ประท้วง
นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาธิการเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย เผยเมื่อเร็วๆ นี้ ภายหลังการยื่นข้อเสนอพร้อมร่างประกาศ สธ. เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ฉบับเขียนอนาคตกัญชาไทย ถึง นายสมศักดิ์ เทพสุทุน รมว.สาธารณสุข โดยหลักการคือ ขอให้ยกเลิกประกาศ สธ. เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ลงวันที่ 23 มิ.ย. 2568 เนื่องจากมีช่องโหว่ โดยเฉพาะการกำหนดต้องมีใบสั่งจ่ายยา และการรับรองมาตรฐานการปลูกและเก็บที่ดีของพืชกัญชา หรือ GACP ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริตก่อให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์และก่อความไร้ประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้บริโภคได้ โดย นายประสิทธิ์ชัย ระบุว่า ขณะนี้เริ่มมีการซื้อขายใบสั่งจ่ายยาแล้ว จึงเสนอให้มีคณะอนุกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่ต้องฟังเสียง ได้เข้ามาร่วมกำหนดมาตรการต่างๆ และให้พิจารณาร่างประกาศ สธ. เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ฉบับเขียนอนาคตกัญชาไทย เลขาธิการเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย กล่าวต่อว่า ในวันที่ 29 ก.ค. นี้ ทางเครือข่ายฯ จะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบนา
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการชุมนุม ของกลุ่มคนขับผู้ให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการให้บริการเรียกรถยนต์โดยสารสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน แกร็บ ประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันในประเทศไทย ขอเรียนชี้แจงในประเด็นต่างๆ ดังนี้ ในฐานะผู้บุกเบิกการให้บริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันในประเทศไทย บริษัทฯ เปิดโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่ม (ไม่จำกัดเพศ วัย หรือการศึกษา) สามารถใช้แพลตฟอร์มของเราในการหารายได้เสริมจากการให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งรวมถึงกลุ่มคนขับรถแท็กซี่สาธารณะ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่า ไม่เคยมีความขัดแย้งใดๆ กับกลุ่มคนขับผู้ให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ปัจจุบัน มีคนขับผู้ให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะจำนวนมากนับหลายหมื่นรายเลือกใช้แอปพลิเคชัน Grab เพื่อเป็นช่องทางเสริมในการเข้าถึงผู้โดยสาร ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้นอกเหนือจากการให้บริการในรูปแบบดั้งเดิม ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเปิดรับคนขับที่สนใจเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกั
อ.เจษฎ์ เผยงานวิจัยชี้ การประท้วงอย่างถูกสุขลักษณะ ไม่ทำให้คนติดโควิดเพิ่มขึ้น วันที่ 22 ก.ค. 63 รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ โพสต์ข้อความระบุว่า “งานวิจัยบอกว่า การประท้วง (อย่างถูกสุขลักษณะ) ไม่ได้ทำให้จำนวนของผู้ติดเชื้อโคโรน่าไวรัสพุ่งสูงขึ้น” หลายคนมีความเป็นห่วงว่าการชุมนุมประท้วงที่เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา นั้นน่าจะทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโรค โควิด-19 เป็นอย่างมาก แต่ผลการวิจัยหนากว่า 60 หน้าของนักเศรษฐศาสตร์จาก the National Bureau of Economic Research กลับให้ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจว่า การเดินขบวนประท้วงที่จัดขึ้นเพื่อต่อต้านการเหยียดผิวกรณีการเสียชีวิตของ George Floyd กลับไม่ได้ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดพุ่งสูงขึ้นในหลายๆ เมืองใหญ่ที่มีการประท้วง! ช่วงที่เกิดกรณีการเสียชีวิตของ Floyd ขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเตือนเป็นการใหญ่ว่า การตะโกนโห่ร้องในพื้นที่แออัดของกลุ่มผู้ประท้ว
“ม็อบฮ่องกง” รุนแรง ยืดเยื้อ เหตุเพราะ จิมซาจุ่ย ไม่เหมือน เทียนอันเหมิน ไม่ว่าจะเชียร์ขาดใจ ไม่ว่าจะรำคาญ ไม่ว่าจะเฉยเมย เราต่างได้ยินข่าวเรื่องประท้วงบนเกาะฮ่องกงมาหลายเดือน และน่าจะต้องตามกันไปอีกพักใหญ่ เรื่องไม่ลงรอยของจีนแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกง ยังไม่จบเร็วนี้ แต่จะยืดเยื้อแน่นอน เพราะคนฮ่องกงนั้นลึกๆ ไม่เคยยอมรับการปกครองของจีน และแม้จะต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีน คนฮ่องกงก็พยายามเรียกร้องอิสระในการตัดสินอนาคตตนเองหลากหลายอย่าง กฎหมายเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งทำให้คนกังวลว่าบรรดาคนที่ต่อต้านรัฐบาลจีนจะถูกจับตัวส่งไปแผ่นดินใหญ่ เป็นเพียงหนึ่งในร้อยในพันเรื่อง แต่เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นความกังวลที่สมเหตุผล เพราะจีนแผ่นดินใหญ่จับคนที่เห็นต่างจากตนไปรับโทษมาแล้วมากมาย แม้ว่าจะหนีออกมาก็ยังตามจับตัวได้ โดยใช้ทั้งกำลังคนและอำนาจในการบีบให้ประเทศอื่นดำเนินการตามต้องการ คนเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลจีนในฮ่องกง ถูกจับข้ามไปรับโทษในแผ่นดินใหญ่หลายคน บางคนหนีมาอยู่เมืองไทยยังถูกจับกลับไปได้ ดังนั้น ความกังวลนี้สมเหตุผล และน่าเห็นใจ แต่การที่ลุกขึ้นต่อต้านประท้วงทั้งเกาะให้คนเห็
ทูลกระหม่อม ทรงติดม็อบนับล้านที่ฮ่องกง เสด็จออกจากโรงแรมที่ประทับไม่ได้ วันที่ 10 มิ.ย. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ชาวฮ่องกงเรือนล้านออกมาเดินประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ตามท้องถนนในฮ่องกง โดย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงติดอยู่ในโรงแรมที่ประทับ เสด็จออกไม่ได้ เนื่องจากบริเวณนั้นมีการชุมนุมประท้วง ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ข้อความว่า “วันนี้ดิฉันต้องไปอัดรายการ To Be Number One Variety 4 เทปที่ NBT แล้ววันอังคารต้องเดินทางไปทำงานที่กระบี่-พัทลุง แต่ตอนนี้เรายังอยู่ฮ่องกงอยู่เลย เพราะว่าเขามีการประท้วงใหญ่ คือคนฮ่องกงเขาออกมาประท้วงที่จะมีการออกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศที่ยังไม่ได้มีสนธิสัญญาแลกเปลี่ยนผู้ร้ายข้ามแดนกัน โดยเฉพาะประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน การออกมารวมพลังประท้วงคราวนี้มีคนออกมาร่วมเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย คือวันเดียวนี้แหละคือวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2019 นี้ ว่ากันว่ากันว่ามีคนออกมา 500,000 คนบางสื่อว่ามีคนออกมาถึ
เพนกวิน จัดเต็ม มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ถุงคลุมหัว เขียนประท้วง กกต. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ เขตเลือกตั้งที่ 12 โรงเรียนบ้านคลองบัว (เอี่ยมแสงโรจน์) นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้เดินทางมาใช้สิทธิ โดยนำถุงกระดาษสีน้ำตาลด้านหน้าเจาะรู เป็นตาสองข้าง ส่วนด้านหลังถุง เขียนว่า “อายแทน กกต.” ซึ่งเมื่อเข้าหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ได้ขอให้ถอดออก เพราะเป็นการปิดบังใบหน้า ผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งเพนกวิน ได้ถอดออกแต่โดยดี และนำไปใส่ไว้บนเสา โดยนายพริษฐ์ เปิดเผยภายหลังการเลือกตั้ง ว่า จริงๆ จะคลุมปี๊บ แต่หาไม่ได้ ส่วนที่ทำแบบนี้ เพราะอยากประท้วงการทำงานของ กตต. ที่จัดการเลือกตั้งแบบนี้ ทั้งที่ตนมีสิทธิใช้สิทธิในรอบ 5 ปี แต่การจัดเลือกตั้งเหมือนเอื้อให้กับบางพรรคการเมือง และการเลือกตั้งล่วงหน้าก็มีข้อผิดพลาดมากมาย ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ยังไม่เลิก! พนักงานนับพัน ประท้วงโบนัส ปักหลักกิน-นอน หน้าบริษัท มา 4 วันเต็ม ประท้วงโบนัส – จากกรณีพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ภายในนิคมอุตสาหกรรม304 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กว่า 1,000 คน รวมตัวกันประท้วงขอโบนัสประจำปี โดยให้ประกาศให้พนักงานทราบภายในวันที่ 20 พ.ย. 61 หลังจากบริษัทนิ่งเฉยไม่ติดประกาศให้ทราบเกรงว่าจะไม่ได้โบนัส หลังจาก บริษัทฯหารือร่วมกับแรงงาน ตัวแทนส่วนราชการแต่ไม่เป็นผล จึงปักหลักประท้วงห้ามรถสินค้าออกนอกเขตโรงงาน การเจรจาร่วมสามฝ่าย ที่ผ่านมาไม่เป็นผลสำเร็จเพราะฝ่าย บริษัทฯ บอกขาดทุนแต่พนักงานไม่เชื่อยื่นคำเรียกร้องเดิม 1.5+5,000 เท่าเดิม การเจรจาร่วมสามฝ่ายผ่านตัวแทนของบริษัทฯ เมื่อไม่ได้ตามคำเรียกร้องพนักงานกว่าครึ่ง 1,200 คน ปักหลักประท้วงเรียกร้องสิทธิตามที่พึงจะได้ แม้จะมีการเจรจาร่วมกันสามฝ่ายถึง 3-4 ครั้งแต่ก็ไม่เป็นไปตามคำเรียกร้องจึงประท้วงต่อไป โดยซื้อกุญแจมาล็อกประตูใหม่ เป็นฝ่ายถือประตูรั้วโรงงานเอง และปักหลักประท้วงข้ามวันข้ามคืนนอนอยู่ในโรงงาน ล่าสุด วันที่ 23 พ.ย. พนักงานหนุ่ม-สาวพากันนอนกันเป็นกลุ่มๆจุดๆเอาแรง กระทั่งตื่น มีการส่งเสียงอาการเข้า
พนักงานกว่า 1,200 คน รวมตัวหน้าบริษัทดัง เมืองปราจีนฯ ประท้วงเรียกร้อง โบนัส ประจำปี ระบุต้องรู้ผลภายในวันนี้ ด้าน ตำรวจ-ทหาร คุมเข้มหวั่นเกิดเหตุรุนแรง โบนัส / เมื่อวันที่ 20 พ.ย. พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี พร้อมด้วย พ.อ.วินัย บุตรรักษ์ รอง กอ.รมน.ปราจนบุรี นำกำลังตำรวจ และทหาร เข้าดูแลความเรียบร้อย เนื่องจากพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ในต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบริษัทอุปกรณ์อิเลคทรอนิสค์ อะไหล่รถยนต์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ กว่า 1,200 คน ได้รวมตัวกันประท้วงที่หน้าโรงงานเพื่อทวงถามทางบริษัทเรื่องโบนัสประจำปี แต่ทางผู้บริหารไม่แจ้งให้ทราบเหมือนทุกปี จึงได้รวมตัวกันประท้วงทวงถามผู้บริหารในวันนี้ โดยก่อนหน้านี้ได้ทวงถามถึงเรื่องปิดป้ายประกาศโบนัสให้พนักงานทราบ 1-2 ครั้ง แต่ไม่มีท่าทีจะประกาศให้พนักงานทราบ พนักงานเกรงว่าจะผ่านกำหนดเวลาที่แจ้งไว้เช่นทุกๆปี จึงได้รวมตัวกันประท้วงและรอฟังคำตอบที่ชัดเจน โดยทางพนักงานไม่ได้เรียกร้องเกินความเป็นจริงเลย ทำตามสิทธิที่พนักงานควรจะได้รับสิทธิของแต่ละคน ปีนี้ขอแค่ 1.5+2,000 บาทเท่านั้น ในการทวงถามแต่ละครั้งมีท่าทีนิ่งเฉย
พนักงานรวมตัว หน้าบริษัทดัง ประท้วงขอโบนัสเพิ่ม ไม่พอใจข้อตกลง พนักงานรวมตัว – เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ 31 ต.ค นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นอภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับรายงาน เกิดเหตุ ลูกจ้างชุมนุมประท้วง ที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ทหารชุดรักษาความสงบมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) กำลัง อส. มาอำนวยการรักษาความเรียบร้อย เมื่อเดินทางไปที่บริษัทดังกล่าว พบพนักงานส่วนใหญ่เป็นฝ่ายผลิต นั่ง ยืนชุมนุมเรียกร้อง โดยบริษัทประกอบกิจการ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ มีลูกจ้างรวมทั้งหมดจำนวน 2,018 คน เป็นลูกจ้างของบริษัทจำนวน 1,550 คน เป็นลูกจ้างรับเหมาค่าเเรงจำนวน 468 คน นายวัลลภ กล่าวว่า ได้รับรายงาน เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. มีลูกจ้างจำนวน 300 คน ผละงาน และรวมตัวกันอยู่ภายในบริเวณบริษัท โดยสาเหตุเกิดจากเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2561 บริษัท ประกาศจ่ายโบนัสประจำปี 2561 จำนวน 5.5 เดือน ซี่งทำให้กลุ่มลูกจ้างเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากต้องการให้บริษัทจ่ายเงินบวกเพิ่มพิเศษจำนวน 6,000 บาท ล่าสุดในขณะนี้ลูกจ้างได้ส่งตัวแทนเข้าเจรจาต่อรอ
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าว ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พรรณพิชา งามเขต อายุ 41 ปีว่าตนมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนได้มาซื้อบ้านในโครงการ CENTRO รังสิต ตั้งอยู่ ม.3 ถนนรังสิต-นครนายก (คลองสี่) ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในราคา 3,990,000 บาท วางเงินดาวน์ไป 1,470,000 บาท ซึ่งทางพนักงานขายได้นำพาไปซื้อบ้านเลขที่ 80/170 จากนั้นเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา ตนและครอบครัวจึงไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้น ตนและครอบครัว จึงเตรียมขนข้าวของเพื่อจะเข้าไปอยู่ แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงหน้าบ้าน กลับได้กลิ่นเหม็นแบบของเน่าเสีย จึงเรียกพนักงานขายและเจ้าหน้าที่ของโครงการ มาร่วมตรวจสอบ ก็พบว่ามีขยะมูลฝอยกองใหญ่ที่บริเวณด้านข้างในเขตพื้นที่ของสนามกอล์ฟกรุงกวี โดยกลิ่นเน่าเหม็นได้ตลบอบอวลไปทั่วห้องทั้งข้างล่างและข้างบนบ้าน นอกจากนี้ที่สร้างความเหม็นอย่างรุนแรงคือในห้องน้ำชั้นบนที่เน่าเหม็นกลิ่นโชยขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ ทำให้ตนและครอบครัว ไม่สามารถจะเข้าอยู่ได้ เนื่องจากตนและลูกชายวัย 5 ขวบนั้นเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง จึงนำเรื่องแจ้งไปยังทางโครงการ โดยครั้งแรกตนได้เสนอไปที่โครงการ ว่า
