจากการมองเห็นว่าสมัยนี้แบงก์พัน แบงก์ห้าร้อย แตกง่ายแล้วไม่กลับคืนมา อีกทั้งอาหารการกินก็แพงขึ้นเรื่อยๆ จึงนำไอเดียมาเปิดร้านข้าวแกง ที่ขายเพียง 10 บาท อย่างน้อยถือแบงก์ร้อยมาก็มีเงินทอนกลับบ้าน อีกทั้งการเปิดร้าน ยังทำให้มีโรงครัวไว้ผลิตอาหารช่วยเหลือประชาชนในยามเดือดร้อน เช่น เหตุอุทกภัย “กำไรไม่ได้มากมาย แต่พอเดินไปได้ เมื่อเช้าก็มีคนเมตตาเอาไข่ เอาข้าวมาให้ เพราะเขารับรู้ว่าเราเปิดร้านช่วยคน ไม่ว่าจะเป็น วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ แท็กซี่ แรงงานหาเช้ากินค่ำ คนต่างด้าว ใช้เงินไม่ถึงร้อยก็อิ่มได้ทั้งวัน” คุณบุ๋ม กล่าว อย่างไรก็ตาม ในวันแรก มีเมนู 14 รายการ และในวันข้างหน้าจะเพิ่มเมนูอีก ราวๆ 16-20 รายการ ที่มา NineEntertain Official
เวทีใหญ่เลื่อนประกวด มิสแกรนด์เพชรบูรณ์ เปิดแผงขายผลไม้ หาเงินไม่อายใคร ระหว่างรอการประกวดมิสแกรนด์เวทีใหญ่ที่ถูกเลื่อนออกไป เพราะโควิด คุณฝ้ายนา-สุทธิดา นิลผาย มิสแกรนด์เพชรบูรณ์ 2021 ก็ไม่ทิ้งเวลาให้สูญเปล่า เธอใช้ความรักในอาชีพค้าขายหารายได้ให้ตัวเอง เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่มีในช่วงนี้ ชีวิตของคุณฝ้ายนาลำบากมาตั้งแต่วัยเด็ก ครอบครัวล้มละลาย และสูญเสียคุณแม่ในเวลาเดียวกัน เธออาศัยอยู่กับคุณพ่อ และต้องทำงานหนักกว่าเด็กทั่วไป ทำทุกอย่างที่ได้เงิน ทั้งพนักงานเซเว่นฯ รับทำความสะอาดบ้านของอาจารย์ ฯลฯ “หลังเรียนจบชั้น ม.6 ฝ้ายนาย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยในตัวเมืองเพชรบูรณ์ และทำงานส่งตัวเองเรียนไปด้วย แต่เพราะค่าเทอมแพงจึงต้องดรอปเรียน แล้วทำงานเพื่อมีชีวิตรอด ทำมาแล้วหลายอาชีพมาก แม้กระทั่งงานก่อสร้าง ปูกระเบื้องยาง ติดวอลล์เปเปอร์ ทำผ้าม่าน ทำทุกอย่างที่ได้เงินและเป็นงานสุจริต” จนวันนึงมีเชฟรุ่นพี่เห็นแววของคุณฝ้ายนา จึงเข้ามาช่วยสอนทำอาหาร ขนม เป็นบาริสต้า เมื่อมีความรู้ติดตัวแล้ว คุณฝ้ายนาได้นำมาสร้างอาชีพเปิดร้านขายอาหารไทยฟิวชั่นและขนมสไตล์ฝรั่งเศสออนไลน์ ส่งตามสำนักง
สองอดีตนางงาม อร-อรอนงค์ นางสาวไทย ประจำปี 2535 กับ น้ำฝน-สรวงสุดา นางสาวไทย ประจำปี 2540 พี่น้องนางงามที่มีความสนิทสนม มาออกรายการ เก้งกวางบ่างชะนี พร้อมกัน นอกจากพูดถึงกระแสดราม่าหลังรับตำแหน่งขณะนั้น ซึ่งสาวอร บอกว่า ปีนั้นมี พี่จีน่า-จิดาภา ณ ลำเลียง ตัวเก็ง เราม้ามืด เจอดราม่าเยอะว่าเราเป็นนางงามหลังเขา ไม่สวย เตี้ย ภาษาไม่ได้ ปีนั้นประกวดนางงามในประเทศไทย ตอนนั้นถ้าเป็นไปได้ ถ้าคืนตำแหน่งได้จะคืน ตอนนั้นร้องไห้เลย ต้องยอมรับว่าพื้นฐานครอบครัวเราไม่ได้มีมาตั้งแต่ต้น พ่อก็ถีบสามล้อปั่น พ่อเป็นกรรมกร รับเหมาก่อสร้าง แม่เป็นภารโรง เราก็ทำงานตั้งแต่ ม.2 ไปรำที่ศูนย์วัฒนธรรม ที่บ้านมีพี่น้อง 7 คน ทุกคนก็ช่วยกันทำงาน อรเป็นคนที่ 6 เราก็ทำงานเก็บเงินเป็นทุนการศึกษาของเราด้วย ได้เป็นนางงามเราก็ยังต้องทำงานส่งครอบครัว เหมือนเราทำมาตลอด ไม่คิดว่าเหนื่อย ยังมีคนลำบากกว่าเราอีก น้ำฝน บอกว่า ตอนเด็กๆ ไม่ได้อยู่กับพ่อ เพราะพ่อต้องไปทำงานที่ซาอุฯ เด็กๆ อยากปกป้องแม่ ดูแลครอบครัว เราก็จะทำทุกอย่างช่วยแม่ หอบกอข้าวแลกเงิน อยากเป็นทหาร เพราะตอนเด็กๆ กลางดึก แม่มาปลุกให้เข้าไปอยู่ในห้อง กับน้องชาย จ
