ปลูกผักยกแคร่
ปลูกผักยกแคร่ หนีน้ำท่วม สู่ การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และแก้ไขปัญหาหนี้ กับโมเดล D&MBA ขอนแก่น นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการและโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย นายศรัทธา อินทรพรหม และนายสุภาษิต ศุภวุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่เยี่ยมชมงาน สวนลุงทิด เป็นหนึ่งในธุรกิจหัวขบวนของชุมชนห้วยเสือเต้น ซึ่งมีสมาชิกในชุมชนจำนวน 338 ครัวเรือน โดยคนในชุมชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตต่างๆ ทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อุทกภัย และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและรายได้ รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาตามแนวทางการจัดการ-การออกแบบเชิงพื้นที่ “แก้หนี้ แก้จน” หรือ Design & Manage by Area : D&MBA เริ่มตั้งแต่การประเมินศักยภาพในการชำระหนี้ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับที่มาของรายได้ เพื่อคลายความกังวลและลดภาระในการชำระหนี้ การสนับสนุนให้เกิดการสร้างรายได้โดยเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาในจังหวัดขอนแก่น ภายใต้โครงการหมู่บ้านสีขาวมั่นยืน เพื่อเ
“ปลูกผักบนแคร่” ทำที่บ้านง่ายๆ แถมลงทุนน้อย ดูแลง่าย ให้ผลผลิตดี จะดีแค่ไหนหากเราสามารถปลูกผักไว้กินเองที่บ้าน ช่วยประหยัดรายจ่ายลงได้ ที่สำคัญยังปลอดภัย และสามารถทำเองได้ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ วิธีการง่ายๆ ที่ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำมา คือ “การปลูกผักยกแคร่” หรือ “ปลูกผักบนแคร่” นั่นเอง ต้นทุน แคร่ปลูกผัก แคร่ละ 900-1,200 บาท เท่านั้น ทำแคร่ 1 ชั้น ขนาด 1.2 คูณ 2.4 คูณ 1.0 เมตร ประมาณ 500-600 บาท -ไม้ไผ่ -ตาข่ายไนล่อนรองพื้นที่ปลูก -วัสดุเกาะยึด (ตะปูหรือเชือก) วัสดุปลูก ประมาณ 20 บุ้งกี๊ และอุปกรณ์ให้น้ำ ประมาณ 300-400 บาท -หน้าดิน ผสมปุ๋ยดอก -วัสดุคลุมดิน (ฟางข้าว หรือ ใบไม้แห้ง) -อุปกรณ์ให้น้ำ (บัวรดน้ำ หรือ สายยาง) เมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าผัก ขึ้นอยู่กับชนิดผัก ประมาณ 100-200 บาท -ผักประเภทเครื่องปรุง (ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ จิงจูฉ่าย ฯลฯ) -ผักประเภทกินใบ (กะหล่ำปลี คะน้า สลัดแดง หอมต้น) ข้อดีของการปลูกผักบนแคร่ ปลูกได้แม้ในภาวะน้ำท่วม เพราะยกแคร่สูง มีอาหารยังชีพในช่วงน้ำท่วม และสร้างรายได้ 2. ปลูกและดูแลรักษาง่าย 3. ปลอดภัยจากสารพิษ 4. ให้ผลผลิต ได้ผลตอบแทนส
