ปลูกองุ่น
คนส่วนใหญ่รู้จัก “จังหวัดกระบี่” ในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติทางทะเลที่สวยสดงดงาม มีอาหารทะเลสด ๆ ทำให้ทั้งชาวไทย และต่างชาตินิยมเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวแต่ละปีจำนวนมหาศาล แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งในด้านเกษตรกรรม กระบี่กำลังหาทางสร้างรายได้ให้เกษตรกรด้วยการสนับสนุนการปลูก “องุ่น” พืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการบริโภคของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะองุ่นไร้เมล็ด ซึ่งขณะนี้สามารถปลูกได้ในพื้นที่ราบเขตร้อน และเป็นผลไม้ที่เกษตรกรให้ความสนใจปลูกเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ในอนาคต ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามศึกษาทดลองสายพันธุ์ และขยายพื้นที่การปลูกให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด โดย นายสำเริง ปานศรี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ (พืชสวน) กล่าวว่า ทางศูนย์ใช้พื้นที่ครึ่งไร่ในการศึกษาทดสอบการปลูกองุ่นไร้เมล็ด จำนวน 4 สายพันธุ์ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยองุ่น ทดลองปลูกองุ่นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทำการคัดเลือกองุ่นที่สามารถเจริญเติบโตได้ดี และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของภาคใต้ จำนวน 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ลูสเพอร์เลต (Loose Perlette) บิวตี้ซีดเลส (Beauty Seedless) เฟลมซีดเล
หลายคนเชื่อว่า หากต้องการปลูกพืชไร่ ไม้ผลให้ประสบความสำเร็จ ต้องเช็กสภาพดิน น้ำ ว่ามีจุดเด่น จุดด้อย ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก่อนลงมือปลูกหรือไม่ สำหรับการปลูกองุ่นเชิงการค้า แค่เช็กสภาพดินและน้ำ อาจยังไม่เพียงพอ คุณแจ๊ส-รัชนีวรรณ คนหมั่น เจ้าของไร่องุ่นภูพิบูลย์ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี แนะนำว่า ควรเช็กกระแสลมด้วยว่า เป็นอุปสรรคต่อการปลูกองุ่นหรือไม่ ก่อนหน้านี้ องุ่นเขียวพันธุ์ดั้งเดิมของไทย เคยปลูกมากในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่ระยะหลังเกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นเกือบหมด เพราะเจอปัญหาโรคแมลงรุมเร้า รวมทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะ “กระแสลม” ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของต้นองุ่น คุณแจ๊ส บอกว่า พื้นที่ปลูกองุ่นในอำเภอดำเนินสะดวก มักเจอปัญหา “ลมไซฮวง” ซึ่งเป็นลมร้อนที่พัดมาจากทะเลทางตะวันตกในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ทำให้ดอกองุ่นที่กำลังบาน ร่วงลงหมด หรือต้นองุ่นมีลูกอ่อน ก็จะมีอาการผลร่วงเกลี้ยงต้น ทำให้ต้นองุ่นโทรม ปัจจุบัน พื้นที่อำเภอมวกเหล็ก ได้เปรียบในเรื่องสภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี แต่มีจุดอ่อนสำคัญคือ ปัญหาลมแรง คุณแจ๊ส ต้องลงทุนสร้างเสาร้านองุ่นให้มีความแข็งแรงคงทน โดยใช้
