บัญชีม้า
ในยุคที่ออนไลน์ครองเมือง การทำอะไรก็ตามมักจะง่ายและสะดวกเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส รวมไปถึงเรื่องธุรกรรมการเงินด้วย ที่ผู้คนแทบจะไม่มีเงินสดติดตัวกันอย่างแต่ก่อน แต่ด้วยความง่ายดายนั้น แฝงเข้ามาซึ่งอาชญากรไซเบอร์ที่เข้ามาหลอกลวงและทำผิดกฎหมาย หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ก็คือ “บัญชีม้า” ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่ถูกนำมาใช้เป็นสะพานในการโอนย้ายเงินที่ได้จากการกระทำผิด จากประเด็นดังกล่าวที่มิจฉาชีพกระทำนั้น ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนไม่น้อย ที่ถูกอายัดบัญชี เนื่องจากบัญชีม้าโอนเงินเข้าบัญชี และกว่าจะแก้ไขได้ ก็ได้รับผลกระทบ ที่ไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้ โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงว่า ธนาคารจะระงับยอดเงินที่มีปัญหา ไม่ใช่ทุกบัญชี และทุกธนาคารใช้มาตรฐานเดียวกัน ในการระงับวงเงินต้องสงสัยเพียง 3 วัน ยกเว้น บัญชีที่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้อง กับ บัญชีม้าดำ และ ม้าเทา ที่ระยะเวลาการระงับวงเงินจะยืดออกไป ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แบ่งระดับความเสี่ยงของบัญชีม้า ออกไว้เป็น 5 ระดับสี เพื่อสร้างความเข้าใจและคลายกังวลให้กับประชาชน ดังนี้ ม้าดำ คือ
คนไทยโดนหลอกจากมิจฉาชีพสูงถึง 500,000 กว่าราย เป็นจำนวนเงิน 63,000 ล้านบาท! ส่วนใหญ่เป็นการถูกหลอกจากออนไลน์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยทุจริตทางการเงิน ธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในการดำเนินการสำคัญคือ การออกพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งเพื่อจัดการบัญชีม้าที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรับเงินและถ่ายโอนเงินจากการกระทำผิด และแลกเปลี่ยนเส้นทางเงินเพื่อสนับสนุนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ รวมถึง พ.ร.ก. ได้กำหนดโทษเอาผิดกับบัญชีม้าให้ชัดเจนขึ้นด้วย โดยพบว่าช่วงที่ผ่านมา การหลอกลวงมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น แต่การหลอกลงทุน คือ วิธีการสูงสุด รองลงมาคือ หลอกให้โอนเงิน และหลอกให้ซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นต้น โดยจากข้อมูลมีจำนวนคดีการหลอกลวงสูงถึง 500,000 กว่าคดี นับเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 63,000 ล้านบาท นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 ถึง 31 พฤษภาคม 2567 “ที่ผ่านมา การจัดการกับบัญชีม้า
