ปรับค่าแรงขั้นต่ำ
บังคับใช้ทันที! 1 ต.ค. นี้ ปรับค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ 9 อัตรา เฉลี่ยขึ้น 5% สูงสุดได้ 354 บาท/วัน เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 11) ลงนามโดยนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการค่าจ้าง ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ด้วยคณะกรรมการค่าจ้างได้มีการประชุมศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565 และมีมติเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 79 (3) และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 คณะกรรมการค่าจ้าง จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 10) ลงวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 สำหรับประกาศคณะกรรมการค่าจ้างฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที
สรุปชัด ก.ย. ! พิจารณา ปรับค่าแรงขั้นต่ำ หลังไม่ได้ปรับมา 2 ปี คาด ขึ้นเท่ากันทั้งประเทศไม่ได้ ยังมีปัจจัยอื่น เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2565 เฟซบุ๊ก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยความคืบหน้า การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนที่คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด และคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกรุงเทพมหานคร กำลังพิจารณาหาข้อสรุปในแต่ละพื้นที่ เพื่อรวบรวมเสนอเข้ามาส่วนกลางให้แล้วเสร็จ ในเดือนกรกฎาคม 2565 นี้ จากนั้นคณะกรรมการค่าจ้างจะพิจารณาข้อมูลทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2565 “การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่สามารถปรับขึ้นเท่ากันทุกจังหวัดได้ รัฐบาลเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ใช้แรงงาน แต่การพิจารณาจะต้องประมวลผลในภาพรวม ทั้งเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ค่าครองชีพของแต่ละจังหวัด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและได้รับความเป็นธรรมทุกฝ่าย” รมว.แรงงาน ระบุ สำหรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อยู่ระหว่าง 313-336 บาท แตกต่างไปตามพื้นที่เศรษฐกิจ ใช้มาตั้งแต่ปี 2563 เป็นเวลา 2 ปี โดยย
ผู้ประกอบการเครียดรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอัตราใหม่ หอการค้าระยองชี้โรงงานเล็ก เอสเอ็มอีอ่วมแน่ ต้นทุนเพิ่ม ด้านเกษตร-ประมงสะอื้น ซ้ำเติมราคาผลผลิตตกต่ำ ขณะที่เมืองย่าโม และภูเก็ต ไม่หวั่นมั่นใจเศรษฐกิจกำลังเชิดหัว ภายหลังการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ครั้งที่ 2/2561 เคาะอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 รวม 7 อัตรา ตั้งแต่ 308-330 บาท/วัน ภูเก็ต-ชลบุรี-ระยอง สูงสุด 330 บาท/วัน สร้างแรงกระเพื่อมกับธุรกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก ภาคเกษตร และประมง อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้พิจารณาให้ผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นไปลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ให้มีผล 1 เมษายน 2561 ไม่มีผลย้อนหลัง ระยองกระทบหนัก นายนพดล ตั้งทรงเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายหลังประกาศขึ้นค่าแรงจากเดิม 308 บาท เป็น 330 บาท หลังจากได้คุยกับผู้ประกอบการหลายคนต่างตกใจ เพราะระยองขึ้นค่าแรงสูงที่สุด แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะดี แต่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพียง 10% แต่มีสัดส่วนรายได้สูงถึง 80% ขณะที่ส่วนใหญ่โรงงานเล็ก เอสเอ็มอี หรือภาคเกษตรมีถึง 80-90% แต่สัดส่วนรายได้เพี
วันที่ 24 ม.ค. นางมิ่งขวัญ พุกเปี่ยม ประธานชมรมโรงสีข้าวจ.พิจิตร เปิดเผยว่า เรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่พึ่งประกาศไปนั้น คาดคะเนว่าจะไม่กระทบกับโรงสี เพราะค่าแรงของคนงานต่างๆ สูงอยู่แล้วโดยเฉพาะช่าง หรือวิศวกร เพราะที่ผ่านมาจ้างวันละ 500 บาท/คน/วัน และไม่ต่ำกว่า 450 บาท/คน/วัน แต่จะมีผลกระทบบ้าง ก็เป็นในเรื่องของผู้ใช้แรงงานแบกหาม ซึ่งถือว่ามีจำนวนไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ใช้เครื่องจักร จึงไม่ได้รับผลกระทบเหมือนผู้ประกอบการ ที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ซึ่งทางโรงสีก็พร้อมปฏิบัติตามนโยบายอยู่แล้ว นางมิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า ราคาข้าวจังหวัดพิจิตรขณะนี้เริ่มดีแล้วกระเตื้องขึ้น ตกตันละ 7,000 บาท ชาวนาพอใจ แต่จ.พิจิตร มีชาวนาบางคนไม่พอใจในเรื่องราคาข้าว ในส่วนนี้ก็ต้องมาพิจารณาว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่ ส่วนราคาข้าวหอมมะลิอยู่ 10,000 บาท ด้าน นายปรีชา แสงบุญ อายุ 60 ปี เกษตรกรชาวนา ต.วังตะกู อ.บางมูลนาก กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นผู้ควบคุมกำกับนโยบายเรื่องการค้าทุกอย่างในประเทศไทย ควรปรับปรุงเรื่องราคาข้าวให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันบ้าง ควรจะเพิ่มราคารับซื้อมา
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของคณะกรรมการค่าจ้าง ประจำปี 2560 รวม 69 จังหวัด ซึ่งถือเป็นการปรับค่าจ้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี 2556 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นต้นไป ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับด้วยว่าไม่ต้องการให้การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับราคาสินค้ การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำระหว่าง 5-10 บาท จำนวน 69 จังหวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นต้นไป แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 จังหวัดที่ไม่มีการปรับค่าจ้างแรงงาน โดยคงค่าจ้างขั้นต่ำไว้ที่ 300 บาทต่อวันจำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี ชุมพร นครศรีธรรมราช ตรัง ระนอง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา กลุ่มที่ 2 ปรับขึ้น 10 บาทต่อวัน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ ฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต กลุ่มที่ 3 ปรับขึ้น 8 บาทต่อวัน 13 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ สระบุรี ฉะเชิงเทรา กระบี่ พังงา อยุธย
