น้อยหน่า
น้อยหน่าเป็นไม้ผลประจำถิ่นของอเมริกากลาง เรียกกันว่า “อะ โน น่า” สันนิษฐานว่าน้อยหน่าเข้ามาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ประมาณปี 2060 โดยชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำพันธุ์มาเผยแพร่ แต่บางกระแส เชื่อว่า ชาวอังกฤษ เป็นผู้นำน้อยหน่ามาจากอินเดียเข้ามาเผยแพร่ในไทย ในแผ่นดินสมเด็จพระเอกาทศรถ ประมาณปี พ.ศ. 2155 มีสันนิษฐานกันว่า หากชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำน้อยหน่าเข้ามาไทย คาดว่าจะปลูกน้อยหน่าเป็นครั้งแรก แถบอยุธยา และลพบุรี หากอังกฤษเป็นผู้นำเข้ามา น่าจะเริ่มปลูกน้อยหน่าในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครปฐม เรื่อยไปจนถึงอยุธยา และลพบุรี เนื่องจากจังหวัดลพบุรี เคยมีน้อยหน่าท้องถิ่นสายพันธุ์หนึ่ง เรียกว่า “น้อยหน่าพระที่นั่งเย็น” หรือ “น้อยหน่าพระนารายณ์”นั่นเอง ทุกวันนี้ มีการปลูกน้อยหน่าแพร่หลายไปทั่วประเทศ และมีการเรียกชื่อน้อยหน่าแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น นอแน่ มะนอแน่ (ภาคเหนือ) มะออจ้า หรือ มะโอจ้า (ไทยใหญ่) หน่งเกล๊าะแช (เงี้ยวหรือไทยใหญ่แม่ฮ่องสอน) บักเขียบ (ภาคอีสาน ) น้อยแน่ (ภาคใต้)ลาหนัง (ปัตตานี) นอกจากนี้ น้อยหน่ายังเป็นพืชเ
“ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นน้อยหน่าพันธุ์ลูกผสม ที่เกิดจากพ่อแม่คือ น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องกับฝ้ายเขียวเกษตร 1 ประชาชนทั่วไปเริ่มรู้จัก น้อยหน่า “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นครั้งแรก ในงานเกษตรแฟร์ 2558 “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นผลงานของ อาจารย์เรืองศักดิ์ กมขุนทด รศ.ฉลองชัย แบบประเสริฐ และ คุณกวิศร์ วานิชกุล นักวิจัยของสถานีวิจัยปากช่อง สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณสมเกียรติ บุตรบำรุง กับฝ้ายเขียวเกษตร 2 ที่เขาภาคภูมิใจ ฝ้ายเขียวเกษตร 2 เป็นไม้ผลที่มีศักยภาพทางการค้า เพราะเป็นพันธุ์น้อยหน่าที่ปลูกง่าย ทนแล้ง ให้ผลผลิตเร็ว บังคับให้ออกดอกติดผลได้ง่าย และต้นทุนการผลิตต่ำ กล่าวได้ว่า ฝ้ายเขียวเกษตร 2 มีอัตราการเจริญเติบโตของลำต้นดี ให้ผลผลิตสูง และมีลักษณะเด่นแตกต่างจากพันธุ์การค้าเดิม เพราะฝ้ายเขียวเกษตร 2 มีกลิ่นหอม หวาน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้อยหน่าพันธุ์ฝ้าย มีเนื้อเนียนนุ่ม ติดผลง่าย ให้ผลดก ขนาดผลปานกลาง ซึ่งเป็นไซซ์ที่ตลาดต้องการ เปลือกหนาติดกันเป็นแผ่นไม่แยกตา ปริมาณเนื้อมากเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค การปลูกดูแล การปลูกน้อยหน่าฝ้
“ปากช่อง” จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งปลูกน้อยหน่าที่มากสุดของไทย และคุณภาพดีที่สุดของประเทศ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาคุณภาพ การผลิต สายพันธุ์ สายพันธุ์น้อยหน่าที่เกษตรกรนิยมปลูก ได้แก่ น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง น้อยหน่าหนัง และน้อยหน่าฝ้าย ฯลฯ หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดงาน “น้อยหน่าและของดีเมืองปากช่อง” ต่อเนื่องเป็นประจำในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ผลผลิตน้อยหน่า และไม้ผลอื่นๆ ของอำเภอปากช่อง โดยทั่วไป น้อยหน่าสามารถจำแนกตามลักษณะต่างๆ เช่น สีผิวของผล สีเนื้อและชนิดของเนื้อ ได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ น้อยหน่าพื้นเมือง หรือ น้อยหน่าฝ้าย แบ่งออกได้ 2 สายพันธุ์ ตามลักษณะของสีผล คือน้อยหน่าฝ้ายเขียว ซึ่งมีผลสีเขียว กับน้อยหน่าฝ้ายครั่งมีผลสีม่วงเข้ม น้อยหน่าฝ้าย น้ำหนักเฉลี่ย ผลละ 2-3 ขีด รสไม่หวานมากนัก เสียหายง่าย ผลผลิตเฉลี่ย ไร่ละ 800-1,000 กิโลกรัม น้อยหน่าฝ้ายมีลักษณะเนื้อหยาบเป็นทราย เปลือกไม่ล่อน เมื่อปอกเปลือกเนื้อกับเมล็ดมักติดเปลือก เนื้อยุ่ยไม่จับตัวเป็นก้อน น้อยหน่าฝ้ายเขียวมีเนื้อในสีขาว และน้อยหน่าฝ้ายครั่ง มีเนื้อสีขาวอมชมพู มีกลิ่นหอม รสหวาน เปอร์เซ็นต
“ปากช่อง” จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งปลูกน้อยหน่าที่มากสุดของไทย สายพันธุ์น้อยหน่าที่เกษตรกรนิยมปลูก ได้แก่ น้อยหน่าพันธุ์ลูกผสม พันธุ์เพชรปากช่อง น้อยหน่าหนัง และน้อยหน่าฝ้าย สถานีวิจัยปากช่อง ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รวบรวมเชื้อพันธุ์และ คัดเลือกพันธุ์ไม้ผลสกุลน้อยหน่ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยสำรวจและเก็บตัวอย่างน้อยหน่าพันธุ์ดีจากแหล่งปลูกทั่วประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุง เพื่อให้ได้สายพันธุ์น้อยหน่าลูกผสม ที่มีลักษณะโดดเด่นตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาได้แนะนำน้อยหน่าลูกผสมให้เกษตรกรได้ทดลองปลูกมาแล้วหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์เพชรปากช่อง เนื้อทอง ปากช่อง 46 ปากช่องเคยู1 ปากช่องเคยู2 หนังเขียวเกษตร 1 ฝ้ายเขียวเกษตร 1 เป็นต้น “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นลูกผสมของพันธุ์เพชรปากช่องกับฝ้ายเขียวเกษตร 1 ลักษณะเด่น คือ ติดผลง่ายและดก ผลมีขนาดปานกลาง (ตลาดต้องการ) ผลสุกช้า เปลือกหนาติดกันเป็นแผ่นไม่แยกตา และผลไม่เละง่าย ปริมาณเนื้อที่รับประทานได้สูง และอายุหลังการสุก ยาวนาน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของฝ้ายเขียวเกษตร เป็น ไม้ผลขนาดเล็ก ทรงพุ่มเป็นร
