น้องเนย Butterbear
ททท. ดึง “น้องเนย” เป็นพรีเซนเตอร์ กระตุ้นการท่องเที่ยวไทย คาดเงินสะพัด 100 ล้านบาท วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. วางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่านแคมเปญการร่วมมือกับพันธมิตรด้านต่างๆ โดยได้จัดกิจกรรม สุขทันทีกับหมีเนย หรือน้องหมีเนย Butterbear ซึ่งกำลังเป็นกระแสฮอตฮิตอยู่ในขณะนี้ เพราะสามารถตกแฟนคลับได้หลากเพศหลากวัย ททท. จึงนำน้องหมีเนยมาจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับผู้คน เกิดแรงบันดาลใจในความอยากออกเดินทางท่องเที่ยวไทย ตามรอยน้องหมีเนย โดยกลุ่มเป้าหมายจะเน้นจับกลุ่มมัมหมี ของน้องหมีเนย แฟนด้อมต่างๆ กลุ่มผู้หญิงที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงกลุ่มอื่นๆ ที่ชื่นชอบน้องหมีเนยด้วย ซึ่งคาดว่าจากกิจกรรมที่จัดเตรียมไว้ จะสามารถสร้างการรับรู้ได้กว่า 20 ล้านคน-ครั้ง เกิดการออกเดินทางจริงไม่ต่ำกว่า 100,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เป็นการสร้างเม็ดเงินสะพัดจากการเดินทางจริงของนักท่องเที่ยวทั้งการใช้จ่ายในร้านอาห
น้องเนย Butterbear เริ่มต้นเพื่อโปรโมตร้าน สู่ปรากฏการณ์แฟนด้อม ขวัญใจมัมหมี เมื่อวันหนึ่งธุรกิจเนรมิตตุ๊กตาหมีให้มีชีวิตชีวา ราวกับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ของโลก หมายมั่นให้มาช่วยขายของ กระทั่งหมีน้อยโด่งดังราวพลุแตก แล้วนับจากนี้ ชีวิตของหมีจะเป็นเช่นไร… ในชีวิต ผมรู้จักตุ๊กตาหมีชื่อดังอยู่ 3 ตัว ตัวแรกชื่อว่า “Teddy Bear” หมีที่มีอายุอานาม 100 ปีเศษ เชื่อว่ามีที่มาจากชื่อเล่นของประธานาธิบดีคนที่ 26 ของอเมริกา ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ที่ชื่อเล่นว่า Teddy หมีน้อยตัวนั้น ผมรู้จักมานาน ตั้งแต่เกิดจำความได้ แม้จะไม่เคยมีในครอบครอง แต่ในช่วงเป็นวัยรุ่นติดสาว เจ้าหมีเท็ดดี้แบร์ ก็เคยได้กินเงินผมไปบ้างตามสมควร เพราะซื้อเป็นของขวัญให้สาว เท็ดดี้แบร์ เป็นเสมือนหมีแห่งโลกความสุขในช่วงเวลาหนึ่งของผู้คนบนโลกนี้ ช่วยเยียวยาจิตใจ ช่วยเติมรอยยิ้ม ช่วยสร้างขวัญกำลังใจ ช่วยให้คลายเหงา แต่ที่สำคัญกว่า คือการช่วยให้ผู้ผลิต ผู้ขายหลายคน ถึงกับตั้งตัวได้ หมีตัวที่สอง ที่โด่งดังจนต้องร้องว้าว นั่นคือ หมีดำแก้มแดงสัญชาติญี่ปุ่น ที่ชื่อ “คุมะมง” เพราะเจ้าหมีตัวนี้คือ การตลาดระดับชาติ ที่งัดเอา “มาสคอ
