น้ำแข็งไส
น้ำแข็งไส กำไรดีงาม ทำเป็นอาชีพ เลี้ยงได้ทั้งครอบครัว เตรียมขยายสาขา ขาดทุนเป็นปี ไม่ท้อ มั่นใจของอร่อย ทุกวันนี้ เสาร์-อาทิตย์ เก้าอี้ไม่มีว่าง คือ ซีรีส์แรก ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำเสนอเรื่องราว ของ ย้อยหย่อย ร้านน้ำแข็งไสสุดชิก เจ้าดังที่จังหวัดนครปฐม ไปเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ความน่าสนใจของกิจการนี้ ยังไม่หมดแค่นั้น บทสนทนามีสาระยังมีอีกเพียบ อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง: ขาดทุนเป็นปี ไม่ท้อ มั่นใจของอร่อย ทุกวันนี้ เสาร์-อาทิตย์ เก้าอี้ไม่มีว่าง “ถ้าจะเริ่มธุรกิจ เราต้องทำให้แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร และสามารถเป็นคอนเทนต์ได้ เพราะว่าถ้าเราทำเหมือนใคร มันก็จะเป็นเหมือนกับที่อื่น” คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของกิจการ “ย้อยหย่อย” บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น และว่า ก่อนที่เธอจะเปิดร้าน ย้อยหย่อย ได้รีวิวไอเดีย จากหลายแหล่งมาเยอะมาก ทั้งผ่านยูทูบ ทั้งผ่านการรีวิว ทั้ง Pinterest ทั้งอินสตาแกรม ไม่ใช่ดูแต่ของในประเทศ และต้องพยายามคิดว่า ทำยังไงให้ไม่เหมือนใคร ทั้งหน้าตา และรสชาติ แล้วมันจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง บางทีไม่ต้องทำโฆษณาเยอะด้วย เพราะขนมเขาขายตัวของเขาเองได้ เพราะถ้าไปทำเหมือนใคร จะ
ขาดทุนเป็นปี ไม่ท้อ มั่นใจของอร่อย ทุกวันนี้ เสาร์-อาทิตย์ เก้าอี้ไม่มีว่าง อากาศร้อนจัดในบ้านเรายามนี้ มีหลายคนนึกถึง น้ำแข็งไส เย็นๆ มาช่วยคลายความทุกข์จากแสงแดดแผดเผา ทั่วทุกหัวระแหง ส่วนใครสะดวกไปอุดหนุนร้านไหน ก็ตามแต่อัธยาศัย แต่สำหรับ ย้อยหย่อย ร้านเล็กๆ ตั้งอยู่ในทำเลใกล้กับองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม บอกเลย จากที่เคยคึกคักมาตลอด พอเจอ ความฮอต ของฤดูร้อน พ.ศ.นี้ เข้าไป ทำให้ลูกค้ายิ่งพีก ขึ้นไปอีก ชนิด ต้องรีบขยายร้านกันเลยทีเดียว อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : เพื่อแม่ ย้อยหย่อย สู้ไม่ถอย กลายเป็นร้านน้ำแข็งไสสุดชิก คนแห่เช็กอิน คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของกิจการ “ย้อยหย่อย” และเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เปิดร้านมาเกือบ 2 ปี กว่าที่เธอจะมาถึงจุด “ประสบความสำเร็จ” ระดับหนึ่ง อย่างทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก “เปิดร้านในช่วงสถานการณ์โควิด ก็ยากแล้ว พอเปิดปุ๊บ ต้องมาเจอลูกค้าที่เอาเราไปเปรียบเทียบกับป้าที่เคยขายถ้วยละ 15-20 บาท แต่เราขายในราคาถ้วยละ 45 บาท พอเปิดได้สักพัก รัฐบาล ออกมาตรการห้ามนั่งทานที่ร้าน สรุปช่วงแรกขายวันหนึ่งได้ 300-400
เมนูฮิตหน้าร้อน “น้ำแข็งไส-บิงซู” ยอดพุ่งเท่าตัว นมสด ชาไทย ครองแชมป์ รสชาติขายดี ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 องศา นับว่าร้อนกว่าปีที่แล้ว ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองหาเมนูคลายร้อน โดยน้ำแข็งไสเมนูภูมิปัญญาไทยที่กลับมาเป็นกระแสมากขึ้นจากสื่อโซเชียลในหน้าร้อนปีนี้ และปัจจุบันมีการนำเมนูน้ำแข็งไสแบบจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มาดัดแปลงเป็นรสชาติสไตล์ไทยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น สำหรับปีนี้ยอดออร์เดอร์ดีลิเวอรีเมนูน้ำแข็งไส-บิงซู บน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นเท่าตัวในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูรสชาติขายดี ได้แก่ น้ำแข็งไส-บิงซูรสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ ปัจจุบัน LINE MAN มีจำนวนร้านที่ขายเมนูน้ำแข็งไสและบิงซู กว่า 50,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านที่ขายดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง, ร้านเช็งซิมอี๊ และร้านภูเกล็ด ขณะที่ร้านท้องถิ่นที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านน้ำแข็งไสหลังโรงเรียนวีรนาท จ.พัทลุง, ร้านปังหวาน (สี่แยกพันต้น) จ.น่าน และ ร้านน้ำแข็งไสป้าดี ยุทธศาสตร์ ซอย
เพื่อแม่ ย้อยหย่อย สู้ไม่ถอย กลายเป็นร้านน้ำแข็งไสสุดชิก คนแห่เช็กอิน ประสบการณ์ในแต่ละช่วงชีวิตมีผลอย่างมากต่อทัศนคติ ความรู้สึกนึกคิด และวิถีชีวิตของแต่ละคน เช่นเดียวกับ คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของร้านน้ำแข็งไส “ย้อยหย่อย” ร้านเล็กๆ แต่คับด้วยคุณภาพ ที่รังสรรค์และพลิกโฉมเมนูน้ำแข็งไสธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเมนูสุดว้าว จนเป็นร้านขนมที่ “ชิก” ที่สุดแห่งนครปฐม ณ เวลานี้ คุณออม เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ค้าขายลอดช่อง ในวัยเด็กเธอใฝ่ฝันที่จะเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยคิดจะค้าขายอาหารเหมือนแม่ อีกทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ก็ไม่ค่อยสนับสนุนให้ค้าขาย เพราะรู้ดีว่าเหนื่อยสาหัสแค่ไหน แต่ด้วยความที่คุณออม ชอบเข้าครัวเป็นทุนเดิม ทำให้เธอตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วหันเหจากการเรียนด้านภาษา มาเรียนทางด้านการทำอาหาร จนจบปริญญาตรีจากสาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร วิทยาลัยดุสิตธานี (ปัจจุบันคือ สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร) เพราะการเรียนทำอาหารจะช่วยให้มีลู่ทางในการทำมาค้าขายและมีความเป็น “วิชาชีพ” ที่จับต้องได้มากกว่าการเรียนภาษา ระหว่างเรียน เธอได้มีโอกาสทำกิจกรรมมากมายถึงขั้นเป็นประธานชมรม จน
แทบไม่ค่อยเห็น! น้ำแข็งไสทรงเครื่อง ถ้วยละ 20 บาท เห็นแบบนี้ยอดขายพีกๆ แตะ 100 ถ้วยต่อวัน หากใครที่ชื่นชอบและอยากทานขนมหวานเย็นๆ คงพากันนึกถึง ไอศกรีม ไม่ก็ บิงซู กันมาเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งแอดมินเองก็ชอบทาน บิงซู หรือน้ำแข็งไสปั่นละเอียด ที่ราดด้วยท็อปปิ้งเป็นผลไม้ต่างๆ ทำให้ทานแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นมาเลยทีเดียว แต่ก่อนที่บิงซูจะได้รับความนิยมอย่างในปัจจุบัน จำได้ว่าเมื่อก่อน โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด มักจะมีรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างขับขาย น้ำแข็งไสทรงเครื่อง ขายตามซอยหมู่บ้าน มีเครื่องหรือท็อปปิ้งให้เลือกใส่เยอะแยะ ไม่ว่าจะ ขนมปัง ข้าวเหนียว สับปะรด มันเชื่อม และลูกชิด ส่วนน้ำหวาน ก็มีให้เลือกราดหลากหลาย ทั้งน้ำแดง น้ำเขียว น้ำองุ่น และอีกหลายๆ รสชาติ บางร้านเจ้าของร้านใจดีหน่อย ให้เลือกน้ำราดได้ 2-3 รส ราดผสมในถ้วยเดียว ตักกินผสมๆ ไปทั้งอย่างนั้น เมื่อไม่กี่วันก่อน แอดมินกำลังลงไปรับประทานมื้อเที่ยงก็ได้เห็นรถขายน้ำแข็งไสจอดขายเงียบๆ อยู่หน้าบริษัท ด้วยความที่ไม่ได้เห็นน้ำแข็งไสแบบที่เคยกินเมื่อสมัยเด็กมานานมากแล้ว จึงเดินเข้าไปซื้อทานเพื่อย้อนวัยสักเล็กน้อย ระหว่างนั้นก็ชวนพ่อค้าวัยกลางคนคุยไป
คุณพ่อยอดนักสู้ ยอมทิ้งงานประจำ หันขายน้ำแข็งไส หวังมีเวลาเลี้ยงลูกพิการ จากกรณีที่ชาวเน็ตมีการแชร์เรื่องราวของ คุณพ่อยอดนักสู้รายหนึ่ง ที่พาลูกชายพิการออกมาขายน้ำแข็งไส ไปพร้อมๆกับการดูแลลูกชายไม่สมประกอบเป็นอย่างดี จนเรื่องราวของพ่อลูก รายดังกล่าว ประทับใจชาวเน็ตและถูกแชร์ต่อบนโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก ตามที่เสนอไปแล้วนั้น เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว วันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” เดินทางไปพบ นายนิวัตต์ เสถียรชัยสกุล อายุ 58 ปี และ นายเกศฎากรณ์ ตะวันศรีทอง หรือน้องเกรซ อายุ 19 ปี สองพ่อลูกขายน้ำแข็งไส ที่ ซอยสุขสวัสดิ์ 28 แขวงบางปะกอก เขตราฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ นายนิวัตต์ เปิดเผยว่า ปี พ.ศ.2543 ภรรยาตนได้ท้องลูกคนที่ 3 ซึ่งเป็นลูกชาย ตนรู้สึกดีใจมาก และตนก็เฝ้ารอการเกิดมาของลูกชายคนนี้ ตั้งแต่ตอนคลอดลืมตาดูโลกในวันแรก ลูกมักจะร้อง เมื่อตนไปอุ้มเขาก็ถึงจะเงียบ ตนก็ได้แต่บอกภรรยาว่าให้ช่วยถามคุณหมอด้วยนะ ว่าลูกของเราร้องผิดปกติหรือเปล่า แล้วตนก็ทิ้งลูกไว้กับภรรยาเพื่อไปทำงาน จนกระทั่งมาหาวันที่ 2 ที่ ร.พ. ตนไม่พบว่า ลูกนั้นได้อยู่กับภรรยาที่กำลังนอนพักฟื้นอยู่ แต่ลูกอยู่อีกห้องหนึ่ง แ
ฮิตต่อเนื่อง “บิงซู” น้ำแข็งไสเกาหลี ขายดีสวนกระแส ลูกค้าประจำเพียบ เป็นกระแสมาสักพักกับ “บิงซู” เมนูขนมหวานชื่อแปลก เป็นน้ำแข็งไสแบบเกาหลี ราดด้วยท็อปปิ้ง เช่น ผลไม้ นมข้นหวาน ราดชาเขียว นมสด ฯลฯ เป็นที่นิยมมากในประเทศเกาหลี ความฮิตนี้ยังข้ามมายังประเทศไทย มีร้านบิงซูผุดขึ้นเป็นว่าเล่น ปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย จนขายดีทุกเทศกาล “yess bingsu & ice cream” ร้านบิงซูชื่อดังติดทุกรีวิวบนเว็บไซต์ มีสองคู่รัก คุณแก้ม-พลอยณภัส อุทัยแจ่ม วัย 34 ปี และคุณฝน-ณัชฐ์ภัส สุขปาน วัย 35 ปี เจ้าของร้าน โดยคุณแก้ม เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า แต่ก่อนเธอทำงานเป็นสาวแบงก์มานานร่วม 12 ปี ช่วงหลังรู้สึกอิ่มตัวกับงาน บวกกับอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพียงแต่ยังไม่มีโอกาส และอะไรหลายอย่างยังไม่ลงตัว จนวันหนึ่งไปกินบิงซูกับแฟน เห็นว่ามันอร่อยดี ถ้านำมาทำเป็นธุรกิจน่าจะไปได้สวย เลยชวนแฟนมาเปิดร้านบิงซู ปัจจุบันเปิดมาได้ 3 ปีกว่าแล้ว “เรื่องสูตรทุกอย่าง เรียนและลองทำด้วยตัวเอง เปิดได้ประมาณ 2 เดือนร้านไปได้สวย ยอดขายตามเป้า เลี้ยงตัวเองได้แน่นอน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาดูร้านเต็มตัว” คุณแก้ม เล
