นางสาวไทย
จากเด็กโดดเรียน เป็นลูกมือร้านเสริมสวย สู่เจ้าของห้องเสื้อชื่อเก๋ ตัดชุดให้นางงามใส่ จากร้านเสริมสวยเล็กๆ ในหมู่บ้าน ต่อยอดเป็น “ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ” ที่ใครได้ยินถึงกับต้องสงสัยในความแปลกของชื่อ ด้วยฝีมือการออกแบบและตัดเย็บที่ไม่ธรรมดา ทำให้ห้องเสื้อนี้มีโอกาสตัดเย็บชุดให้กับสาวงามเวทีดังมาแล้ว เจ้าของห้องเสื้อ มีชื่อว่า คุณแคท-ดุสิตา ดุเหว่าคำ อายุ 38 ปี เล่าให้ฟังว่า เธอเป็นคนชอบเรื่องสวยงามมาตั้งแต่เด็ก สมัยเรียน ปวช. ปี 3 ชอบโดดเรียนไปเป็นลูกมือร้านเสริมสวย แต่เรื่องนี้ไม่เป็นความลับอีกต่อไปเมื่ออาจารย์ฝ่ายปกครองแวะไปเป็นลูกค้าสระไดร์ ซึ่งอาจารย์ท่านนั้นโทรไปบอกพ่อกับแม่ว่าลูกชอบทางนี้ควรสนับสนุน ผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจส่งไปเรียนเสริมสวยจริงจัง ทั้งๆ ที่เหลือปีสุดท้ายก็จบ ปวช. แล้ว คุณแคทใช้เวลาเรียนเสริมสวยนาน 8 เดือน เมื่อมีความรู้มากพอเธอจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปเป็นลูกมือร้านเสริมสวย อยู่ในวงการนี้เกือบ 5 ปี กระทั่งกลับมาเปิด “ร้านตัดผมกาญจนา” ร่วมกับแม่ที่อยุธยา ธุรกิจเสริมสวยเริ่มเติบโต คนในชุมชนเห็นความสามารถ นอกจากตัดผมเป็นแล้วเรื่องเย็บปักถักร้อยยังไม่เป็นรอ
“ราคาหนึ่งผืน ต่อชีวิตได้หลายวัน” มิสสุรินทร์ ขอเป็นสื่อกลาง ช่วยชาวบ้านขายผ้าไหม คุณโมนา-เมริกา ชนะกิจชินชน วัย 26 ปี เธอคือนางงามจากจังหวัดสุรินทร์ที่ชื่นชอบและคลั่งไคล้ผ้าไหม โดยเฉพาะผ้าไหมจากสุรินทร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม ความละเอียด และผ้าทุกผืนล้วนมีเรื่องราว ซึ่งเธอได้สวมใส่ผ้าไหมสุรินทร์ในการประชาสัมพันธ์จังหวัดอย่างจริงจังมาตลอด 1 ปี แต่เพราะเกิดโควิด-19 ทำให้ผ้าไหมของชาวบ้านขายไม่ได้ ไม่มีแม้แต่คนรับซื้อ คุณโมนาจึงขออาสาเป็นสื่อกลางช่วยชาวบ้านขายผ้าไหม ด้วยการโพสต์ฝากร้าน ในกลุ่ม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน คุณโมนา เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า สิ่งที่ทำให้เธอคลั่งไคล้ผ้าไหมสุรินทร์ คือ กรรมวิธีการทอผ้าไหมของผู้สูงอายุ ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยสาวๆ สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นพ่อแม่ “ผ้าไหมสุรินทร์จะมีความโบราณ ไม่เชย ออกเท่ด้วยซ้ำ ทุกอำเภอในจังหวัดสุรินทร์จะมีการเดินแบบผ้าไหมด้วยการให้คนแก่ใส่ผ้าไหมที่ตัวเองทอมาเดินแบบ ปี 2562 ได้รับตำแหน่งนางงามทำให้มีโอกาสไปดูเวทีต่างๆ และได้ศึกษาจริงจัง จนรู้ว่ากว่าจะได้เส้นไหมแต่ละเส้นเป็นเรื่องยาก ต้องใช้ความละเอีย
