น้ำหอม
อดีตสาวแบงก์ หันทำ ”น้ำหอมจากดอกไม้ไทย” กลิ่นหอม ไม่แพ้แบรนด์ฝรั่ง ใช้แล้วไม่เชย คุณจ๊ะ-อณุพรรณ เครือมิ วัย 37 ปี เจ้าของ I Am Siam Thai Perfume แบรนด์น้ำหอมดอกไม้ไทย เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนเธอเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องสินเชื่อธุรกิจของธนาคารแห่งหนึ่ง ทำได้ประมาณ 11 ปี ก็รู้สึกอิ่มตัว จึงตัดสินใจลาออก แต่ก็ยังไม่มีแผนชัดเจนว่าตนนั้นอยากจะทำอะไร ประกอบกับเธอแต่งงาน ต้องย้ายไปอยู่แถวท่าเรือไปหลีเป๊ะ ก็สังเกตเห็นว่านักท่องเที่ยวที่มาขึ้นเรือที่ท่านี้ มักจะซื้อพวกยาดม ยาหอม และแป้งเย็น ติดขึ้นเรือไปกันด้วย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและเดินทางนานอาจทำให้เมาคลื่น เธอจึงกลับมาคิดว่า น่าจะทำยาดมออกมาลองขายดูบ้าง เพราะเธอก็มีความรู้เรื่องดอกไม้และสมุนไพร ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณปู่คุณย่า ที่อยู่ในวงการการทำเครื่องหอมของไทยมานาน จึงตัดสินใจทำยาดมสมุนไพรกลิ่นดอกไม้ขาย “เริ่มแรกที่ออกมาทำธุรกิจเอง เราเริ่มมาจากการทำยาดมสมุนไพรขาย โดยยาดมของเราแตกต่างจากยาดมทั่วๆ ไปคือจะเป็นยาดมสมุนไพรที่มีกลิ่นดอกไม้ เพราะโดยส่วนตัวคิดว่ามันต้องกลิ่นดอกไม้สิ ถึงจะหอม แล้วก็มีความแตกต่างจากคนอื่น มันจะได้เป็นเอกล
อาชีพเสริมพีอาร์สาว ขาย “อโรมา” ราคาหลักร้อย แต่ความหอมหลักล้าน!! แม้มีงานประจำใช่ว่าชีวิตจะมั่นคง เงินเดือนที่ได้อาจน้อยนิดจนหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลายต้องหันมาทำอาชีพเสริม ที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบันเลยคือ ค้าขายออนไลน์ สารพัดจะมี ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ เส้นทางเศรษฐีมีหนึ่งอาชีพเสริมมาเล่าสู่กันฟังโดย คุณเคที่-สิธิกาญจน์ ธนจินดาเลิศ วัย 45 เธอคนนี้เป็นอดีตนักข่าว ที่ผันตัวมาเป็นผู้บริหารสื่อสารมวลชนของธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) ควบตำแหน่งเจ้าของแบรนด์ใหม่เอี่ยม “Thi-Karn” อโรมากลิ่นหอมฟุ้งราคาหลักร้อย แต่ความหอมหลักล้าน!! ก่อนมาทำธุรกิจขายอโรมา เธอเล่าย้อนถึงความหลากหลายของชีวิตให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า ชีวิตดิ้นรนมาตลอด เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ไม่เคยขอเงินที่บ้านเลยสักบาท เพราะไม่ได้มีส่งให้มากมาย เรียนจบได้ด้วยตัวเองภายใน 5 ปี จนชีวิตก้าวเข้าสู่วัยทำงานในฐานะนักข่าวสายการเงิน ช่วงที่เป็นนักข่าว คุณเคที่ บอกว่า ยังคงทำอาชีพเสริมอยู่เรื่อยๆ เพราะอยากมีเงิน และใจรักบริการ ขายไอศกรีม และสินค้าต่างๆ สลับกันไป จนได้รับคำชวนจากพี่ที่สนิทให้ไปเป็นพีอาร์ปร
ดอกจำปี ไม้ดอกไม้ประดับกลิ่นหอมเย้ายวน ใครได้กลิ่นเป็นต้องหลงใหล นิยมปลูกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ นำมาใช้ในวันมงคลต่างๆ อาทิ ไหว้พระ สรงน้ำพระ หรือกราบไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพ แต่ด้วยช่วงหลังมานี้ ดอกจำปีมีมากเกินความต้องการ เกษตรกรผู้ปลูกดอกจำปีจึงได้รับผลกระทบไปด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกจำปีหนองแขม ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ปลูกรายใหญ่ จึงได้คิดเพิ่มมูลค่าให้กับดอกจำปี ด้วยการกลั่นเป็นน้ำหอม คุณพยุง หนูแย้ม ประธานกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกจำปีหนองแขม เล่าว่า เดิมทีเป็นกลุ่มอาชีพปลูกจำปีขายดอก มีสวนจำปีกว่าพันไร่ แต่นานเข้าจำนวนก็ลดลง อีกทั้งช่วงหลังเกิดสินค้าล้นตลาด ราคาขายไม่แน่นอน จนปี 2548 เหลือพื้นที่ปลูกจำปีประมาณ 5-6 ร้อยไร่จากสมาชิกจำนวนกว่า 30 คนในบริเวณหนองแขม และพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านและเกษตรกรจึงรวมกลุ่มกันเพิ่มมูลค่า โดยได้เจ้าหน้าที่เกษตรช่วยนำจำปีไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยจากดอกจำปีได้ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของกลุ่มคือ “น้ำหอมจำปี (Jumpee)” ใช้เครื่องกลั่นจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้เยอะ และได้น้ำหอมมีคุณภาพ โดยจุดเด่นของน้ำหอมจำปี คือความหอมที
