บัตรสวัสดิการ
เริ่มแล้ววันนี้ ผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่ายผ่านแอปถุงเงิน ต้องสแกนใบหน้าและใส่รหัส 6 หลัก เมื่อวันที่ 11 มี.ค. นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อให้การรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐจากแอปพลิเคชันถุงเงินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และโปร่งใส รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง ได้กำหนดวิธีการรับชำระค่าสินค้าและบริการ ด้วยวิธีการสแกนใบหน้าควบคู่กับการใส่รหัสคู่บัตร (PIN Code) 6 หลัก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. นี้ เป็นต้นไป ผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐที่ไปใช้สิทธิที่ร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่รับชำระค่าสินค้าผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกดรหัสคู่บัตร PIN 6 หลัก และให้ร้านค้าหรือผู้ประกอบการสแกนใบหน้าทุกครั้ง ยกเว้นกลุ่มผู้มอบอำนาจให้ดำเนินการแทน เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้สูงอายุที่เดินทางไปยืนยันตัวตนเองไม่ได้ เป็นต้น และกลุ่มผู้ที่สแกนใบหน้าไม่ผ่านตั้งแต่ขั้นตอนยืนยันตัวตน (e-KYC) นายคารม กล่าวว่า สำหรับกรณีที่รหัสคู่บัตร (PIN Code) 6 หลัก ถูกล็อก ให้ดำเนินการ ดังนี้ 1. หากผู้ใช้สิทธิยังจำรหัสเดิมได้ สามารถติดต่อ
รัฐบาลเตรียมทุ่มกว่า 5 หมื่นล้าน แจกเงินคนจน-คนแก่ 1,000 บาท แจก ปชช.เที่ยวไทยอีกคนละ 1,500 บาท รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังเตรียมไว้ คาดว่าจะเสนอเข้า ครม.ภายใน 1-2 สัปดาห์ มีวงเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เน้นในกลุ่มคนจนและสูงอายุ โดยมีแนวคิดแจกเงินให้คนละ 1,000 บาท ผ่านบัตรสวัสดิการ คาดว่าใช้เงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านั้นนำเงินไปใช้จ่ายบรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจ และเงินดังกล่าวไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากทันที นอกจากนี้ รัฐบาลอยากเห็นยาแรง ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะนำมาตการแจกเงินท่องเที่ยว 1,500 บาทต่อคน โดยเป็นการใช้จ่ายระบบอีเพย์เมนต์ยังร้านค้า โรงแรม หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่กำหนดไว้ เพื่อให้เงินถูกนำไปใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวจริงๆ คาดว่า มาตรการนี้จะกระตุ้นให้คนใช้จ่ายมากกว่าเงินที่แจก 1,500 บาทต่อคน ประเมินว่าจะมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการดูแลช่วยเหลือการเกษตรและเอสเอ็มอี โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐสนับสนุนด้านดอกเบี้ย โดยให้แต่ละสถาบันการ
