น้ำพริกบ้านทนาย
เกษตรไทย.. ไม่เป็นหนี้ คำกล่าวนี้คงไม่หนีจากความจริงมากนัก ขณะที่สภาพการณ์ในปัจจุบัน ความผันผวนของสภาพอากาศยิ่งส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น เกษตรกรไทยต้องตกอยู่ในภาวะหนี้สินแบบไม่รู้จบรู้สิ้น และในจำนวนนี้ มีอยู่ไม่น้อยที่ไม่มีความสามารถในการชำระคืน จนทำให้ที่ดินทำกินถูกยึด คุณวาสนา ปิ่นนาค หรือ ‘มุ่ย’ ทนายสาวผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสหกรณ์การเกษตรต่างๆ ใน จ.ชัยนาท เพื่อส่งเรื่องฟ้องร้องสมาชิกในสหกรณ์ฯ ที่ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด เล่าว่า “นี่คือสภาพความเป็นจริงของสังคมเกษตรไทย” ‘หนี้’ ปัญหาคลาสสิกของเกษตรกรไทย “จากการทำหน้าที่ของตัวเอง ทำให้มุ่ยรู้ที่มาของปัญหาที่เกิดขึ้น จริงๆ แล้ว ผู้ถูกฟ้องที่ล้วนเป็นเกษตรกรนั้นไม่ได้มีความต้องการที่จะผิดนัดชำระเลย แต่เมื่อปี 2558 เกิดภัยแล้งหนักหลายแห่งในไทย ชัยนาทก็เป็นหนึ่งในนั้น รัฐบาลประกาศให้เกษตรกรสามารถทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ส่งผลให้ชาวนาเหล่านั้นขาดรายได้ทันที เมื่อทำนาต่อไม่ได้ พ่อค้าคนกลางก็เอากล้าพันธุ์ข่ามาขายแก่ชาวนา โดยรับปากว่าจะรับซื้อตามราคาที่ตกลงกัน ชาวนากลุ่มหนึ่งจึงเลือกกู้มาซื้อกล้าพันธุ์ข่าในราคาไร่ละ 60,000 บาท แต่เมื่
ทนายขายน้ำพริก! ต่อยอดอาชีพจากแม่ ส่งขายออนไลน์ ยอดผลิตพุ่ง 200 กิโล/อาทิตย์ จากน้ำพริกบ้านๆ ที่แม่ทำขายเติบโตขึ้นทันตาเห็น เมื่อลูกสาวซึ่งเป็นทนาย เข้ามาช่วยต่อยอด เปิดตลาดใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าออนไลน์ จนปัจจุบันมีกำลังการผลิตราว 200 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ คุณมุ่ย-วาสนา ปิ่นนาค ทนายสาววัย 39 ปี เล่าให้ฟังว่า น้ำพริกบ้านทนาย ต่อยอดมาจากน้ำพริกของแม่ ทำขายในหมู่บ้านเป็นกิจการเล็กๆ ในจังหวัดชัยนาท เช่น น้ำพริกเผา น้ำพริกแมงดา ฯลฯ กระทั่งปี 2558 เข้ามาเสริมทีม เพราะอยากช่วยชาวบ้านให้มีรายได้หลังว่างจากการทำนา “เข้ามาช่วยหาตลาด เพิ่มกำลังการผลิต ให้คนในหมู่บ้านช่วยกันทำ รวมทั้งหาวัตถุดิบจากในหมู่บ้าน ช่วงเว้นว่างจากการทำนาจะมีนายทุน ขายพันธุ์ข่า ตะไคร้ มาให้ปลูก เสร็จแล้วไม่มารับซื้อ เลยนำผลผลิตเหล่านั้นมาแปรรูปเป็นน้ำพริก คุณแม่เก่งเรื่องสูตรมาก ช่วงนั้นผลิตได้ 40-50 กิโลต่ออาทิตย์ เลยต้องหาช่องทางการขาย ตระเวนส่งตามร้านขายกับข้าว ร้านขายของชำก็ยังขายหมด” ทนายสาว เล่า แต่ไม่ท้อ เหมือนทุกอย่างเป็นใจ คุณมุ่ยมีโอกาสได้เจอกับทีมงานของดีแทค เน็ตอาสา จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ จึงลองไปสมัคร
