ปลูกผักสลัด
พื้นที่ดอยภูทับเบิก เดิมเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นบรรพบุรุษ ทำกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่บนดอยภูทับเบิกแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกผักเมืองหนาวแทน อย่างการปลูกกะหล่ำปลี เป็นต้น ซึ่งปลูกมากบนพื้นที่ดอยของภูทับเบิก ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม โดยผู้ปลูกส่วนใหญ่เป็นชาวม้ง คุณอาเซ็ง แซ่ลี วัย 62 ปี ผู้อาวุโสชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ในหมู่บ้านภูทับเบิก ม.14 เล่าว่า “ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อแม่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่การปลูกฝิ่นไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข หรือหายจากความยากจนที่มีอยู่ได้เลย เพราะพอฝิ่นขายไม่ได้ ชาวบ้านก็เอามาสูบ สูบเสร็จก็ไม่สามารถทำงานอะไรได้อีก เป็นวังวนซ้ำไปซ้ำมา ไม่จบสิ้น แต่พอพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ส่งเสริมให้ชาวม้งหันมาปลูกผักอย่างกะหล่ำปลีที่ชอบอากาศเย็นบนดอยนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็ปลูก แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของตนคือ การใช้สารเคมี ชาวม้งที่นี่ปลูกกะหล่ำปลีกันแต่ก็ต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นอย่างมาก เป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วย โดยคุณอาเซ็ง เล่าว่า “ญาติที่สนิทกัน ป่วยเป็นหลายโรคมาก ทั้งเป็นม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย ก่งเซ่ง อายุ 41 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 8 ต.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ปลูกผักสลัดระบบไฮโดรโปนิกส์ไร้ดิน ทั้งกรีนโอ๊คและเรดโอ๊ค 20 แปลง ซึ่งผักทั้ง 2 ชนิดมีเอเยนต์รับซื้อและตลาดรองรับไม่อั้น ส่งขายทั้งตามท้องตลาดและในห้างสรรพสินค้าทั้งใน อ.เมืองสงขลา และ อ.หาดใหญ่ เพื่อนำไปประกอบอาหารและทำสลัดเกลียว ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ “การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ใช้เวลาปลูกตั้งแต่ลงแปลงจนเก็บขายได้ 30 วัน แต่ละแปลงมีขนาด 2.00 x 4.00 เมตร สามารถปลูกผักสลัดได้ 200 ต้น และใช้วีปลูกแบบหมุนเวียนกัน โดยจะลงมือปลูกอาทิตย์ละ 4 แปลง เพื่อให้สามารถเก็บขายได้ต่อเนื่องทุกอาทิตย์และไม่ขาดช่วง สามารถเก็บผักขายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี สร้างรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณเดือนละ 35,000 – 40,000 บาท” นายสมชาย เปิดเผยว่า เตรียมขยายพื้นที่แปลงปลูกเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับออร์เดอร์ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ที่มีอยู่ขณะนี้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด สำหรับราคาของผักสลัดทั้งกรีนโอ๊คและเรดโอ๊ค ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีราคาไม่ตก ราคาขายส่งอยู่ที่ กก.ละ 80 บาท ขายปลีก กก.ละ 100 บาท
