ปลาหมอคางดำ
เมื่อไม่นานมานี้ จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ชิงรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ปรากฎผลงาน “ทุ่นไล่ปลาหมอคางดำด้วยคลื่นเสียงและคลื่นกระทบ” ของวิทยาลัยการอาชีพอัมพวา จ.สมุทรสงคราม “เข้าตา” กรรมการมากที่สุด สำหรับทีมนักประดิษฐ์ผลงานครั้งนี้ ประกอบด้วย นายธีระเมท หับเผย นักเรียน ปวช.2 ช่างยนต์ นายอาทิวราห์ สลีสองสม นักเรียน ปวช.2 ช่างยนต์ น.ส.พิมลรัตน์ ทับทิม นักเรียน ปวช.2 คอมพ์ มี น.ส.อรรธิกา อยู่เอี่ยม ครูสาขาตัวถังและสีรถยนต์ เป็นครูที่ปรึกษา สำหรับหลักการและเหตุผลของสิ่งประดิษฐ์เจ้าของรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” นั้น เริ่มต้นจากที่ว่า ปัจจุบันมีการใช้วิธีการกำจัด “ปลาหมอคางดำ” หลายรูปแบบ เช่น การจับด้วยแห การใช้ไฟฟ้าชอร์ต หรือการใช้สารเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำอื่นๆ ดังนั้น จึงมีแนวคิดในการพัฒนา “ทุ่นไล่ปลาหมอคางดำด้วยคลื่นเสียงและคลื่นกระทบ” เพื่อเป็นนวัตกรรมเชิงอนุรักษ์ ที่สามารถขับไล่ปลาหมอคางดำ ออกจากพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้งหรือบ่อน้ำ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่น โครงการนี้มีความสำคัญในการช่วยลดปัญหาการรุกรานของปลาหมอคางดำ โดยใช้เทคโนโลยี
ซีพีเอฟ โชว์ความคืบหน้า 5 โครงการหนุนกรมประมงจัดการปลาหมอคางดำ เดินหน้าต่อยอดร่วมกับกรมราชทัณฑ์ทำน้ำปลา การปฏิบัติการของหลายภาคส่วนโดยเฉพาะกรมประมงยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันกำจัด และลดจำนวนปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่ของประเทศไทยให้หมดไป ในส่วนของภาคเอกชนอย่างบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โชว์ผลการดำเนินงาน 5 โครงการสนับสนุนกรมประมงมีความคืบหน้า ที่ผ่านมารับซื้อเพื่อผลิตปลาป่นแล้ว 1,500,000 กิโลกรัม สนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรมการจับปลาใน 17 จังหวัด ร่วมกับสถาบันการศึกษาพัฒนาแปรรูปอาหารและหาแนวทางการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ ล่าสุด ซีพีเอฟได้ขยายความร่วมมือกับกรมประมงและกรมราชทัณฑ์ คิกออฟโครงการจับปลาหมอคางดำทำน้ำปลา พร้อมถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ต้องขังใช้เป็นทักษะอาชีพด้วย โดยนำร่องที่เรือนจำกลางสมุทรสงครามเป็นแห่งแรก ตามที่บริษัทได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของเกษตรกร และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากปลาหมอคางดำ จนกลายเป็นวาระแห่งชาติ ซีพีเอฟได้เดินหน้า 5 โครงการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนและร่วมมือกำจัดออกจากแหล่งน้ำทุกแห่ง ตามแนว
D-day ซื้อแล้ว! กยท. เริ่มรับซื้อปลาหมอคางดำแล้ว คาดซื้อได้ถึง 570,000 กก./เดือน เตรียมส่งแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพ ส่งถึงมือชาวสวนยาง เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 67 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ซึ่งมี นายณรงศักดิ์ ใจสมุทร รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจกรรมการกำจัดปลาหมอคางดำ การสาธิตแปรรูปอาหารจากปลาหมอคางดำ และการสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ ณ พื้นที่บริเวณคลองเกาะโพธิ์ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ด้าน กยท. เผย พร้อมเดินหน้ารับซื้อปลาหมอคางดำแล้ววันนี้ คาดการณ์เบื้องต้นสามารถรับซื้อปลาหมอคางดำได้กว่า 570,000 กก./เดือน เตรียมนำแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูงส่งต่อชาวสวนยาง นายอรรถกร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 67 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ 2567-2570 ประกอบด้วย 7 มาตรการ ดังนี้ 1. ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด 2.
อย่าให้ร้ายปลาหมอคางดำเกินจริง กินดีแถมมีเงินในกระเป๋า นรชาติ สรงอินทรีย์ นักวิชาการอิสระด้านสัตว์น้ำ เพราะปลาหมอคางดำถูกเรียกขาน ว่า ปลาต่างถิ่นสายพันธุ์รุกราน (Invasive Alien Species) มาจากประเทศกานา จากทวีปแอฟริกาตามที่ภาครัฐกำหนด ทำให้ปลาชนิดนี้กลายเป็นปลาที่น่ากลัวในสายตาผู้คนทันที ถ้าเปลี่ยนชื่อปลาหมอคางดำให้เป็นชื่ออื่นให้ดูน่าเข้าใกล้มากขึ้น เช่น ปลาหมอชินนี่ (Chinny) ล้อเสียงตามคำว่า Chin (คาง) ของปลาหมอก็อาจจะลดภาพความหวาดกลัวลง และสื่อสารเรื่องประโยชน์ของปลาเพิ่มขึ้น สังคมก็จะเปลี่ยนไปทดลองใช้ประโยชน์จากปลาชนิดนี้มากขึ้น วันนี้ขอมองในมุมที่แตกแต่ง (Soft Side) เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งของปลาหมอคางดำซึ่งมีโปรตีนไม่แตกต่างจากปลานิลและปลาหมอเทศ โดยเฉพาะการนำไปเป็นอาหารของมนุษย์ หรือนำไปทำปลาป่นเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ให้เห็นประโยชน์ของปลาหมอคางดำชัดเจนขึ้น เกิดความเข้าใจในวงกว้างเพิ่มเติม สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลขณะนี้ ที่สนับสนุนให้มีการจับปลาและบริโภคเป็นอาหารในครัวเรือน จนถึงพัฒนาเป็นเมนูอาหารร่วมสมัยประจำภัตตาคารและร้านอาหาร ขณะที่นักวิชาการบางท่านแนะนำให้พัฒนาเป็นเมน
วาระแห่งชาติ! เปิดสูตรฉู่ฉี่ปลาหมอคางดำ ทำเองได้ง่ายๆ ช่วยกันกินให้สิ้นซาก เรียกได้ว่าเป็นวาระแห่งชาติ สำหรับปัญหาปลาหมอคางดำเกลื่อนในหลายพื้นที่ ทำให้สภาพแวดล้อมได้รับความเสียหาย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ชาวบ้านต่างหาทางออกหลากหลายวิธี ซึ่งก็มีชาวบ้านหลายพื้นที่ที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในเมื่อเจ้าปลาหมอคางดำระบาดหนัก ก็ต้องจัดการด้วยวิธีการกิน (กินให้สิ้นซาก) เพื่อหยุดยั้งการแพร่พันธุ์อันเป็นต้นเหตุให้ปลาหลายชนิดถูกกินไป แล้ววันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเปิดสูตรฉู่ฉี่ปลาหมอคางดำ ซึ่งเมนูฉู่ฉี่หลายคนคงจะเคยกินกันมาเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้วัตถุดิบหลักจะเป็นเจ้าปลาหมอคางดำ มาดูว่ารสชาติจะอร่อยมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็ได้ช่วยจัดการและลดปริมาณของปลาชนิดนี้ได้ ส่วนประกอบ – ปลาหมอคางดำ – พริกแกงฉู่ฉี่ – กะทิ – พริกขี้หนูสด – พริกชี้ฟ้า – ใบมะกรูด – น้ำปลา – น้ำตาลปี๊บ – น้ำมันพืช วิธีทำ – นำปลาหมอคางดำมาขอดเกล็ดตัดหัวควักเครื่องในออกให้เรียบร้อย แล้วนำมาบั้ง จากนั้นนำมาล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้ – เปิดไฟกลาง ตั้งกระทะ ใส่น
กยท. ร่วมทัพ ติดตาม รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่เปิดจุดรับซื้อปลาหมอคางดำ เตรียมส่งผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพเพื่อการเกษตร เมื่อ 22 กรกฎาคม 2567 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่บูรณาการความร่วมมือเพื่อเร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำที่ส่งผลต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ สำหรับผู้บริหารของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายเพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงาน กยท. ได้เข้าร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสมาคมการประมง 16 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด พร้อมร่วมสังเกตการณ์ขั้นตอนการรับซื้อปลาหมอคางดำ ณ จุดรับซื้อ และชมการสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ทั้งนี้ เบื้องต้น กยท. จะดำเนินการสนับสนุนงบประมาณเพื่อรับซื้อปลาหมอคางดำในพื้นที่ระบาดทุกแห่ง ซ
จับมาแลก! กยท. ทุ่มงบ 50 ลบ. จ่ายค่าหัวปลาหมอคางดำ 15 บ./กก. ส่งผลิตเป็นปุ๋ยหมัก-น้ำหมักชีวภาพเพื่อการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทุ่มงบประมาณ กยท. มาตรา 13 เพื่อการดำเนินธุรกิจฯ วงเงินรวม 50 ล้านบาท เตรียมจ่ายค่าหัวปลาหมอคางดำ กิโลกรัมละ 15 บาท ส่งผลิตเป็นปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการเกษตร มุ่งลดต้นทุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรควบคู่การกำจัดปลาหมอคางดำศัตรูทำลายระบบนิเวศ นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญ และรับทราบปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ จึงเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร โดยที่ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 67 ได้มีมติให้ดำเนินมาตรการระยะเร่งด่วน คือการกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่มีการระบาด ทั้งนี้ กยท. เป็นหน่วยงานหนึ่งที่สามารถช่วยกำจัดปลาหมอคางดำซึ่งเป็นปลาที่ทำลายระบบนิเวศได้ จึงเตรียมรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการเกษตร โดยใช้เงินงบประมาณ กยท. มาตรา 13 สำหรับใช
