บุฟเฟ่ต์
ตี๋น้อยบาร์บีคิว คือร้านปิ้งย่างภายใต้อาณาจักรสุกี้ตี๋น้อย แต่ทำไม ถึงยังเลือกเปิดร้านปิ้งย่างอีกร้าน จะไม่แย่งลูกค้ากันเองหรือ? คำถามที่หลายคนคงคิดเมื่อเห็นข่าวการเปิดร้านปิ้งย่างใหม่ “นายพรานหมูกระทะ” ในเมื่อสุกี้ตี๋น้อยมี “ตี๋น้อย บาร์บีคิว” อยู่แล้ว ทำไมถึงยังลงทุนเปิด “นายพรานหมูกระทะ” เพิ่มอีกแบรนด์หนึ่ง ทั้งที่ดูเผินๆ แล้วต่างก็เป็นธุรกิจปิ้งย่างบุฟเฟต์เหมือนกัน ในทางการตลาด นี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจของแนวคิด Brand Cannibalization หรือ “การกินส่วนแบ่งตลาดกันเอง” ซึ่งปกติแล้วเป็นสิ่งที่หลายบริษัทพยายามหลีกเลี่ยง แต่สำหรับบางองค์กร การยอมให้แบรนด์ในเครือแข่งขันกันเอง อาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าปล่อยให้คู่แข่งจากภายนอกเข้ามาแย่งลูกค้าไป Brand Cannibalization คืออะไร Brand Cannibalization คือสถานการณ์ที่แบรนด์หนึ่งของบริษัทเข้าไปดึงยอดขายจากอีกแบรนด์หนึ่งของบริษัทเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าที่เคยกินตี๋น้อย บาร์บีคิว เปลี่ยนมากินนายพรานหมูกระทะแทน รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง เพราะเป็นการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา โดยปกติแล้ว นักการตลาดมักมองว่าการ Cannibalization เป็นเรื่อง
“หมูกระทะจะเยียวยาทุกสิ่ง” คนไทยชอบกินหมูกระทะ ไม่ว่าจะเจอวิกฤตอะไรขอกินหมูกระทะก่อน ตลาดปิ้งย่างจึงยังขยายตัวเกือบทุกปี เป็นเซกเมนต์เนื้อหอมที่ใครก็อยากเข้ามาจับจองก้อนเค้กด้วยมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท เพราะตลาดนี้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางตลาดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศที่แข่งขันกันดุเดือด BNN Restaurant Group เจ้าของสุกี้ตี๋น้อยที่มองเห็นโอกาสในตลาดนี้ว่ายังมีช่องว่างที่แบรนด์สามารถเข้ามาเติมได้ จึงได้เปิดตัว “นายพรานหมูกระทะ” ร้านหมูกระทะบุฟเฟต์แบบติดแอร์ ลุยตลาดบุฟเฟต์ปิ้งย่าง ขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยมีจุดขายที่การปิดดึกตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตกลางคืน นายพรานหมูกระทะเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.30 น. ถึง 05.00 น. ของทุกวัน บุฟเฟต์ทานได้ไม่จำกัดในเวลา 2 ชั่วโมง นายพรานหมูกระทะ แตกต่างจาก ตี๋น้อย บาร์บีคิว อย่างไร ความแตกต่างจาก “ตี๋น้อยบาร์บีคิว” คือ ตี๋น้อยบาร์บีคิวจะเน้นคนที่ชอบทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีทั้งเนื้อริปอาย เนื้อใบพาย เนื้อน่องลาย เนื้อออสเตรเลีย บาร์สลัด กุ้งก้ามกราม แต่นายพรานจะเป็นชุดหมูหมักสไตล์ไทย น้ำจิ้ม 3 รสชาติ ได้แก่ น้ำจิ้มนายพรานสูตรเด็ดเฉพาะ น
คอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ (Copper Beyond Buffet) ฉลองครบรอบ 10 ปี เดินหน้าสู่ปีที่ 11 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The New Original–ทศวรรษใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด” เปิดเกมรุกตลาดรอบด้าน ทั้งการปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ เพิ่ม 10 เมนูพิเศษ และ D.I.Y. Station พร้อมปรับราคาบุฟเฟ่ต์ที่สาขา The Sense ปิ่นเกล้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เริ่มต้น 999++ บาท ลุย Party Pack ใหม่ ขยายฐานลูกค้าใหม่ พร้อมเพิ่มความถี่ให้ฐานแฟนเดิมมาใช้บริการได้บ่อยขึ้น ในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นหลักร้อย อีกทั้งยังแตกไลน์ธุรกิจสู่บริการ Catering และบริการจัดเลี้ยงครบวงจร เพื่อเข้าไปอยู่ในทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค นางสาวพจนีย์ พินิจศักดิ์กุล ประธานกรรมการบริหารคอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ กล่าวว่า เพื่อฉลองการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ Copper Beyond Buffet ได้เตรียมของขวัญมากมาย เพื่อลูกค้าคนสำคัญ เริ่มจากการวางบทบาทสาขา The Sense ปิ่นเกล้า ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเป็นเดสทิเนชันที่ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัว จึงมีการปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ภายในธีม ‘The New Original’ ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่คุ้นเคยในราคาที่คุ้มค่ามากกว่าเดิม “การปรับโฉมร้านใหม่ในครั้งนี้ เราตั้งใจมอบเป็นของ
ท่ามกลางตลาดสุกี้ที่ดุเดือด ในปี 2569 “สุกี้ตี๋น้อย” ยังเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ภายใต้การบริหารงานของ นัทธมน พิศาลกิจวนิช (เฟิร์น) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” (Suki Teenoi) โดยเร่งเครื่องขยายสาขา-แตกแบรนด์ พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโต 42% หรือ 13,000 ล้านบาท นัทธมนกล่าวถึงภาพรวมปี 2568 เทียบกับปี 2567 ยอดขายเติบโตขึ้น 31% จาก 7,028 ล้านบาท เป็น 9,147 ล้านบาท ส่วนกำไรลดลง 26% จาก 1,169 ล้านบาท เหลือ 864 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 4 กำไรลดลงเหลือ 57 ล้านบาท นัทธมนเปิดเผยว่าเกิดขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. โปรโมชันฟรีรีฟิลทั้งเดือนธันวาคม ใช้งบประมาณ 240 ล้านบาท 2. โปรโมชันฟรีหมูกรอบ กุ้งแก้ว เป็ดย่าง ใช้งบประมาณ 100 กว่าล้าน และ 3. การบริจาคช่วยเหลืออุทกภัย งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท รวมทั้งหมด 388 ล้านบาท “มาร์จิ้นต่ำลง แต่การขึ้นราคาจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายของเรา” นัทธมนกล่าว ในส่วนของจำนวนลูกค้ามีผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น 34% จาก 26.86 ล้านคน เป็น 36.04 ล้านคน แม้จะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามา แต่ก็เป็นกา
MK Restaurants เผยความสำเร็จของโมเดลบุฟเฟต์ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศ หลังเปิดให้บริการในหลายสาขา ทั้ง MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท และ MK Premium Buffet 499, 699, 899 บาท ที่เพิ่งเปิดให้บริการในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Value for Money ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่าและประสบการณ์การรับประทานที่หลากหลาย MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท สร้างปรากฏการณ์ความสนใจต่อเนื่องทั่วประเทศ กว่า 312 สาขา ตั้งแต่ คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น (เวอร์ชัน 1) เดือนมิถุนายน ทำให้ยอดขายรวมเติบโต 12.2% และ คุ้มเกินคุ้ม (เวอร์ชัน 2) เดือนกันยายน โตขึ้นอีก โดยมียอดขายรวมเติบโต 14.3% แม้จะเปิดให้บริการมายาวนานหลายเดือน แต่ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งครองใจลูกค้า ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำสูงถึง 41% และมากสุดถึง 69 ครั้ง นอกจากนี้ ยังสร้างเสียงเชิงบวกบนโซเชียลอย่างมากมาย จากทั้งฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะ คุ้มเกินคุ้ม (เวอร์ชัน 2) ลูกค้าชื่นชอบการปรับเพิ่มเมนูใหม่ และเมนู Add on อย่างกุ้งสด MK ทำให้ยอดขายเฉพาะสาขาบุฟเฟต์ เติบโตถึง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่
