ปลาน้ำจืด
ความสนุกรื่นรมย์ของคนชอบเดินตลาดสดหลายๆ คน (รวมทั้งผมด้วย) อยู่ที่การได้พบว่า ตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางตลาดเช้าที่มีร้านรวงคับคั่ง อากาศเย็นสบาย ข้าวของที่สรรหามาขายมีทั้งที่เคยคุ้นและแปลกตา และเมื่อเอ่ยปากถามไถ่ ก็ได้รับคำอธิบายถึงที่มาที่ไป รวมทั้งวิธีทำกินอย่างละเอียดลออ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ตลาดเช้าริมน้ำน่าน ในตัวอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอย่างที่ว่านี้ครับ จากที่ไม่ได้แวะเวียนไปนาน เมื่อผ่านไปอีกครั้ง ก็พบว่ายังมีปลาน้ำจืดพันธุ์แปลกๆ สดๆ ให้เลือกซื้อหามากมายเช่นเดิม ทั้งปลาเนื้ออ่อน ปลาน้ำเงิน ปลาแดง ปลาเบี้ยว ปลากด ปลาหลด แถมคราวนี้ผมเห็นถุงใส่เนื้ออะไรสักอย่าง ที่ต้มสุกเสร็จสรรพแล้ววางขายในราคาถุงละสี่สิบบาท “หอยกาบจ้ะ นี่แกะเนื้อมาเรียบร้อยแล้ว เอาไปต้มก็ได้ ลาบก็ดี ผัดเผ็ดก็อร่อย” แม่ค้าว่าเสียงแจ๋วๆ ทีเดียว หอยกาบ (Clams) เป็นหอยน้ำจืดแบบสองเปลือกประกบ ตัวใหญ่ เนื้อมาก ชาวบ้านกินต้มจิ้มน้ำจิ้ม หรือแกะเนื้อไปผัดเผ็ดรสจัดๆ มันก็เหมือนหอยเนื้อแน่นชนิดอื่นๆ ที่คนชอบเอามาทำกับข้าวนั่นแหละครับ อย่างหอยหวาน หอยลาย หอยตลับ หอยขม หอยโข่ง เพียงแต่ถ้าไม่ใช่คนที่โตม
ในพื้นที่อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด แม้จะเป็นแหล่งแดนดินถิ่นอีสาน ที่เคยได้ชื่อว่าแห้งแล้งเหลือเกินนั้น ยังมีเรื่องของการเลี้ยงปลา ซึ่งต้องอาศัยแหล่งน้ำ และยึดการเลี้ยงปลาเป็นอาชีพทำกิน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวมหาศาล คุณวิลัย แพงคำแสน วัย 56 ปี เจ้าของ “สมโชคพันธุ์ปลา” ตั้งอยู่เลขที่ 65 หมู่ที่ 5 บ้านนิคม ถนนแจ้งสนิท ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้มีงานประจำทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถยนต์ ของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดร้อยเอ็ด คุณวิลัย เล่าย้อนให้ฟังว่า งานในหน้าที่คือพนักงานขับรถยนต์ ช่วงว่างช่วยงานด้านการผสมเทียมปลา เลี้ยงปลา จนเกิดความชำนาญระดับผู้เชี่ยวชาญด้านการผสมเทียมปลาน้ำจืดทุกชนิด เช่น ปลาดุกบิ๊กอุย ปลาดุกรัสเซีย ตัวละ 1 บาท ปลานิลจิตรลดา ถุงละ 100 บาท ปลาทับทิมใหญ่ ตัวละ 2 บาท ปลาหมอเทศ 80 ตัว 100 บาท ปลาตะเพียน ถุงละ 100 บาท ปลาแรด ตัวละ 5 บาท ปลากดเหลือง ตัวละ 1 บาท ปลากระโห้ ตัวละ 1 บาท ปลาสวายบิ๊กโพ ตัวละ 2 บาท ปลาจาระเม็ด ตัวละ 2 บาท ปลาไน ถุงละ 100 บาท ปลาบึก ตัวละ 200 บาท ปลานิลหมัน ตัวละ 2 บาท และปลาสลิด 80 ตัว 100 บาท “ผมสามารถเพาะพันธุ์โดยวิธีการ
ปลานิล เลี้ยงในบ่อดิน ปลาไม่มีกลิ่นโคลน แถมจำหน่ายได้ราคา เป็นที่ต้องการของตลาด คุณไว สายกระสุน อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 3 ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรที่เลี้ยงปลานิลมามากกว่า 20 ปี โดยเรียนรู้จากการอ่านหนังสือ พร้อมทั้งลองผิดลองถูกด้วยตนเอง จนทำให้เขาประสบผลสำเร็จ ยึดการเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพหลัก เพราะสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณไว สายกระสุน ทดลองทำเกษตรหลายอย่าง สุดท้ายจบลงที่เลี้ยงปลานิล คุณไว เล่าให้ฟังว่า ชีวิตก่อนที่จะประสบผลสำเร็จเหมือนทุกวันนี้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายหลายอย่าง ซึ่งปัญหาเหล่านั้นเป็นดังบททดสอบที่ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ “สมัยก่อนนี้ผมทำมาหลายอย่าง ไร่นาสวนผสมบ้าง เลี้ยงปลาเล็กๆ น้อยๆ บางทีก็ปลูกผักตามหัวคันนา รายได้นี่ถือว่าได้ไหม ก็พอได้ แต่มันน้อยมาก ต่อมาเลี้ยงเป็ดเลี้ยงหมูคือทุกอย่างล้มเหลวหมด เลยคิดว่าถ้าเราจะอยากมีเงินเก็บเยอะๆ ก็คงยาก เลยตัดสินใจกับภรรยาว่าจะหาอย่างอื่นทำใหม่ ผมจึงตัดสินใจมาขุดบ่อเลี้ยงปลาเลยที่นี้” คุณไว เล่าถึงอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต ประมาณปี 2526 คุณไว เล่าว่า เริ่มเลี้ยงปลาอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงนั้นมีบ้างท
ปลาสวาย เป็นปลาน้ำจืด ขนาดใหญ่ ที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ผิวหนังเรียบไม่มีเกล็ด ลำตัวเรียวยาว ลักษณะลำตัวด้านข้างค่อนข้างอวบกลม ปากกว้างทู่มีหนวดสั้นๆ ส่วนปลายหางยาวและเว้าลึกเป็นแฉก ส่วนหลังของตัวปลาสวายมีสีเข้มกว่าด้านท้อง ลักษณะเพศ ตัวผู้จะมีท้องเรียบไม่นูน พื้นท้องแข็งกว่าเพศเมีย ส่วนตัวเมีย มีลักษณะเพศที่สังเกตได้ชัดกว่าเพศผู้ คือมีส่วนท้องอูมเป่งกลมนูนออกมาเห็นได้ชัด จะวางไข่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม นอกจากจะเป็นปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว ยังนิยมเลี้ยงในบ่อดินและในกระชังอีกด้วย เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินง่าย เจริญเติบโตได้เร็ว เนื้อของปลาสวายมีรสชาติอร่อย ยังถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาด จังหวัดที่นิยมเลี้ยงปลาสวาย ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ มีทั้งเลี้ยงในกระชังขนาดใหญ่เรียงอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ และบ่อดินขนาดใหญ่ จึงถือว่าเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ในเขตพื้นที่ที่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก ยังมีพื้นที่เลี้ยงปลาสวายในบ่อดินสร้างรายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันให้กับเกษตรกรรายนี้ได้เป็นอย่างดี สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ หมู่
ปลาพลวงชมพู เป็นปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นจังหวัดยะลา นราธิวาส มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นภาคใต้ว่า ปลากือเลาะห์ หรือ อีแกกือเลาะห์ เป็นปลาที่มีเนื้อรสชาติดี สามารถรับประทานได้ทั้งเกล็ด ในปัจจุบันตลาดการเลี้ยงปลาสวยงามก็กำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูง เนื่องจากเป็นปลาที่มีความโดดเด่นในสีของเกล็ดที่มีลักษณะเป็น สีชมพู บริเวณครีบหลังและครีบหางเป็นสีแดง โดยลักษณะนิสัยและความเป็นอยู่ของปลาชนิดนี้ จะเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณแหล่งน้ำที่น้ำไหลผ่าน มีน้ำค่อนข้างเย็น มีปริมาณออกซิเจนสูง เช่น น้ำตก หรือบริเวณต้นแม่น้ำสายหลักในพื้นที่จังหวัดยะลาและนราธิวาส โดยเฉพาะแม่น้ำปัตตานี และป่าฮาลา –บาลา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ปลาพลวงชมพูได้รับการประกาศให้เป็นปลาประจำจังหวัดยะลาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2558 ดร.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปลาพลวงชมพูเป็นปลาที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาเวียน และปลาพลวงหิน เป็นปลาที่รู้จักกันในภาคอื่นเรียกว่า “ปลาเวียน” ซึ่งปัจจุบันปลาชนิดนี้ได้ลดจำนวนลงมากจนถึงใกล้สูญพันธุ์ เพราะที่ผ่านมาไม่สามารถเพาะพันธุ์และเลี้ยงได้ จึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูง ด้วย
