น้ำใบเตย
เราอาจคุ้นเคยกับ “ใบเตย” วัตถุดิบคู่ครัวไทยที่มักถูกนำมาใช้ปรุงขนมหวานหลากหลายชนิด แต่รู้หรือไม่ว่า ใบเตยสีเขียว มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำมาต่อยอดได้มากกว่านั้น เมื่อ ปิ่น – จินดาภัทร สินธวัชต์ และ โบว์ – พิมพ์ลดา นามพิชญ์ธนสิน สองสาวผู้หลงรักใบเตย นำวัตถุดิบใกล้ตัวมาพัฒนาเป็นเมนูใหม่ จากวัตถุดิบขนมไทยบ้านๆ สู่คาเฟ่ใบเตยสเปเชียลตี้ “Panland Cafe” หรือออกเสียงแบบไทยๆ ว่า “แป้นแล้น” ขายเมนูใบเตยโมเดิร์น อย่าง Pure Pandan Matcha (มัทฉะใบเตย), Pandan Genmai Latte (นมใบเตยหอมข้าวคั่ว) หรือ Pandan Jasmine (ชามะลิใบเตย) และอีกมากมาย และเป็นได้มากกว่าเครื่องดื่ม คือ น้ำหอม โดยโบว์และปิ่นเล่าที่มาของการพัฒนาใบเตย พร้อมพาไปรู้จัก แป้นแล้น คาเฟ่ให้มากขึ้น จุดเริ่มต้น แป้นแล้น คาเฟ่ ปิ่นเรียนจบนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอทำงานหลากหลายด้าน ทั้ง Legal Consultant ให้บริษัท Law firm, Business Development ให้กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียมากมาย ทั้ง Shopee, LINE และ TikTok และ Marketing & Partnership ให้กับศิลปินทั้งในค่ายเพลงและศิลปินอิสระ ส่วน
แจกสูตรซ่าหริ่ม-ทับทิมกรอบ พร้อมน้ำกะทิสด ขนมหวานไทย ขายดีช่วยดับร้อน เพจกลุ่มครัวครูตุ๊ก โดยอาจารย์ขนิษฐา ชัยชาญกุล เเจกสูตรขนมไทยทำไม่ยาก เหมาะแก่การขายในช่วงหน้าร้อนมาก นั่นคือ ซ่าหริ่ม และ ทับทิมกรอบกะทิสด ส่วนผสมของแป้งทำซ่าหริ่ม มีดังนี้ แป้งถั่วเขียว 100 กรัม น้ำลอยดอกมะลิ 400 กรัม น้ำใบเตยข้นๆ 50 กรัม สีผสมอาหาร วิธีทำ 1. เทน้ำลอยดอกมะลิเล็กน้อยลงในอ่างแป้ง ขยำให้เข้ากันแล้วใส่น้ำที่เหลือจนหมด กรองใส่กระทะเทฟล่อน เตรียมแป้งไว้ 3 ส่วน ดังนี้ – ส่วนที่ 1 ใส่น้ำใบเตย เติมสีเขียว 2-3 หยด – ส่วนที่ 2 ใส่สีชมพู 2-3 หยด (ให้เพิ่มน้ำลอยดอกมะลิ 50 กรัม) – ส่วนที่ 3 เป็นสีขาว (ให้เติมน้ำลอยดอกมะลิ 50 กรัม) 2. กวนแป้งส่วนที่ 1 ใช้ไฟแรง พอแป้งสุกเหนียวใส (ใช้เวลาประมาณ 5-7 นาที) เทแป้งใส่กระบอก กดลงในภาชนะที่ใส่น้ำเย็นจัดๆ พร้อมน้ำแข็ง หลังจากกดตัวซ่าหริ่มแล้ว พักทิ้งไว้สักครู่ พอแป้งอยู่ตัวจึงค่อยตักช้อนขึ้นมาผึ่งในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงค่อยนำใส่บนผ้าขาวบางที่ปูบนภาชนะที่มีช่องรูระบายน้ำ ให้น้ำออกให้หมด โรยดอกมะลิและกลีบกุหลาบมอญปิดผ้าไว้ ส่วนผสมของ ทับ
