นิวยอร์ก
เมืองค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สิงคโปร์ ฮ่องกง ปารีส ครองอันดับ 1 ร่วม ส่วน กทม.อยู่ที่ 41 – BBCไทย กรุงปารีสของฝรั่งเศส สิงคโปร์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ของจีน ได้รับการจัดให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกประจำปี 2019 ส่วนกรุงเทพมหานครอยู่ในอันดับที่ 41 นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 30 ปีในการจัดอันดับของ Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจของนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ ที่มี 3 เมืองครองอันดับ 1 ร่วมกัน โดยผลการจัดอันดับนี้ มาจากการสำรวจและเปรียบเทียบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่าง ๆ เช่น ราคาขนมปัง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ค่าตัดผม ค่าเดินทาง และค่าที่พักอาศัย ใน 133 เมืองทั่วโลก แล้วเอาราคาดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับราคาในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของการจัดอันดับค่าครองชีพครั้งนี้ สำหรับสิงคโปร์นั้นครองอันดับ 1 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกติดต่อกัน 5 ปีซ้อนแล้ว Reuters ดัชนีค่าตัดผม ส่วนกรุงปารีส เป็น 1 ใน 4 เมืองของยุโรปที่ติด 1 ใน 10 เมืองค่าครองชีพสูงสุด ของปีนี้ ยกตัวอย่างเช่น ค่าตัดผมสตรีในกรุงป
คนที่บ่นเบื่อแผงลอยขายของบนทางเท้าบ้านเรา แล้วชอบพร่ำเพ้อว่าบ้านอื่นเมืองอื่นเขาไม่เห็นทำกันแบบนี้เลย ขอให้รู้ว่าไม่จริง บ้านอื่นเมืองอื่นเขาก็มีกันมากมาย ฉันไม่พูดไกล เอาอย่างที่อเมริกานี่ก็คาหูคาตา นิวยอร์กนี่แหละตัวดีนัก ขายกันตั้งแต่ขนมนมเนย ถั่วอบ เครื่องดื่ม ไอศกรีม เสื้อผ้า ถุงเท้า กระเป๋า สติ๊กเกอร์ ที่จริงแทบทุกเมืองของอเมริกาเขามีขายของบนที่สาธารณะ แต่มักอนุญาตให้ขายได้เฉพาะวันหยุด มีที่ทางให้ขายกันเป็นเรื่องเป็นราว อย่างที่ฉันเล่ามาให้ฟังเยอะแยะ ไม่ว่าจะตลาดกรีน หรือตลาดยูเนียนสแควร์ ที่นิวยอร์กนี่ ตลาดปลอดสารพิษ ที่ซานตาโมนิก้า แอลเอ., ตลาดโรสโบวล์ ที่พาซาดิน่า แต่นิวยอร์กนี่ เขาให้ขายกันบนทางเท้าจะจะเป็นธุรกิจเป็นเรื่องเป็นราวเลย ย่านไหนคนมากเขายิ่งอนุญาตให้ขาย เอาง่ายๆ อย่างย่านไทม์สแควร์ ซึ่งทางหนึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญ คนมากมายยังกะมดปลวก อีกทางหนึ่งเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวมักแวะไปชม แบบว่าไปนิวยอร์กต้องไปให้ถึงไทม์สแควร์ หรือถ้าเป็นผู้หญิง พวกชอบช็อปปิ้งก็ต้องโผล่ไปที่ถนนสายที่ห้า หรือ Fifth Avenue ของไทม์สแควร์ เสียหน่อย เป็นนับว่าได้มาถึงกับเขาแล้ว ในมหานครนิวยอ
