น้ำปลาพริก
สรุปเรียก น้ำปลาพริก ไม่ใช่ พริกน้ำปลา เปิดวิธีการทำง่ายๆ รสกลมกล่อม เราคุ้นเคยกับการเรียก “พริกน้ำปลา” อยู่บ่อยๆ แต่บางคนก็เรียกว่า “น้ำปลาพริก” จนช่วงหนึ่งเมื่อ 4 ปีก่อน เกิดการถกเถียงบนโลกออนไลน์ จนทำให้เพจ ‘คำไทย’ ต้องส่งอีเมลสอบถามผู้เชี่ยวชาญในราชบัณฑิตยสภา ว่าแท้จริงแล้วเรียกว่าอะไรกันแน่ น้ำปลาพริก เป็นการนำคำนาม 2 คำ มารวมกัน ได้แก่ น้ำปลา น. น้ำสำหรับปรุงอาหารให้มีรสเค็ม ทำจากปลา เป็นต้น หมักกับเกลือ และ พริก น. ชื่อไม้ล้มลุกในสกุล Capsicum วงศ์ Solanaceae ผลมีรสเผ็ด มีหลายชนิด เช่น พริกขี้หนู ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อ 4 ปีก่อน เกิดกระแสออนไลน์ในการถกเถียงว่าแท้จริงแล้วต้องเรียกว่า ‘พริกน้ำปลา’ หรือ ‘น้ำปลาพริก’ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปทาง พริกน้ำปลา เสียมากกว่า อย่างไรก็ดี เพจ คำไทย ได้มีการอีเมลไปหา คุณพรทิพย์ เดชทิพย์ประภา พนักวรรณศิลป์ชำนาญการ ถึงข้อถกเถียงดังกล่าวว่าแท้จริงต้องใช้คำไหน โดยในเนื้อความกล่าวว่า “หากพิจารณาความหมายของคำทั้งสองตามที่ ปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๕๔ คำว่า “น้ำปลาพริก” ห
เคล็ด(ไม่)ลับ ทำ “น้ำปลาพริก” ให้สีสด เก็บไว้ข้ามคืนพริกกระเทียมยังไม่คล้ำ สำหรับคนไทย ทุกมื้ออาหาร ถ้าขาด “น้ำปลาพริก” หรือ “พริกน้ำปลา” ไปก็เหมือนขาดความอร่อย โดยร้านอาหารส่วนใหญ่จะมีพริกน้ำปลาเป็นเครื่องปรุง แต่บ่อยครั้งที่เรามักเห็นน้ำปลาพริกมีสีสันไม่น่าทาน อีกทั้งพริกและกระเทียมยังมีสีคล้ำ เพราะทิ้งไว้ข้ามคืนอีกด้วย โดยเพจ เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัว เขามาบอกเคล็ด(ไม่)ลับ ของการทำน้ำปลาพริกไว้ดังนี้ “บ่อยครั้งที่อาหารหลักของเราจะอร่อยมากยิ่งขึ้นถ้ามี น้ำปลาพริก ถ้วยโปรดเป็นเครื่องจิ้ม หรืออาจจะใช้คลุกข้าวสวยร้อนๆ พร้อมกับไข่ดาวที่ทอดไฟแรงไม่กลับด้านจนไข่ขาวนั้นมีความกรอบนอกนุ่มใน และไข่แดงยังคงเยิ้มๆ อยู่ ด้วยความหอมเผ็ดของพริกขี้หนู น้ำมะนาวคั้นสด รวมไปถึงกระเทียมซอยเป็นแว่นที่ผสมกันอย่างลงตัว ตัดกับเค็มแบบกลมกล่อมของน้ำปลาดีที่ทำให้มีความเผ็ดเปรี้ยวเค็มที่เต็มไปด้วยอูมามิที่ติดตัวน้ำปลามาด้วย แต่หลายคนมักพบว่า น้ำปลาพริก เมื่อทำทิ้งค้างมื้อสักพักจะทำให้พริกและกระเทียมมีสีคล้ำ รวมไปถึงความเหี่ยวของพริกที่เกิดจากการออสโมซิส เน
