นายจ้าง
10 สิ่งที่นายจ้างควรรู้ ก่อนจ้างแรงงานต่างด้าว เช็กลิสต์เลย การจ้างแรงงานต่างด้าวถือเป็นแนวทางที่หลายองค์กรนิยมทำเพื่อให้มีคนงานเข้ามาพัฒนาธุรกิจของตนเอง สร้างการเติบโต และยังถือเป็นกลุ่มคนสำคัญ เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติด้วย อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจจ้างพวกเขาเหล่านี้ก็มีเรื่องที่ต้องศึกษาด้วยเช่นกัน ป้องกันการทำผิดกฎหมาย และนี่คือ 10 สิ่งที่นายจ้างควรรู้ ก่อนจ้างแรงงานต่างด้าว เช็กลิสต์ 10 สิ่งที่นายจ้างควรรู้ ก่อนจ้างแรงงานต่างด้าว การจ้างแรงงานต่างด้าวต้องทำตาม MOU ขั้นตอนเบื้องต้นในการทำตามระบบ MOU คือ นายจ้างต้องยื่น Demand Letter ซึ่งเป็นคำร้องขอนำเข้าแรงงานต่างด้าวไปยังตัวแทนของประเทศต้นทาง จากนั้นทางประเทศต้นทางจะคัดเลือกแรงงานที่เหมาะสมทำเป็นบัญชีรายชื่อ นายจ้างทำตามขั้นตอนอื่นๆ เช่น ยื่นแบบ ตท.2 เอกสารประกอบกับ สจจ./สจก. ชำระค่าใบอนุญาต นำหนังสือที่ได้จาก สจจ./สจก. ไปยื่นกรมแรงงาน ตรวจรับแรงงาน แจ้งที่พักอาศัย แจ้งการเข้าทำงาน ตรวจสุขภาพ รวมถึงเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อมไม่ว่าจะเป็น นายจ้าง หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล) บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน แผนที
นายจ้าง SMEs เช็กสิทธิ รับเงินอุดหนุน 3 พันบาทต่อลูกจ้างไทย 1 คน สูงสุด 200 คน นาน 3 เดือน รีบยื่นสิทธิก่อน 20 พ.ย. นี้ วันที่ 22 ตุลาคม 2564 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว ความคืบหน้าหลังจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 อนุมัติกรอบวงเงิน 37,521.69 ล้านบาท สำหรับโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs โดยให้ทางกระทรวงแรงงานเป็นฝ่ายดูแลรับเรื่องลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2564 โครงการมีวัตถุประสงค์รักษาระดับการจ้างงานและส่งเสริมการจ้างงานใหม่ และสร้างสภาพคล่องให้นายจ้าง/สถานประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถฟื้นฟูกิจการสร้างความแข็งแรงของธุรกิจ พร้อมรับการเปิดประเทศที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ โดยรัฐบาลจะโอนเงินให้นายจ้างในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้างสัญชาติไทย 1 คนต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือน ทั้งนี้ การจ่ายเงินให้นายจ้างในอัตรา 3,000 บาทต่อเดือน ต่อลูกจ้าง 1 คน จำนวนลูกจ้างสูงสุด 200 คน เท่ากับว่านายจ้างจะได้รับเงินสูงสุดถึง 6 แสนบาทต่อเดือน ตามมาตรการนี้ เงื่อนไขและวิธีการลงทะเบียน เป็นนายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ในระ
เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 24 กรกฎาคม นางเมทิกา สัตตานุสรณ์ จัดหางานจังหวัดพังงา เข้าตรวจสอบขณะเจ้าหน้าที่กำลังอำนวยความสะดวก การเปิดให้นายจ้างแจ้งการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เพื่อรองรับการจัดระบบแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย โดยจะต้องเป็นลูกจ้างที่จ้างงานอยู่ก่อนแล้ว ห้ามนำคนมาแอบอ้าง จะมีการตรวจสอบความสัมพันธ์ของนายจ้างและลูกจ้างเข้ม ระหว่าง 24 ก.ค. ถึง 7 ส.ค. 60 นี้ โดยเปิดให้ยื่นเอกสาร 15 วัน ซึ่งขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เมื่อมาถึงจะมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ตรวจสอบเอกสาร กรอกแบบฟอร์มคำขอจ้างแรงงานต่างด้าวพร้อมติดรูปถ่ายของลูกจ้าง รับบัตรคิว รอเรียกเข้าไปบันทึกข้อมูลและออกไปรับคำขอเพื่อนัดมาสัมภาษณ์ในภายหลัง ใช้เวลาแจ้งประมาณ 15 นาทีต่อคนเท่านั้น โดยแต่ละศูนย์จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ 30 จุด และจะเปิดทุกวันตั้งแต่ 08.30 น. ไม่มีวันหยุด สำหรับจังหวัดพังงาบรรยากาศในวันแรกเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีนายจ้าง และแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายจำนวนประมาณ 200 ราย ที่เข้าดำเนินการ ซึ่งทางกรมการจัดหางาน ประมาณการแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในจังหวัดพังงาไว้ที่ปริมาณ 10,000 ราย นางเมทิกา สัตตานุสรณ์ จัดหางานจังหวั
หลังจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือไตรภาคี ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ จนได้ข้อสรุปจัดทำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ… ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวได้แก้ไขเพิ่มเติมให้สิทธิสวัสดิการลูกจ้างมากขึ้น อาทิ การเพิ่มความชัดเจนในเรื่องหญิงตั้งครรภ์สามารถลาคลอดได้ 90 วัน แต่ที่ผ่านมาไม่รวมวันก่อนคลอด โดยร่างกฎหมายใหม่ให้สามารถรวมไว้และกำหนดให้ลาเพื่อไปตรวจตั้งครรภ์ โดยไม่ถูกหักเงิน เป็นต้น เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายยงยุทธ เม่นตะเภา ประธานสมาพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (CILT) กล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.ฯดังกล่าว นับเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะการกำหนดเรื่องเกษียณอายุ ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาพันธ์ฯและเครือข่ายแรงงานได้มีการร้องขอเรื่องนี้มาตลอด เพราะหลายบริษัทไม่มีการกำหนดอายุเกษียณของลูกจ้าง ปล่อยให้ลูกจ้างทำงานไปเรื่อยๆ ทำไม่ไหวก็จะลาออกไปเอง โดยที่ไม่ได้รับเงินเกษียณอะไรเลย หรือไม่ได้รับเงินชดเชย เหมือนกรณี น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) ที่ทำงานกว่า 35 ปีและลาออกไปโดยไม่ได้รับค่าชดเชย ทั้งที่ทำงานมานานก็
กรมการจัดหางานเตือนนายจ้างรีบพาแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียนมาในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในปี 2559 มาจดทะเบียนต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2559 ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดใน 22 จังหวัดชายทะเลและกรุงเทพมหานครอีก 1 แห่ง หากพ้นกำหนด จะดำเนินการตรวจสอบ ปราบปรามอย่างเข้มงวด พบกระทำผิดถูกจับ ปรับเป็นแสน นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดจดทะเบียน ต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ในกิจการประมงทะเลและ แปรรูปสัตว์น้ำ (รวมถึงผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของแรงงานต่างด้าวที่อายุไม่เกิน 18 ปี) ซึ่งใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในปี 2559 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 ที่ให้ขยายระยะเวลาการอยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตทำงานออกไปจนถึง 1 พฤศจิกายน 2560 เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม โดยได้เปิดจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2559 โดยนายจ้างจะต้องพาแรงงานต่างด้าวฯ ไปจดทะเบียนเพื่อขออนุญาตทำงาน ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1) นายจ้างแจ้งบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวฯ ที่สำนั
