บัตรเครดิต
ธปท. – สมาคมธนาคารไทย แถลง กรณีลูกค้าจำนวนมาก โดนดูดเงิน จากการ ตัดบัตรเครดิต-เดบิต พร้อมเผยเบอร์ Call Center ของแต่ละสถาบันการเงิน ตามที่ปรากฏข่าวพบลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจำนวนมากประสบปัญหาการทำรายการชำระเงินโดยที่ไม่ได้ทำธุรกรรมด้วยตนเอง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้รับทราบปัญหาและ ได้ตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าว โดยเบื้องต้นพบว่า มิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่เกิดจากการทำธุรกรรมชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และไม่ใช่แอพดูดเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าว ขณะนี้ธนาคารเจ้าของบัตรได้ดำเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้ นอกจากนี้ ลูกค้าที่ตรวจสอบพบความผิดปกติของรายการธุรกรรมด้วยตนเอง สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือสาขาของธนาคารผู้ออกบัตร เพื่อแจ้งตรวจสอบและยืนยันการทำธุรกรรมในทันที โดยธนาคารจะดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเร่งคืนเงินให้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายตามขั้นตอนของธนาคารโดยเร็วต่อไป ธปท
เคทีซี ปรับกลยุทธ์ บัตรเครดิตครึ่งปีหลัง หนุนธุรกิจพันธมิตร พัฒนาแอพ เพิ่มความสะดวกให้สมาชิก วันที่ 5 ก.ค. 2564 นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า ช่วงครึ่งปีแรก ปี 2564 ยอดรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีอยู่ที่ 94,000 ล้านบาท เติบโต 4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หมวดที่มีการใช้จ่ายสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ประกันภัย, น้ำมัน, วาไรตี้ สโตร์ อาทิ Shopee, Lazada, ซูเปอร์มาร์เก็ต, โรงพยาบาล และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งจัดเป็นหมวดที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันฐานสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีมีจำนวน 2.5 ล้านใบ สมาชิกบัตรฯ ใหม่ตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 95,000 ใบ จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปี 230,000 ใบ โดยช่องทางขยายฐานสมาชิกที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ สาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ และหน่วยงาน Outsource Sales ทั้งนี้ อัตราการอนุมัติบัตรเครดิตใหม่อยู่ที่ 36% กลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มที่มีรายได้ 30,000 บาทขึ้นไป สัดส่วนสมาชิกอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร 55% และจังหวัดอื่นๆ 45% “กลยุทธ์การตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง เคทีซี ยังมีเป้าห
ผ่อนบัตรไม่ไหว ควรทำอย่างไร? ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีคำแนะนำ บัตรเครดิต เป็นเครื่องมือการชำระเงินที่ให้ประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ที่ใช้เป็น ในยุคโควิด มีผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้บัตรเครดิตของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกือบ 80% ใช้บัตรเครดิตโดยไม่จ่ายคืนเต็มจำนวนที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดในแต่ละรอบบัญชี แต่ใช้วิธีการผ่อนจ่ายอย่างน้อยในอัตราขั้นต่ำตามเงื่อนไของผู้ให้บริการ ซึ่งไม่ผิดกติกาใดๆ และไม่กระทบประวัติทางการเงิน แต่สิ่งที่ควรรู้จาก ‘การผ่อนจ่ายบางส่วน’ คือ ผู้ให้บริการบัตรจะเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตรา 16% ต่อปีของวงเงินบัตรที่ใช้ไป โดยคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่รูดบัตรจนถึงวันที่ชำระหนี้ ซึ่งยอดเงินที่ชำระหนี้ในแต่ละงวดจะถูกนำไปหักอัตราดอกเบี้ยก่อน ส่วนที่เหลือจึงนำไปตัดเงินต้นที่ค้างชำระ ตัวอย่างหนี้บัตรที่ผ่อนจ่ายขั้นต่ำ 5% ของยอดเรียกเก็บ ต้องใช้เวลาประมาณ 7 ปี จึงจะสามารถจ่ายหนี้ที่เกิดขึ้นในรอบบัญชีแรกได้หมด ซึ่งถ้ารอบบัญชีที่ 2,3,4,… ยังคงพฤติกรรมการจ่ายหนี้เช่นเดิม โอกาสการคืนหนี้ได้หมดจะยิ่งเลือนลางจากการทบทวีของเงินต้นและดอกเบี้ย 2. หากยังเป็นลูกหนี
ในภาวะสังคมที่ถูกป่วนด้วยโรคโควิด-19 อาจมีคนไม่น้อยที่กระแสรายรับปั่นป่วนตาม โดยเฉพาะเมื่อถึงรอบรายจ่ายพิเศษที่ต้องใช้เงินก้อนจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ค่าเทอมของบุตรหลาน ค่าตรวจสุขภาพประจำปี ค่าเบี้ยประกันชีวิต ฯลฯ ซึ่งในกรณีที่เรามีตัวช่วยอยู่แล้วทั้งบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ รวมทั้งยังมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอพอที่จะทยอยจ่ายคืนหนี้ก้อนนี้ทั้งหมดภายในชั่วระยะเวลาหนึ่ง เราควรเลือกใช้บัตรไหนดีถึงจะคุ้มค่าหรือประหยัดดอกเบี้ย การเบิกถอนวงเงินจากบัตรเครดิต (ไม่ว่าจะเป็นการกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หรือถือบัตรไปขอรับเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ หรือทำรายการบนแอพพลิเคชั่นโดยขอรับเป็นเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝาก) มีค่าธรรมเนียมการถอนเงินสด 3% + ภาษี VAT 7% และอัตราดอกเบี้ยอีกไม่เกิน 16% ตามเพดานอัตราดอกเบี้ยที่แบงก์ชาติกำหนดไว้ ส่วนการถอนเงินจากบัตรกดเงินสด เรียบง่ายกว่านั้นมาก เนื่องจากคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25% ต่อปี โดยทั้งสองบัตรเริ่มคิดดอกเบี้ยจากวันแรกที่ถอน อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีผู้ที่ไม่มีบัตรกดเงินสดและต้องการสมัครขอบัตรใหม่ คงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า บัตรกดเงินสดเป็นสิน
เปิดรายงาน ภาวะสังคมไทยปี 62 หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ติดอันดับ 10 ของโลก วันที่ 6 มิ.ย. ศ.พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมด้วย คุณชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการ เปิดเผยถึงรายงาน ภาวะสังคมไทย ไตรมาส 1 ปี 2562 ซึ่งมีความเคลื่อนไหวทางสังคมที่สำคัญได้แก่ การจ้างงาน รายได้และผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่เพิ่มขึ้น การเกิดอุบัติเหตุทางบกลดลง ประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ หนี้สินครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ระบุว่า หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยไตรมาส 4 ปี 2561 หนี้สินครัวเรือนเท่ากับ 12.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 และคิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP เท่ากับร้อยละ 78.6 เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และเมื่อเทียบกับต่างประเทศ พบว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP อยู่ในอันดับที่ 10 จาก 89 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 3 จาก 29 ประเทศในเอเชีย สำหรับไตรมาส 1 ปี 2562 หนี้สินครัวเรือนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ขยายตัว
ตะลอนเมืองเหน่อ ‘สุพรรณบุรี’ กิน เที่ยว สุดฟิน 1 วันเต็ม หยุดนี้ใครที่อยากไปเที่ยวแต่ยังนึกโปรแกรมไม่ออก ลองแวะไปเมืองรองใกล้กรุง อย่างจังหวัดสุพรรณบุรี กันดูไหม มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายไม่แพ้เมืองรองอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น วัดวาอารามเก่า ตลาดโบราณ ร้านอาหารอร่อยๆ เดินทางไม่ไกล ใช้เวลาเดินทางจากรุงเทพฯ ไม่ถึงสองชั่วโมง ถนนหนทางสะดวกขับรถส่วนตัวไปได้ชิลๆ หรือจะนั่งรถโดยสารสาธารณะทำได้เช่นกัน ทริปนี้ร่วมเดินทางไปกับ บัตรเครดิตกรุงศรี กิน เที่ยว แบบ 1 วันจัดเต็ม ออกเดินทางกันแต่ชาวตรู่มุ่งหน้าสู่เมืองเหน่อไปยัง ‘วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร’ วัดเก่าแก่ มีประวัติยาวนานร่วม 1,200 ปี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน อ.เมือง ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต ปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ ภายในองค์พระพุทธรูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 36 องค์ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย วัดป่าเลไลยก์ มีความเกี่ยวข้องกับวรรณคดีอันลือชื่อของไทย คือเสภาขุนช้างขุนแผน นิราศเมืองสุพรรณของสุนทรภู่ ไหว้พระขอพรเป็นศิริมงคลกันไปแล้วแวะสัมผัสวิถีชีวิตชาวนาไทย อันเป็นอาชีพรากเหง้าของคนไทยมาแต่โบร
กลายเป็นปกติไปแล้ว เมื่อไปทานอาหารที่ร้านเสร็จ แล้วเรียกพนักงานเพื่อเก็บเงิน พร้อมกับคำถามแบบไม่ต้องเหนียมอายใครว่า มีบัตรอะไรได้ส่วนลดบ้าง และหากบัตรเครดิตใบไหนให้ส่วนลด พฤติกรรมโดยทั่วไปเราก็จะหยิบบัตรใบนั้นขึ้นมาใช้รูดชำระเงินทันที แต่ถ้าไม่มีก็จะต้องถามหาจากเพื่อนร่วมโต๊ะว่าใครมีบัตรใบดังกล่าวบ้าง แหม! ก็ส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ คำนวณดูแล้วก็มิใช่น้อย เพื่อนที่มีบัตรเครดิตใบนั้นก็น่าจะยินดีที่จะให้รูด (ถ้าเพื่อนๆ ที่ไปทานข้าวกันพอไว้ใจกันได้และวงเงินไม่เต็มไปเสียก่อน) เพราะเมื่อเพื่อนๆ จ่ายเงินสดคืนให้เราแล้ว คนรูดยังได้คะแนนสะสมเข้าบัตรไปอีกเต็มๆ แบบไม่ต้องแบ่งใคร จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย คนไทยมีค่าเฉลี่ยในการถือบัตรเครดิตประมาณคนละ 2-3 ใบ นี่คือค่าเฉลี่ย บางคนมีมากถึง 10 ใบ ดังนั้น ก็ใช้วนไปค่ะ บัตรไหนให้ส่วนลดก็หยิบบัตรนั้นขึ้นมาใช้บ่อยหน่อย ตรงนี้เองก็ขึ้นอยู่กับแผนการตลาดของธนาคารแต่ละค่ายที่ใครจะเก่งกว่าในการเกี่ยวยอดใช้จ่ายผ่านด้วยการมีโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดกว่า มุกโปรโมชั่นที่ง่ายที่สุด ก็เห็นจะเป็นส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ลูกค้าน่าจะชอบที่สุด แต่การ
มาแล้ว “คลินิกแก้หนี้” ที่เปิดประตูอ้าแขนรับเฉพาะ “ลูกหนี้รายย่อย” ที่ตกอยู่ในกลุ่มเป็นหนี้เสียของเจ้าหนี้บรรดาธนาคารพาณิชย์ไทยและเทศทั้งหลาย 16 แห่งที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะเปิดดำเนินการวันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป คลินิกแก้หนี้ ถือเป็นโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลหรือกดเงินสด และบัตรเครดิต โดยนำร่องกับกลุ่มลูกหนี้กลุ่มธนาคารพาณิชย์ก่อน ส่วนน็อนแบงก์ จะเป็นสเต็ปต่อไป โครงการแก้หนี้รายย่อยนี้ มีแนวคิดริเริ่มและแรงผลักดันหลักจาก “ดร.วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปักธงตั้งแต่นั่ง “ผู้ว่าการแบงก์ชาติ” เมื่อปี 2558 ว่า ต้องการแก้ปัญหาคนไทยก่อหนี้กันเยอะขึ้น เพราะปี 2558 เป็นช่วงที่หนี้ครัวเรือนของไทยพุ่งกว่า 82-83% ของจีดีพี หรือทะลุ 11 ล้านล้านบาทและ 2-3 ปีที่ผ่านมา หนี้ครัวเรือนก็ยังรุนแรงขึ้น ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศไทย เพราะปัจจุบันภาคครัวเรือนมีความเปราะบางทางการเงินมากมาผสมกับภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง จะยิ่งกระทบต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและสัง
ตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34(7) ที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิเรียกร้องของผู้ประกอบธุรกิจที่มีลักษณะออกทดรองเงินไปก่อน ให้มีกำหนดอายุความ 2 ปี ซึ่งการใช้บัตรเครดิตก็เป็นกรณีที่ สถาบันการเงิน ได้ออกทดรองเงินไปก่อนให้กับลูกหนี้บัตรเครดิต จึงมีอายุความ 2 ปี นับจากวันที่ครบกำหนดชำระหนี้ (ในใบแจ้งหนี้) เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5384/2551 “หนี้จากการใช้บัตรเครดิตไม่ว่าจะเป็นหนี้จากการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ หรือหนี้จากการถอนเงินสด ล้วนเป็นหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตด้วยกัน จึงมีอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) ไม่อาจแยกบังคับนับอายุความแตกต่างกันได้” นอกจากนี้ก็มีคำพิพากษาฎีกาที่ 2456/2551 และ 8051/2551 มาในแนวทางเดียวกันที่ว่าหนี้จากการใช้บัตรเครดิตมีอายุความ 2 ปี ทั้งนี้ หากมีกรณีที่หนี้ขาดอายุความแล้ว และ ข้อต่อสู้เรื่องขาดอายุความ เป็นเรื่องที่ลูกหนี้ หรือจำเลย ต้องยกขึ้นมาต่อสู้โจทก์หรือเจ้าหนี้ เนื่องจากศาลไม่อาจนำขึ้นมาพิจารณาเองได้ ดังนั้น หากลูกหนี้บัตรเครดิตรายใด ถูกฟ้องให้ชำระหนี้บัตรเครดิต และได้รับหมายศาล จึงมีข้อแนะนำว่าต้องไปศาล และยื่นคำให้การว
มาสเตอร์การ์ดเผย ส่วนลดจากร้านค้าออนไลน์ดึงดูดลูกค้าชาวไทยเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก 75.8% ของคนไทยมักตัดสินใจจับจ่ายทันทีเมื่อเห็นข้อเสนอส่วนลดและราคาที่ถูกกว่าจากร้านค้าออนไลน์ กรุงเทพฯ, 5 กันยายน 2559 – หนึ่งในวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ง่ายที่สุดคือการกระตุ้นการใช้จ่าย แม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นฟูแต่โครงการลดหย่อนภาษี เช่น โครงการช้อปช่วยชาติ หรือวันหยุดพิเศษต่างๆในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งเสริมให้ชาวไทยออกมาใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการกินดื่ม การช้อปปิ้งและการเดินทาง ผลสำรวจเกี่ยวกับการช้อปปิ้งออนไลน์ที่จัดทำขึ้นโดยมาสเตอร์การ์ดในปี 2558 เผยว่า 75.8% ของนักช้อปออนไลน์ชาวไทยมักใช้จ่ายออนไลน์แบบตามใจฉันและไม่ได้วางแผนมาก่อนเนื่องจากราคาที่ถูกกว่าหรือส่วนลดจากร้านค้าออนไลน์ มากเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ซึ่งรองจากประเทศฟิลิปปินส์ที่ 76.4% โดยส่วนลดและราคาที่ถูกกว่าถือเป็นปัจจัยที่ดึงดูดให้คนหันมาช้อปออนไลน์มากที่สุดในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ ตามด้วยการโฆษณาและโปรโมชั่น (56.2%) และสินค้าพิเศษที่มีขายเฉพาะบนเว็บไซต์เท่านั้น (48.7%) ถึงแม้การใช้จ่ายแบบที่ไม่ได้วา
