น้ำประปาเค็ม
“น้ำประปาเค็ม” รับมืออย่างไร ดื่มได้ไหม อันตรายหรือเปล่า? เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในรอบสัปดาห์ สำหรับประเด็น “น้ำประปาเค็ม” ซึ่งมีสาเหตุมาจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ จึงทำให้น้ำมีค่าความเค็มสูงเกินมาตรฐาน ดื่มแล้วมีรสกร่อย และรสเค็ม โดย ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แนะนำวิธีการรับมือน้ำประปาเค็มไว้ว่า วิธีการที่ดีที่สุด คือ การติดตั้งเครื่องกรองน้ำแบบ อาร์โอ RO (reverse osmosis) ซึ่งเป็นเครื่องกรองน้ำที่มีความละเอียดสูง กรองน้ำด้วยระบบออสโมซิสผันกลับ จะลดเกลือแร่ต่างๆ ที่ปนมากับน้ำประปาและทำให้มีรสเค็มได้ ซึ่งผู้บริโภคอาจจะคุ้นเคยกับระบบ RO ที่ตู้กดน้ำดื่มแบบหยอดตังค์ แต่ความจริงแล้ว เครื่องกรองน้ำที่จำหน่ายแบบติดตั้งตามบ้าน ก็มีรุ่นที่เป็นระบบ RO นี้เช่นกัน ซึ่งปัจจุบัน มีการพัฒนาแผ่นเยื่อกรองให้สามารถกรองน้ำได้เป็นจำนวนมากในแต่ละวันได้แล้ว ทั้งนี้ การรับมือกับน้ำประปาเค็ม จึงไม่ใช่การนำน้ำไปต้มดื่มแบบที่รัฐบาลแนะนำ เพราะยิ่งต้มจะยิ่งมีรสเค็มกว่าเดิม เนื่องจากเป็
“น้ำประปาเค็ม” ภัยใกล้ตัว! ป่วยเบาหวาน ความดัน เสี่ยงสุด แนะกินผักผลไม้ฉ่ำน้ำ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ชะลอวัย กล่าวว่า น้ำที่มองดูใสแจ๋ว อย่าเพิ่งคิดว่าปลอดภัย เพราะในน้ำนั้นมีสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่มาก นอกจากเชื้อจุลินทรีย์แล้วยังมีแร่ธาตุที่ได้รับมากเกินไปแล้วไม่ดี เช่น “โซเดียม” หรือเกลือที่เค็มจัด ซึ่งตามธรรมเนียมน้ำดื่มที่ดีไม่ควรมีโซเดียมเกินค่ามาตรฐาน ถ้าดื่มแล้วรู้สึกเค็มกร่อยๆ ในคอก็ขอให้คิดถึงธาตุโซเดียมตัวนี้ คนที่ป่วยโรคความดันสูง หัวใจ และ ไต ไม่ควรดื่มน้ำที่เจือด้วยโซเดียม เพราะทำให้เพิ่มความเสี่ยงโรคกำเริบขึ้น อย่างไรก็ดี ถ้าเราห่วงเรื่องการดื่มน้ำเปล่าในทุกวันนี้ ก็ยังมีทางเลือกนอกจากซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด นั่นคือ การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยน้ำ ซึ่งบางชนิดมีน้ำประกอบอยู่กว่า 90% เรียกได้ว่าราวกับเป็นอาหารที่ดื่มได้ เพราะมีน้ำประกอบอยู่เป็นส่วนใหญ่ สำหรับผัก-ผลไม้ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบและมีประโยชน์มากต่อร่างกาย โดยเฉพาะช่วยบำรุงผิวชะลอวัยได้ นั้น นพ.กฤษดา บอกว่า มีหลายชนิด ได้แก่ แตงกวา เห็นผลสีเขียวยาวๆ นี้ มากกว่า 96% ของแตงกวาลูกอวบเป็นน้ำทั
