บทความศศินทร์
เมื่อเร็วๆ นี้ คณาจารย์ศศินทร์ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร. เกื้อ วงศ์บุญสิน นักวิชาการอิสระ อดีตศาสตราจารย์วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯ และสถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ ได้เผยแพร่บทความน่าสนใจ โดยระบุว่า “ความผกผันทางประชากร” คือ ปรากฏการณ์ที่โครงสร้างประชากรซึ่งเราเคยคุ้นชินมาเป็นระยะเวลานาน กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนและสัดส่วนประชากรสูงวัย การลดลงของอัตราการเกิด และการหดตัวของจำนวนประชากร (หรือการที่สังคม ‘ตายมากกว่าเกิด’) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากในอนาคตอันใกล้ และในหลากหลายมิติต่อประชากรของประเทศแทบจะทุกประเทศในโลกใบนี้ก็ว่าได้ สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลคาดการณ์จำนวนประชากรในบทความเรื่อง “จะเป็นอย่างไรหากสังคมไทย ‘ตายมากกว่าเกิด’ ไปเรื่อย ๆ” พบว่า ภายในปี ค.ศ. 2083 ประชากรในประเทศไทยจะลดลงจาก 66 ล้านคน เหลือเพียง 33 ล้านคน โดยในจำนวนนี้จะมีเพียง 14 ล้านคนที่เป็นประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15–64 ปี) จากปัจจุบันที่มีประชากรวัยแรงงานอยู่ถึง 46 ล้านคน ยิ่งไปกว่านั้นจะพบว่า ประชากรผู้สูงวัยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มมากขึ้นจาก 8 ล้านคน เป็น 18
Reinvent Growth อย่างไร เมื่อประชากรในเมืองมีมากเกินไป และสูงวัยขึ้น ประชากรที่เพิ่มขึ้น องค์การสหประชาชาติได้คาดว่าวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เป็นวันที่จำนวนประชากรโลกจะถึง 8 พันล้านคน เมื่อ 100 ปีก่อนเราเกิดขึ้นมาในโลกที่มีประชากรน้อยกว่า 2 พันล้านคน ถึงแม้ว่าการเติบโตจะชะลอตัวบ้าง แต่ก็กล่าวได้ว่าประชากรในโลกเพิ่มขึ้น 200,000 คนในทุกๆ วัน มนุษย์ไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนขึ้น แต่ยังสูงวัยขึ้นอีกด้วย ประเทศญี่ปุ่นและบางส่วนของยุโรปมีจำนวนผู้สูงวัยมากที่สุดในโลก ในทศวรรษข้างหน้าคาดว่าประเทศจีนจะมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยอาจมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มจาก 18% จากประชากรทั้งหมด 1.4 ล้านคน ในวันนี้เป็น 32% ในปี พ.ศ. 2583 ประชากรที่อาศัยในเมืองคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 55% ในวันนี้เป็น 68% ภายในปี พ.ศ. 2593 ซึ่งหมายความว่าจะมีคนเพิ่มขึ้น 2.2 พันล้านคน ซึ่งต้องมีที่พัก อาหาร ต้องเดินทางและใช้บริการต่างๆ การเติบโตนี้จะทำให้เกิดมหานครใหม่ในแอฟริกาและเอเชีย ส่งผลให้มีการบริโภคอุปโภคเพิ่มขึ้นอย่างมาก เฉพาะในเอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้เพียงอย่างเดียว ภายในปี พ.ศ. 2583 คาดว่าจะมีปริมาณการบริ
บทความโดย : รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข รองผู้อำนวยการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ………….. หลายท่านคงคุ้นหูกับคำว่า Disrupted Economy (เศรษฐกิจที่มีการสะดุดหยุดชะงักแล้วเปลี่ยนรูปแบบอย่างพลิกผัน) กันพอสมควรนะคะ ในโลกยุคดิจิตอลนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเพราะเทคโนโลยี ซึ่งมีผลทำให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวกันให้ทันการเปลี่ยนแปลง ต้องเปลี่ยนวิธีการในการผลิต การทำการตลาด การขาย การบริการลูกค้า ฯลฯ รวมความแล้ว คือ ต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการแทบทั้งหมด หากปรับเปลี่ยนไม่ทันก็จะสูญเสียตลาดให้กับบริษัทเกิดใหม่ ที่คล่องตัวในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดการและเจาะหาตลาดใหม่ๆ ได้เร็วกว่าองค์กรรุ่นเก่า เร็วๆ นี้ท่านอาจจะได้เห็นข่าวในโทรทัศน์ที่รายงานเรื่องบริษัทขายของเล่นเด็กขนาดยักษ์ใหญ่ของโลก ทอยส์ อาร์ อัส (Toys r Us) ที่กำลังทยอยปิดสาขาทั่วโลกและกำลังพยายามดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ที่จะหนีจากสภาพล้มละลาย ทั้งนี้เป็นเพราะทอยส์ อาร์ อัส ไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทรายเล็กรายน้อยที่ขายของเล่นผ่านทางออนไลน์ที่มีสินค้าหลากหลายกว่า ราคาต่ำกว่า ส่งได้เร็
